เตือน 4 จังหวัดภาคกลาง เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำ

เตือน 4 จังหวัดภาคกลาง ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง อยุธยา เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำ ทำให้พื้นที่ท้ายเขื่อนสูงขึ้นอีก 30 ซม.
(9ต.ค.66) จากสถานการณ์น้ำเหนือที่กำลังหลากลงสู่ภาคกลาง ประกอบกับฝนตกหนักระหว่างวันที่ 10 - 12 ตุลาคม ที่จะทำให้มีปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามากขึ้น เขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท กุญแจสำคัญในการบริหารจัดการน้ำลุ่มภาคกลางเอง
ล่าสุดกรมชลประทานได้ปรับเพิ่มการระบายน้ำลงท้ายเขื่อนขึ้นไปที่เกณฑ์ 1,600ลบ.ม./วิ เพื่อพร่องน้ำสร้างพื้นที่ว่างในลำน้ำรองรับมวลน้ำเหนือจำนวนมากที่จะไหลลงมาเพิ่มเติม
โดยปัจจุบันน้ำเหนือไหลผ่านจุดวัดน้ำ C2 หน้าค่ายจิรประวัติ จ.นครสวรรค์ ลงมายังเขื่อนเจ้าพระยามีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุดวัดได้ 1,791ลบ.ม./วิ(ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) กรมชลประทานได้ปรับการระบายน้ำลงท้ายเขื่อนไปที่อัตรา 1,600ลบ.ม./วิ จากการเพิ่มการระบายน้ำขึ้นไปในเกณฑ์นี้ทำให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนลดลงเล็กน้อยวัดได้ 16.65ม.รทก.(เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง)
ขณะที่ระดับน้ำท้ายเขื่อนเองก็ยกตัวขึ้น 30 ซ.ม. ในรอบ 24ชม. ล่าสุด วัดได้ 13.18ม.รทก. แต่อย่างไรก็ตามมวลน้ำเหนืออีกก้อนที่กำลังลงมาสมทบที่จะทำให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเพิ่มสูงในอีก 2 - 3 วันข้างหน้า กรมชลประทานอาจจะต้องมีการปรับแผนการระบายน้ำเพิ่มขึ้นได้อีก เพื่อลดผลกระทบทางด้านเหนือเขื่อนด้วย โดยจากการคงการระบายน้ำในเกณฑ์ 1,600ลบ.ม./วิ จะส่งผลให้พื้นที่ ในจังหวัดท้ายเขื่อนทรงตัว - สูงขึ้น 20 - 30 ซ.ม.ในช่วง 24 ชม.ข้างหน้า
กรมชลประทานจึงแจ้งเตือนผู้ที่ประกอบกิจการในแม่น้ำเจ้าพระยาเช่น การก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง กระชังปลา ร้านอาหาร เรือ แพ โป๊ะ ตั้งแต่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาทลงไป ใน จ.สิงห์บุรี อ่างทอง รวมถึงบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกแนวกันน้ำ ริมคลองโผงเผง จ.อ่างทอง คลองบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา และต.หัวเวียง อ.เสนา ต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ควรเก็บของขึ้นที่สูง และเฝ้าสังเกตการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำ เพื่อให้สามารถรับมือกับระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นได้ทันท่วงที อีกทั้งขอให้ติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิดต่อไปด้วย




