คนไทยทั้ง 139 ชีวิตในอิสราเอลถึงไทยแล้ว หนึ่งในนั้นสุดตื้นตันก้มกราบพื้นแผ่นดินมาตุภูมิ ขณะที่กองทัพอากาศ เตรียมปรับแผนการบิน เร่งอพยพแรงงานไทย

แรงงานไทยก้มกราบผืนแผ่นดินมาตุภูมิ หลังก้าวเท้าลงจากเครื่อง ขณะที่กองทัพอากาศ เตรียมปรับแผนการบิน เร่งอพยพ

(22 ต.ค.66) เวลา 12.00 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง เครื่องบิน A340-500 ของกองทัพอากาศ เที่ยวบินที่ 3 RTAF220 ที่เดินทางไปรับผู้อพยพชาวไทยในอิสราเอล ได้เดินทางถึงไทยโดยสวัสดิภาพ ซึ่งมีพลอากาศเอกพันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ และตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ
สำหรับเที่ยวบินนี้ มีจำนวนคนไทยที่เดินทางกลับมาทั้งสิ้น 139 คน แบ่งเป็นชาย 136 คน และหญิง 3 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ 3 คน
โดยทันทีที่คนไทยทั้ง 139 คน ก้าวเท้าลงจากเครื่องบินสู่ผืนแผ่นดินไทย ผู้โดยสารคนหนึ่งได้ก้มลงกราบพื้นดิน ก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการตรวจร่างกาย และเข้าสู่กระบวนการตรวจคนเข้าเมือง รวมถึงการตรวจสอบสิทธิต่าง ๆ จากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงแรงงานต่อไป
คนไทยที่ก้มลงกราบพื้นดินไดเเปิดเผยความรู้สึกว่า ที่ตนก้มลงกราบที่พื้น ตนคิดมาอยู่แล้ว เพราะตนรู้สึกปราบปลื้มมากเมื่อถึงไทย และตนไม่ได้กลับมาไทยมาได้ 3 ปีแล้ว และตนคิดว่าทุกคนที่กลับมารอบนี้ก็ดีใจมาก ๆ เหมือนกัน
ซึ่งการกลับมาครั้งนี้ตนตัดสินใจขอนายจ้างกลับ นายจ้างก็ประสานให้ เพราะอยู่ไม่ไหวจริง ๆ ทั้งเสี่ยงตาย ทั้งเสียสุขภาพจิต เพราะตอนช่วงดที่เกิดเหตุการณ์รุนแรง ตนต้องวิ่งหลบกระสุนเข้าไปแอบในห้องน้ำ ออกจากห้องก็ไม่ได้ ตอนนี้อยากขอกลับไปเจอครอบครัวที่รออยู่ที่บ้านด้วยตนเอง พูดอะไรไม่ออก
ด้านนาวาอากาศเอกเจริญ วัฒนศรีมงคล นักบินที่ปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ ระบุว่า เรานำคนไทยกลับมาถึงโดยเรียบร้อย และปลอดภัย จากแผนที่ทางกระทรวงการต่างประเทศแจ้งไว้จะมีคนไทยกลับมา 140 คน แต่มี 1 คนที่ไม่ได้มาแสดงตัว จึงทำให้ในเที่ยวบินนี้มีคนไทยกลับได้ 139 คน โดยมีผู้บาดเจ็บ 3 คน
แบ่งเป็นผู้ป่วยชายมีอาการติดเชื้อ ข้อเท้าบวม เข่าบวม ไม่สามารถเดินได้ 1 คน อีก 1 คนมีอาการไม่สบายเล็กน้อย และได้ตรวจโควิดแล้วไม่พบผลเป็นบวก ส่วนผู้ป่วยอีก 1 คน เป็นเพศหญิง มีอาการเจ็บเข่า ซึ่งการจากการสะดุดล้มตอนวิ่งหนีกระสุน ขณะนี้กำลังรอเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกในการลงจากเครื่องบิน
นาวาอากาศเอกเจริญ กล่าวต่อว่า ส่วนการบินผ่านน่านฟ้าในแถบอาหรับ จะทำให้ระยะเวลาการบินสั้นลงถึง 4 - 5 ชั่วโมง ซึ่งจะประหยัดเวลา ประหยัดเชื้อเพลิง และลดความเหนื่อยล้าของผู้โดยสารด้วย และตอนนี้มีการปรับแผนการอพยพ โดยใช้ชื่อภารกิจว่า “ฟูไจราห์” มีทางรัฐบาลอิสราเอลนำเครื่องบินเช่าเหมาลำมาส่งคนไทยที่สนามบินฟูไจราห์ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทำให้ทางกองทัพอากาศไม่ต้องบินไปรับที่อิสราเอลแล้ว และจะเปิดโอกาสให้เพิ่มเที่ยวบินมากขึ้น ระยะทางใกล้ขึ้น รวมถึงมีเครื่องบินอื่น ๆ มาเสริม ทำให้รับคนกลับมาได้มากขึ้น และเหมาะสมกับสถานการณ์ที่มีคนไทยแจ้งความประสงค์ขอกลับมากว่า 8,000 คน ซึ่งจะมีกำหนดการบินอีก 3 เที่ยว ในวันที่ 25, 28 และ 31 ต.ค นี้ และอาจทำให้มีสายการบินอื่นมาเพิ่มด้วย
ด้านพลอากาศเอกพันธ์ภักดี กล่าวต้อนรับคนไทยว่า ยินดีต้อนรับคนไทยทุกคนที่ได้เดินทางกลับมา ซึ่งจะเห็นว่าหลังจากลงเครื่องมาจะมีกระทรวงต่าง ๆ มารอต้อนรับ และอำนวยความสะดวกตามสิทธิที่ได้รับ
และขอฝากไปถึงพี่น้องแรงงานที่ ยังอยู่ที่อิสราเอล หากรู้จักกัน ตอนนี้เรากำลังพบปัญหาการรวบรวมจำนวนแรงงานไทยในอิสราเอล เพราะทางกระทรวงการต่างประเทศต้องรวบรวมว่าอยู่พิกัดไหนบ้าง หากสามารถติดต่อทราบพิกัดได้ ก็แจ้งเจ้าหน้าที่ได้เลย เมื่อได้จำนวนมากเท่าไหร่ ก็จะนำพากลับมาได้เร็วเท่านั้น การดำเนินภารกิจในครั้งนี้เรายังทำอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นห่วงพี่น้องคนไทยที่อยู่ที่นั่น และจะพากลับมาให้เร็วที่สุด และปลอดภัยที่สุด




