ธปท.ปรับขั้นตอนปลดล็อกบัญชีให้เร็วขึ้น หลังมาตรการ“กวาดบัญชีม้า”กระทบผู้บริสุทธิ์
ธนาคารแห่งประเทศไทย แถลงปมอายัดบัญชี หลังมีผู้บริสุทธิ์ได้รับผลกระทบจำนวนมาก ย้ำปรับขั้นตอนปลดล็อกบัญชีให้เร็วขึ้น
(15ก.ย.68) เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุม อาคาร 2 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กรุงเทพมหานคร ตั้งโต๊ะแถลงชี้แจงกรณีการระงับธุรกรรมในเส้นทางเงินเพื่อจำกัดความเสียหายจากบัญชีม้า โดย นางดารณี แซ่จู ผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับระบบการชำระเงินและคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน พร้อมด้วย น.ส.อรมนต์ จันทพันธ์ ผู้อำนวยการ ธปท. และ นายสุปรีชา ลิมปิกาญจนโกวิท ผู้แทนจากสมาคมธนาคารไทย ร่วมกันให้ข้อมูลระบุว่า ที่ผ่านมาระบบสามารถลดความเสียหายจากกรณี “แอปดูดเงิน” ลงจนเกือบหมด แต่คดีที่ประชาชนถูกหลอกให้โอนเงินเองยังคงมีมูลค่าความเสียหายสูงมาก การใช้มาตรการ“ต่อเส้นเงิน”จึงมีความจำเป็น เพื่อเร่งระงับธุรกรรมในบัญชีที่เกี่ยวข้องกับมิจฉาชีพ ก่อนที่เงินจะถูกโอนหรือแปรรูปจนติดตามไม่ได้
หลักการสำคัญของมาตรการนี้คือ
- เร่งติดตามเส้นทางการโอนเงิน ให้เร็วที่สุด
- ระงับเฉพาะเท่าที่จำเป็น เพื่อไม่ให้กระทบผู้บริสุทธิ์
- ชี้ตัวบัญชีม้าและมิจฉาชีพ ให้ได้โดยเร็ว
- ปลดการระงับบัญชีผู้บริสุทธิ์ทันที เมื่อยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ดีปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วง 2 เดือนหลัง มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ
- การที่เส้นทางการโอนเงินเริ่มไหลผ่านระบบ “อีมันนี่” และสินทรัพย์ดิจิทัล ทำให้การติดตามซับซ้อนขึ้น
- หลายธนาคารพัฒนาระบบอัตโนมัติในการต่อเส้นเงิน ทำให้มีบัญชีถูกระงับจำนวนมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อผู้บริสุทธิ์บางราย
ซึ่งภายหลังการประชุมเมื่อวานนี้กับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้ข้อสรุปว่าปัจจุบันกำลังหาสมดุลระหว่างการปกป้องเหยื่อ และ การไม่ทำร้ายผู้บริสุทธิ์ โดยมีมาตรการเร่งรัดการปลดระงับธุรกรรมให้เร็วขึ้น พร้อมให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชนเพื่อเข้าใจขั้นตอนการแก้ไข ซึ่งการระงับธุรกรรมที่เกิดขึ้น ไม่ใช่การอายัดบัญชีถาวร แต่เพื่อสกัดเส้นทางการเงินของมิจฉาชีพ และเมื่อยืนยันแล้วว่าบัญชีใดไม่เกี่ยวข้อง จะถูกปลดการระงับทันที
สำหรับมาตรการ “กวาดบัญชีม้า” ขณะนี้ได้ปรับขั้นตอนการปลดล็อกบัญชีให้รวดเร็วขึ้น เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนผู้สุจริต หลังจากก่อนหน้านี้ต้องใช้เวลา 3–7 วัน แต่ปัจจุบันสามารถดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 1 วัน หรือเร็วสุดเพียง 3–4 ชั่วโมง โดยการพิจารณาจะอิงหลักเกณฑ์ใหม่ โดยตรวจสอบธุรกรรมว่าเข้าข่ายปกติ เช่น การซื้อขายสินค้าโอนเงินจำนวนไม่สูง หรือมีการหมุนเวียนเหมือนกิจการค้าขายทั่วไป หากพบว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ธนาคารจะปลดล็อกทันที ภายใน 2 ชั่วโมง
สำหรับร้านค้าหรือผู้ใช้บริการโอนเงินและโมไบล์แบงกิ้ง ทาง ธปท. ยืนยันว่าสามารถใช้งานได้ตามปกติ โดยยอมรับว่ามาตรการด้านความปลอดภัยอาจสร้างผลกระทบต่อบางกลุ่ม แต่ยืนยันว่ามีการชั่งน้ำหนักระหว่าง “ความสะดวก” และ “ความปลอดภัย” อย่างรอบคอบ
นอกจากนี้ยังชี้แจงกรณีที่มีข่าวลือเรื่องเกณฑ์ธุรกรรม 3,000 บาท ว่าไม่เป็นความจริง ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงข้อมูลหารือภายในที่ถูกเผยแพร่ไปก่อนสรุปยืนยัน ขณะนี้เกณฑ์หลักยังคงพิจารณาตามพฤติกรรมธุรกรรมเป็นสำคัญ ไม่ได้ใช้ตัวเลขตายตัว
สุดท้าย ธปท. ยอมรับว่ามิจฉาชีพมีการปรับตัวรวดเร็ว จึงจำเป็นต้องปรับมาตรการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์และลดผลกระทบต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์มากที่สุด
ข่าวเวิร์คพอยท์23




