รู้จัก “วิน โพรเสส” 13 ปีแห่งการต่อสู้ของชาวหนองพะวา จากคดีมลพิษถึงไฟไหม้โรงเก็บสารเคมี

ย้อนรอย 13 ปี “โรงงานวิน โพรเสส” จากคดีพิพาทเรื่องมลพิษกับชาวหนองพะวา ถึงเหตุการณ์ไฟไหม้โกดังเก็บสารเคมีและกากอุตสาหกรรมครั้งล่าสุด
ช่วงสายของวันที่ 22 เม.ย. 2567 เกิดเหตุไฟไหม้โกดังเก็บสารเคมีและกากอุตสาหกรรมของ บริษัท วิน โพรเสส จำกัด ในพื้นที่บ้านหนองพะวา ต.บางบุตร อ.บ้านค่าย จ.ระยอง สำหรับคนที่ไม่ได้ติดตามข่าวสายสิ่งแวดล้อมอาจจะไม่คุ้นเคยกับชื่อนี้ แต่สำหรับชาวบ้านหนองพะวา นี่คือประวัติศาสตร์ที่พวกเขาต่อสู้กันมานาน 13 ปี
ในปี 2553 บ. วิน โพรเสส จำกัด เข้าซื้อที่ดินจากเอกชนในพื้นที่ ต.บางบุตร เพื่อเตรียมก่อสร้างโรงงานขึ้นมา ในปีเดียวกันนั้นชาวบ้านในพื้นที่ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนและคัดค้านการจัดตั้งโรงงานดังกล่าว โดยยกความกังวลเรื่องมลพิษและสุขภาพของผู้คนในชุมชนที่อยู่มาแต่ดั้งเดิม เพราะภายในโรงงานนั้นเป็นพื้นที่คัดแยกและฝังกลบสิ่งปฏิกูล รวมถึงวัสดุภัณฑ์ที่ไม่ได้ใช้แล้ว

ต่อมาปี 2555 ประชาชนในพื้นที่ 213 ราย ในพื้นที่ได้ลงคะแนนเสียงเพื่อออกความเห็นเรื่องโรงงานดังกล่าว ปรากฏว่าเสียงส่วนให้คัดค้าน มีเพียง 2 เสียงที่เห็นด้วยกับการตั้งโรงงาน กรมโรงงานอุตสาหกรรม จึงมีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานแก่บริษัท วิน โพรเสส
แต่ถึงแม้จะยังไม่ได้ใบอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม แต่เหมือนว่าโรงงานดังกล่าวจะมีการดำเนินการไปแล้ว ในปี 2556 ชาวบ้านในพื้นที่ได้กลิ่นเหม็นโชยมาจากพื้นที่โรงงาน จึงร้องเรียนให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยองเข้าตรวจสอบ จากการตรวจสอบในครั้งนั้นพบบ่อฝังกลบขยะ 3 บ่อ โรงเก็บของ 5 โรง ที่ภายในมีขยะจำพวกเศษพลาสติก เศษเหล็ก ผงเหล็ก ทินเนอร์เก่า เศษสี และน้ำมันเครื่องใช้แล้ว พบการอัดก้อนกระดาษ การคัดแยกขยะต่างๆ แบ่งเก็บน้ำมันเครื่องใช้แล้วและแปรรูปน้ำมันเครื่อง ภายในพื้นที่โรงงาน
มีการตรวจพบไอระเหยรุนแรงจากหลุมที่คาดว่ามีการฝังกลบไปแล้ว ตรวจวัดพบสารอินทรีย์ระเหยทั้งหมด สูงกว่า 60 ส่วนในล้านส่วน และตรวจพบปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอน (TPH) 37 มิลลิกรัม/ลิตร น้ำมัน และไขมัน 106 มิลลิกรัม/ลิตร จัดเป็นวัตถุอันตรายในลำดับที่ 50 (ของเสียผสมระหว่างน้ำมัน /น้ำ หรือไฮโดรคาร์บอน/น้ำ หรืออยู่ในรูปอิมัลชัน) ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อ วัตถุอันตราย พ.ศ.2538 ปนเปื้อนอยู่ในตัวอย่างน้ำที่เก็บมาจากหลุมฝังกลบ

เดือน เม.ย. 2556 ชาวบ้านในชุมชนที่ได้รับผลกระทบออกมาชุมนุมปิดหน้าโรงงาน เรียกร้องหาความรับผิดชอบ สุดท้ายนายวิชิต ชาตไพสิฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยองในขณะนั้นสั่งการให้โรงงานระงับระงับการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย และให้ขนย้ายของเสียและวัตถุอันตรายออกจากโรงงานโดยเร็ว
ต่อมาช่วงปี 2557-2559 โรงงานมีความพยายามที่จะขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานอีก 2 ครั้ง แต่ถูกชาวบ้านในพื้นที่คัดค้านไว้ทั้ง 2 ครั้ง โดยให้เหตุผลว่าโรงงานได้ดำเนินการโดยไม่มีใบอนุญาตมาโดยตลอด แต่ที่ผ่านมายังเพิกเฉยต่อคำสั่งของเจ้าหน้าที่รัฐอีกด้วย
กระทั่งปี 2560 กรมอุตสาหกรรมกลับออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานแก่บริษัท จำนวน 3 ใบ และยังออกใบอนุญาตถือครองวัตถุอันตรายจำพวกน้ำมันใช้แล้ว อีก 4 ใบ จึงทำให้โรงงานสามารถดำเนินการได้อย่างถูกกฎหมาย
หลังจากนั้นมามีการตรวจสอบพบว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่หนองพะวารุนแรงขึ้นและขยายวงกว้างออกไป แหล่งน้ำรอบโรงงานเริ่มเน่าเสีย กรมควบคุมมลพิษเคยลงพื้นที่ตรวจสอบ พบการปนเปื้อนของโลหะหนักในน้ำผิวดิน และน้ำใต้ดิน บริเวณโดยรอบโรงงาน พบทองแดง นิกเกิล แมงกานีส สังกะสี แคดเมียม ตะกั่ว ปรอท ปนเปื้อนในแหล่งน้ำเกินเกณฑ์มาตรฐานที่ระบุไว้ในประกาศของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ

วันที่ 7 มิ.ย. 2564 หลังต่อสู้มายาวนาน 1 ทศวรรษ ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจึงตัดสินใจยื่นฟ้องต่อศาล เรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 47,949,505 บาท เป็นค่าเสียหายต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงรายได้ที่ชาวบ้านต้องสูญเสียจากพืชผลทางการเกษตรที่ได้รับผลกระทบ และขอให้ทาง “วิน โพรเสส” ฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและทางน้ำธรรมชาติให้คืนสภาพเดิม
ผ่านไปกว่า 1 ปี ในวันที่ 13 ธ.ค. 2565 ศาลจังหวัดระยองนัดอ่านคำพิพากษา คดีที่ชาวบ้านหนองพะวา ที่ยื่นฟ้องบริษัท วินโพรเสส จำเลยที่ 1, น.ส.วิชชุดา ไกรพงษ์ กรรมการบริษัท จำเลยที่ 2, และนายโอภาส บุญจันทร์ อดีตกรรมการบริษัท จำเลยที่ 3 โดยศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าเสียหายแก่โจทย์ที่ยื่นฟ้อง 15 ราย เป็นจำนวนรวม 20,823,718 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 3 ต่อปี นับจากวันที่ฟ้อง พร้อมสั่งการให้ฟื้นฟูสภาพแวดล้อมให้ให้เป็นไปตามมาตรฐานของกรมควบคุมมลพิษ
จากนั้นช่วงเดือน ต.ค. 2566 กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้เข้าตรวจสอบความคืบหน้าการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมตามคำสั่งของศาล กลับพบว่ายังมีการรั่วไหลของของเสียในพื้นที่โรงงาน โดยเป็นของเสียที่อยู่ระหว่างรอการกำจัด และพบพบถังเก็บสารเคมีขนาด 1,000 ลิตร มีกลิ่นเหม็นฉุนสารเคมี ตั้งอยู่นอกอาคารจำนวนมาก

นอกจากนี้ยังพบของเสียจำนวนมากที่โรงงานไม่เคยได้รับใบอนุญาตจัดเก็บ นอกจากนั้นยังพบว่าค่าความเป็นกรด-ด่างในการบำบัดน้ำบ่อดิน นั้นเข้มข้นขึ้นจนกลายเป็นของเสียเคมีวัตถุตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 โดยมีพยานหลักฐานชี้ว่ามีการปล่อยสารเคมีที่เก็บไว้ในอาคารลงให้รางระบาย ลงสู่บ่อดิน
แม้ว่าทางโรงงานจะมีการขนย้าย-กำจัดของเสียบางส่วนออกไปจากพื้นที่แล้วตามคำสั่งศาล แต่จากการตรวจสอบเมื่อเดือน ต.ค. 2566 ก็ยังพบของเสียจำนวนมากที่ยังคงเก็บไว้อยู่ในพื้นที่โรงงาน
กระทั่งปีนี้ เมื่อวันที่ 19 เม.ย. 2567 สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง ได้มีหนังสือไปถึงทางบริษัท ให้เคลื่อนย้ายกองถุงบิ๊กแบ็กบรรจุตะกอนดิน บรรจุภัณฑ์ปนเปื้อนและเศษวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ที่วางกองไว้บริเวณนอกอาคาร เข้าไว้ภายในอาคาร ด้วยเกรงว่าใกล้จะเข้าหน้าฝนแล้ว หากฝยตกลงมาจะทำให้เกิดการชะล้างและกระทบกับชุมชนโดยรอบได้ โดยมีการระบุด้วยว่าทางสำนักงานจะลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าหลังจากนี้
แต่โดยที่ไม่มีใครคาดคิด เพียง 3 วันหลังสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดออกหนังสือเตือน ก็เกิดไฟไหม้ขึ้นภายในโรงงานวิน โพรเสส เจ้าหน้าที่ดับเพลิงระดมรถน้ำเข้าควบคุมสถานการณ์ ใช้เวลานานกว่า 20 ชั่วโมง จึงควบคุมไว้ได้ ท่ามกลางความรู้สึกแปลกใจถึงสาเหตุที่เกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้
23 เม.ย. 2567 ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สส.บ้านค่าย สมัยแรก สังกัดพรรคก้าวไกล ตั้งโต๊ะแถลงถึงเหตุไฟไหม้ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่าที่ผ่านมาตนได้นำเรื่องของโรงงานแห่งนี้เข้าหารือในสภาแล้ว 2 ครั้ง เกี่ยวกับเรื่องผลกระทบต่อชุมชนหนองพะวา การที่เกิดเหตุไฟไหม้ขึ้นแทบจะทันทีหลังจากที่มีคำสั่งให้ขนย้ายสารเคมี และขยะกากอุตสาหกรรมออกไปนั้น เป็นที่น่าตั้งข้อสังเกตว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะโรงงานไม่ได้ปฏิบัติงานในช่วงเวลาก่อนหน้านั้น ขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องสืบสวนหาสาเหตุของเพลิงไหม้ครั้งนี้ให้กระจ่าง

และเรียกร้องรัฐบาลให้พิสูจน์ทราบให้ได้ว่าควันที่ลอยออกไปมีพิกัดวงกว้างมากขนาดไหน และมีสารพิษเจือปนมากแค่ไหน มีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ทั้งในแง่ของอากาศและน้ำมากน้อยเพียงใด รวมถึงขอความชัดเจนเรื่องการชดเชยเยียวยาให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
ในวันเดียวกันนั้น ที่ห้องประชุม อบต.บางบุตร อ.บ้านค่าย จ.ระยอง นายกัฬชัย เทพวรชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บัญชาการกรณีเกิดเหตุการณ์เพลิงไหม้โรงงานเก็บกากสารเคมีอุตสาหกรรม บริษัท วินโพรเสส จำกัด ได้ประชุมสรุปความคืบหน้าของสถานการณ์
โดยนายกัฬชัยได้ระบุถึงเรื่องสาเหตุของเพลิงไหม้ว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่สามารถตัดประเด็นไฟฟ้าลัดวงจรออกไปได้ เพราะทางโรงงานดังกล่าวปิดกิจการและถูกตัดไฟไปนานแล้ว และทางจังหวัดยังไม่ตัดประเด็นของการวางเพลิงออกไป
ซึ่งก็ต้องติดตามกันต่อถึงความคืบหน้า และบทสรุปของโรงงาน “วิน โพรเสส” รวมถึงอนาคตของชาวบ้านหนองพะวา ที่คาดหวังจะได้กลับไปใช้ชีวิตในสิ่งแวดล้อมที่สะอาดอีกครั้ง
ที่มา:
https://www.seub.or.th/bloging/news/win-prosess/
https://www.thaipbs.or.th/news/content/339264
https://www.facebook.com/watch/live/?ref=watch_permalink&v=3802748216714022




