รถพยาบาล–กู้ภัย ตรึงกำลังบ้านหนองหญ้าแก้ว รับมือเหตุปะทะชายแดนสระแก้ว

Tum1
รถพยาบาล–กู้ภัย ตรึงกำลังบ้านหนองหญ้าแก้ว รับมือเหตุปะทะชายแดนสระแก้ว

รถพยาบาล–กู้ภัย ตรึงกำลังบ้านหนองหญ้าแก้ว รับมือเหตุปะทะชายแดนสระแก้ว ฝ่ายความมั่นคงเผยสถานการณ์ยังอยู่ในขั้นเฝ้าระวังสูงสุด

(18 ก.ย.68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รถพยาบาลและรถกู้ภัย จากหลายมูลนิธิ ได้เคลื่อนกำลังเข้าประจำการบริเวณด้านหน้าแนวปะทะ บ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง จ.สระแก้ว หลังสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ยังคงตึงเครียด และมีความเสี่ยงที่จะเกิดการเผชิญหน้าและความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง

การตรึงกำลังของหน่วยแพทย์และกู้ภัยในครั้งนี้ มีการจัดเตรียมอุปกรณ์การแพทย์ และเจ้าหน้าที่พร้อมสแตนด์บายตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีแผนการลำเลียงผู้บาดเจ็บออกจากพื้นที่ปะทะ เพื่อนำส่งโรงพยาบาลโคกสูงและโรงพยาบาลตาพระยาอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ผู้บาดเจ็บได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น

ส่วนบรรยากาศในพื้นที่ ยังคงตึงเครียด โดยเฉพาะแนวชายแดนด้านทิศตะวันออก ของบ้านหนองหญ้าแก้ว ซึ่งเป็นจุดที่เกิดเหตุปะทะ ระหว่างเจ้าหน้าที่ไทยกับมวลชนกัมพูชา เมื่อวันที่ 17 ก.ย.68 ที่ผ่านมา รายงานล่าสุด ระบุว่า กลุ่มชาวกัมพูชา ยังคงรวมตัวปักหลักห่างจากแนวปะทะเดิมเพียง 50 เมตร แม้เจ้าหน้าที่ฝ่ายกัมพูชาจะเข้ามาควบคุมสถานการณ์บ้าง แต่ยังคงมีกลุ่มบุคคลบางส่วน เคลื่อนไหวและจับตาการทำงานของฝ่ายไทยอย่างต่อเนื่อง

รถพยาบาล–กู้ภัย ตรึงกำลังบ้านหนองหญ้าแก้ว รับมือเหตุปะทะชายแดนสระแก้ว

แหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยในพื้นที่ เปิดเผยว่า วันนี้ได้รับคำสั่งให้เคลื่อนยานพาหนะและทีมแพทย์ เข้ามาประจำการตั้งแต่ช่วงบ่าย เพื่อความพร้อมหากเกิดเหตุซ้ำ มีแผนประสานงานกับโรงพยาบาลในพื้นที่เรียบร้อยแล้ว หากมีผู้บาดเจ็บจะสามารถลำเลียงออกได้ทันที

ขณะเดียวกัน ชาวบ้านที่อาศัยในพื้นที่ใกล้เคียง ยังคงอยู่ในความวิตกกังวล บางครอบครัวเริ่มอพยพ ผู้สูงอายุและเด็กเล็ก ออกไปอาศัยกับญาติในพื้นที่ปลอดภัย ส่วนผู้ที่ยังอยู่ ต่างจับตาสถานการณ์ และเตรียมพร้อมอพยพหากมีเหตุไม่คาดฝัน

รถพยาบาล–กู้ภัย ตรึงกำลังบ้านหนองหญ้าแก้ว รับมือเหตุปะทะชายแดนสระแก้ว

เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ย้ำว่า สถานการณ์ยังอยู่ในขั้นเฝ้าระวังสูงสุด และทุกหน่วยกำลังร่วมบูรณาการการทำงาน เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชนในฝั่งไทย ขณะเดียวกันยังคงใช้มาตรการสากล ในการรับมือกับเหตุปะทะ เพื่อหลีกเลี่ยงความสูญเสียทั้งสองฝ่าย

จากบรรยากาศที่ยังคงมีการตรึงกำลังทั้งทหาร ตำรวจ หน่วยกู้ภัย และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข สะท้อนให้เห็นว่า สถานการณ์ชายแดนสระแก้ว ยังไม่เข้าสู่ภาวะปกติ และอาจปะทุความรุนแรงได้อีกทุกเวลา - ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง