คหบดีบึงกาฬ ท้า อ.เจษฎ์ พิสูจน์ บั้งไฟพญานาค เดิมพัน 1 ล้านบาท

คหบดีบึงกาฬ ท้า อ.เจษฎ์ พิสูจน์ บั้งไฟพญานาค เดิมพัน 1 ล้านบาท อ.เจษฎ์ รับคำท้า ลั่น ไม่ต้องวางเดิมพันเงินรางวัล ผมข้าราชการขั้นผู้น้อย ไม่มีเงินไปวางกับท่านคหบดี บุญมา
จากกรณีผู้ใช้ติ๊กต็อกรายหนึ่งโพสต์คลิปขณะกำลังขี่รถจยย.ถ่ายคลิปบริเวณเลนซ้ายสุดติดกับทางเท้าภายใน ถ.ภูมิเวท ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี มุ่งหน้าท่าน้ำวัดกลางเกร็ด ซึ่งเป็นเลนจักรยานและเลนสำหรับคนพิการที่ตีเส้นทึบสีเขียวมีเสากั้นตลอดทั้งแนว โดยมีรถยนต์จอดปิดทางเป็นระยะทำให้รถจักรยานและรถเข็นคนพิการไม่สามารถสัญจรไปมาได้ทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลจำนวนมาก
(01 พ.ย.66) นายบุญมา พันดวง คหบดีในบึงกาฬ กล่าวว่า ขอท้า ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์มหาวิทยาลัยชื่อดังของประเทศไทยมาพิสูจน์ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติกรณีเกิด "บั้งไฟพญานาค"ในวันออกพรรษา ที่ท่านบอกว่าเป็นการยิงกระสุนส่องสว่างจากอาวุธปืนเอสเคจากฝั่งลาวขึ้นฟ้า ทำให้คนไทยเชื่อว่าเป็น "บั้งไฟพญานาค" ตามความเชื่อของคนไทยและลาวริมฝั่งโขง ซึ่งเคยยืนยันเรื่องนี้มามากกว่า 10-15 ปีแล้วและปัจจุบัน ดร.เจษฎา ก็ยังยืนยันคำเดิมที่ได้เสนอผ่านสื่อหนึ่ง โต้กันกับนายนิพนธ์ คนขยัน สส.เพื่อไทย เขต 3 บึงกาฬเมื่อเร็วๆ นี้
โดย ดร.เจษฎา ไม่ต้องไปจับคนลาวที่ยิงปืนมาพิสูจน์ให้คนไทยดูก็ได้หรอก แต่ให้มานั่งดูที่ริมฝั่งโขงในเขต อ.ปากคาดด้วยกัน โดยเชิญสื่อมวลชนส่วนกลางมาบันทึกภาพเป็นสักขีพยานด้วย เก็บภาพทุกมุม ทั้งยิงกล้องมาทางฝั่งลาวด้วย ขอร้องประชาชนหรือ นทท.ห้ามส่งเสียงช่วงพิสูจน์ด้วยกันทั้งฝั่งและลาว จะได้รู้ดำรู้แดงให้มันจบๆ ในยุกต์เรา และขอเดิมพัน 1 ล้านบาท ถ้าเป็นไปตามที่ ดร.เจษฎา วิเคราะห์หรือพิสูจน์มา แต่ถ้าเป็นไปตามความเชื่อของคนจังหนองคายและบึงกาฬ ดร.เจษฎา ต้องยอมจ่าย 1 ล้านบาท และยินดีจะออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางพร้อมอาหารที่พักให้ด้วย ถ้าตกลงตามคำท้านะครับ
ด้าน อ.เจษฎ์ เผย ผมชอบไอเดียวิธีการพิสูจน์ "บั้งไฟพญานาค" ของเค้านะ แต่ไม่ต้องวางเดิมพันเงินรางวัลอะไรกันหรอกครับ (ผมข้าราชการขั้นผู้น้อย ไม่มีเงินไปวางกับท่านคหบดี บุญมา เค้าด้วย)
แค่ปีหน้า ท้องถิ่นมาช่วยกันจัดพิสูจน์เป็นเรื่องเป็นราว เชิญกองทัพสื่อทุกช่อง และผู้สนใจ ไปตั้งกล้องถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ กันเยอะๆ ดีกว่า
ผมว่า ถ้าไปบึงกาฬอาจจะไม่ค่อยเห็น ก็เลือกเอาที่จุดไหนที่ลูกไฟขึ้นเยอะๆ ให้ชัวร์ๆ ว่าไปแล้วน่าจะได้เจอ (เช่น ที่ลานพญานาค รัตนวาปี) แบ่งครึ่งหนึ่งถ่ายฝั่งไทย อีกครึ่งข้ามไปถ่ายฝั่งลาว เอาโดรนบินตรงกลางขึ้นฟ้าไปด้วย เริ่มจัดซักปี 2 ปี ก็น่าจะได้ข้อมูล "ทางวิทยาศาสตร์" ให้ไปศึกษาต่อกันได้อีกเยอะครับ
ป.ล. ปีหน้า โทรมานัด ที่ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ได้นะครับ




