โผล่อีก! ตัดต้นพะยูง จุดที่ 7 ไม้ในโรงเรียนเมืองน้ำดำ อายุ 50 ปี 4 ต้น

โผล่อีก! เมืองน้ำดำ ตัดต้นพะยูงโรงเรียนจุดที่ 7 อายุกว่า 50 ปี 4 ต้น วิธีการเดิมใช้ระเบียบราชพัสดุกรมธนารักษ์ แต่รอบนี้เอกสารชัดระบุตัว จนท.เอี่ยวเพียบ
จากกรณีไม้พะยูงของกลาง 7 ท่อน มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท หายไปจาก สนง.เทศบาล ต.อิตื้อ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ อย่างไร้ร่องรอย ( ตั้งแต่ 5 ส.ค.66)นำการตรวจสอบมีบุคคลของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง 8 ราย และยังมีปัญหาการตัดไม้พะยูงในโรงเรียนต่างๆต่อเนื่อง และอยู่ระหว่างทาง จ.กาฬสินธุ์ ส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.- ส.ต.ง.-ป.ป.ท. เอาผิดทั้ง ทางวินัย แพ่งและอาญา ตามที่ WORKPOINT NEWS ติดตามและนำเสนอต่อเนื่องไปแล้วนั้น
วันนี้ (12 ก.ย.66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงที่และเจ้าหน้าที่ชุดรวบรวมและตรวจสอบข่าว กอ.รมน.จังหวัดกาฬสินธุ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณภายใน รร.หนองแวงบ่อแก้ว ต.อิตื้อ หลังได้รับแจ้งจากภาคประชาชนในพื้นที่อีกว่า มีการตัดไม้พะยูงเหมือนกัน ด้วยวิธีประมูลขายให้กับพ่อค้า จำนวน 4 ต้น เมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายน ซึ่งพฤติกรรมการตัดและประมูลขายคล้ายกับปัญหาที่เกิดขึ้นใน รร.หลายแห่งที่ผ่านมา

โดย น.ส.วรรณกานต์ สิมมา ผอ.รร.หนองแวงบ่อแก้ว ได้พาชมโรงเรียนที่พบว่ามีต้นไม้พะยูงหลงเหลืออยู่ราว 10 ต้น และมีการนำผ้าเหลืองมาโอบล้อม(บวชต้นไม้) พร้อมยอมรับว่า มีการประมูลไม้พะยูงจริงตามคำแนะนำของผู้บริหารและตัวแทนธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์
น.ส.วรรณกานต์ กล่าวว่า เข้ามาเป็นผู้บริหารโรงเรียนในปี 2563 ซึ่งจะมีคนมาติดต่อขอซื้อไม้พะยูงหลายราย แต่ตนได้ปฏิเสธไป กระทั่งปี 2565 ไม้พะยูงยืนต้นตาย 4 ต้น ไม้ยางนา 1 ต้น จึงได้มีการประชุมขอมติกรรมการสถานศึกษา และ สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2 ก่อนทราบภายหลังว่า ทาง สพป.และธนารักษ์ฯ เข้ามาดำเนินการไป ส่วนที่จะมีการประมูลขายประการใดตนไม่ทราบ แต่ได้อธิบายให้กรรมการสถานศึกษาและชาวบ้านทราบว่า ทางเขตและธนารักษ์ขายไม้เพื่อนำเงินเข้าหลวง
ต่อมา วันที่ 2 พฤษภาคม 66 มีคนร้ายเข้ามาลักลอบตัดไม้พะยูง 2 ต้น จึงได้เข้าแจ้งความที่ สภ.โนนสูง และตำรวจ จนท.ธนารักษ์ และ จนท.ป่าไม้ ได้มาทำการตรวจยึด ก่อนที่จะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินราคากลาง 3 คน ลงนามคำสั่งโดย ผอ.สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2 ประกอบด้วย เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส นายช่างสำรวจอาวุโส และตนในฐานะ ผอ.โรงเรียน ส่วนประเมินราคาขายเท่าใด ใครเป็นคนรับซื้อ ตนไม่ทราบ เอกสารอยู่ที่ สพป.เท่านั้น และแม้มีหลักฐานปรากฏในหนังสือแต่งตั้ง ตนไม่ขอพูด เพราะเป็นเรื่องของ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร

ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า กรณีนี้เป็นอีกเคสที่ชาวบ้านส่งเอกสารเป็นข้อมูลลับมาให้ พบเป็นหนังสือโต้ตอบระหว่าง สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2 และธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ ในการขออนุญาต เหมือนที่ผ่านๆมา โดยมีหนังสือขอจำหน่ายไม้พะยูงใน รร.หนองแวงบ่อแก้ว มี 3 ฉบับ เกี่ยวกับ การอนุญาตให้จำหน่ายต้นไม้ โดยวิธีขายทอดตลาด , หนังสือแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินราคากลาง และเกี่ยวกับรายงานรื้อถอนและขนย้าย โดยมีการแจ้งส่งสำเนาสัญญาซื้อขายไม้พะยูงจำนวน 4 ต้นด้วย
รายงานแจ้งคำให้การของแหล่งข่าวระบุว่า หลังจากไม้พะยูงของกลาง 7 ท่อน มูลค่า 1 ล้านบาท หายไปจากเทศบาล ต.อิตื้อ มีชาวบ้านยังแจ้งอีกว่า ที่ รร.หนองแวงบ่อแก้ว เคยเกิดเหตุคนร้ายลักลอบตัดไม้พะยูง แต่ไม่ทราบแน่ชัดว่ากี่ครั้งหรือกี่ต้น เพราะถูกปกปิดเป็นความลับ ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่รู้ เห็นเป็นเรื่องของทางโรงเรียน กับ สพป.และธนารักษ์เท่านั้น
ขณะที่มีชาวบ้านบางคนให้การว่า มีพ่อค้าที่มาซื้อไม้เล่าให้ฟังว่า เคยมาซื้อไม้พะยูงที่โรงเรียนแห่งนี้ไปแค่ 6 ท่อน ในราคา 2 หมื่นบาทเท่านั้นเอง ยังเหลืออีก 11 ท่อนที่ไมีทราบว่าขายไปไหน จึงอยากเรียกร้องให้นายธวัชชัย รอดงาม รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ หัวหน้าชุดเฉพาะกิจฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึกโดยด่วน

ด้านฝ่ายความมั่นคง จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า สำหรับกรณีการตัดไม้พะยูง ไม้ประดู่และไม้หวงห้ามในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ รอบ 1 เดือนที่ผ่านมา ปรากฏไทม์ไลน์ทั้งในส่วนของเอกสารการขออนุญาตตัดในพื้นที่ราชพัสดุ และถูกแก๊งมอดไม้ลักลอบตัด รวม 14 ครั้งแล้ว




