ย้ายผู้ต้องขังเรือนจำออก เสี่ยงปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา

ราชทัณฑ์ เปิดศูนย์ทดสอบฝีมือแรงงานในเรือนจำกลางขอนแก่น เสริมการพัฒนาทักษะอาชีพผู้ต้องขัง เผยภารกิจสำคัญ “ย้ายผู้ต้องขังออกจากพื้นที่เสี่ยงชายแดนไทย-กัมพูชา”
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เรือนจำกลางขอนแก่น นายสมบูรณ์ ศิลา รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานภายในเรือนจำ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาทักษะอาชีพให้แก่ผู้ต้องขัง โดยมีนายพันธ์เทพ เสาโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น , นายไพรัตน์ ขมินทกูล ผู้ตรวจราชการกรม รักษาราชการแทนผู้บัญชาการเรือนจำกลางขอนแก่น และหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมในพิธี
โดยโครงการพัฒนาอาชีพและทักษะฝีมือแรงงานในเรือนจำ เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่สำคัญในการสร้างโอกาสใหม่ ให้กับผู้ที่เคยพลาดพลั้ง โดยมีภาคีเครือข่ายหลายแห่งร่วมกัน ช่วยหาตลาดรองรับแรงงานผู้ต้องขังหลังพ้นโทษ พร้อมสนับสนุนให้กลับมาเป็นคนดีของสังคมต่อไปในอนาคต และโครงการดังกล่าว ยังได้รับความร่วมมือจากเรือนจำและทัณฑสถานในพื้นที่เขต 4 ได้แก่ เรือนจำกลางอุดรธานี , เรือนจำจังหวัดกาฬสินธุ์ , เรือนจำจังหวัดมหาสารคาม , เรือนจำจังหวัดร้อยเอ็ด และเรือนจำอำเภอพล ซึ่งต่างก็มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาทักษะของผู้ต้องขังอย่างต่อเนื่อง

สำหรับศูนย์ทดสอบฯ ในเรือนจำแห่งนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างเรือนจำกลางขอนแก่น และสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน 6 ขอนแก่น โดยเปิดสาขาทดสอบฝีมือแรงงานใน 2 สาขา ได้แก่ ช่างเชื่อมอาร์กโลหะด้วยมือ ระดับ 1 และ ช่างไฟฟ้าภายในอาคาร ระดับ 1 ซึ่งศูนย์ทดสอบฯ ดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาทักษะวิชาชีพที่เป็นมาตรฐานให้แก่ผู้ต้องขัง เพื่อสามารถนำไปประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัวหลังพ้นโทษ และลดโอกาสในการหวนกลับไปกระทำผิดซ้ำ โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินการฝึกอบรมแล้วจำนวน 2 รุ่น รวมผู้เข้ารับการอบรม 80 คน ผ่านการทดสอบและได้รับใบรับรองตามมาตรฐาน มฐ.7 จำนวน 79 คน

ขณะเดียวกัน นายสมบูรณ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ยังได้กล่าวถึงภารกิจสำคัญที่กรมราชทัณฑ์ กำลังดำเนินการอย่างเร่งด่วน คือการเคลื่อนย้ายผู้ต้องขังออกจากพื้นที่เสี่ยงใกล้ชายแดนไทย-กัมพูชา เนื่องจาก สถานการณ์ความตึงเครียดและความไม่สงบในพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะในเขต จ.ศรีสะเกษ , สุรินทร์ และ จ.อุบลราชธานี ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ปะทะ
กรมราชทัณฑ์ โดยเฉพาะในเขต 4 ซึ่งมีจำนวน 16 เรือนจำ ได้จัดกำลังยานพาหนะกว่า 8-9 คัน เพื่อลำเลียงขนย้ายผู้ต้องขังจากพื้นที่เสี่ยง เช่น เรือนจำกันทรลักษ์ ให้ออกมาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย โดยมีเรือนจำอุบลราชธานี เรือนจำศรีสะเกษ และเรือนจำสุรินทร์ ทำหน้าที่เป็นกรรมการในการประสานความช่วยเหลือ ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง และหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์ ยังให้การสนับสนุนทั้งในด้านสิ่งของจำเป็นและการจัดตั้งศูนย์พักพิง รวมถึงส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผู้ต้องขังและเจ้าหน้าที่เรือนจำได้รับความคุ้มครองอย่างสูงสุด พร้อมกันนี้ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมมือกันในภารกิจนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความมั่นคง การอพยพ หรือการดูแลสิ่งของจำเป็น ถือเป็นการผนึกกำลังทั้งระบบ เพื่อดูแลผู้ต้องขังและเจ้าหน้าที่ในสถานการณ์ที่เปราะบาง - ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน




