"วันอีฎิ้ลฟิตริ" ชาวไทยมุสลิมนราธิวาสเข้าร่วมพิธีละหมาด

ข่าวเวิร์คพอยท์
"วันอีฎิ้ลฟิตริ" ชาวไทยมุสลิมนราธิวาสเข้าร่วมพิธีละหมาด

"วันอีฎิ้ลฟิตริ" 2567 ชาวไทยมุสลิมนราธิวาสสวมชุดสีสันสดใสเข้าร่วมพิธีละหมาดฮารีรายอ

(10เม.ย.67) ถือเป็นวันแรกของการออกจากเทศกาลถือศีลอดหรือเดือนรอมฎอนของชาวมุสลิมทั่วโลก โดยที่ จ.นราธิวาส หลังจาก นายอรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี ได้ออกประกาศเรื่องกำหนดให้วันที่ 1 ของเดือนเซาวาล ("วันอีฎิ้ลฟิตริ") ฮิจเราะห์ศักราช 1445 ตรงกับวันที่ 10 เมษายน 2567 เนื่องจากในวันที่ 9 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา เวลาหลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ปรากฏว่า มีผู้เห็นดวงจันทร์ 

โดยบรรยากาศในช่วงเช้าของวันนี้ ตั้งแต่เวลาประมาณ 06.30 น. ได้มีชาวไทยมุสลิมที่ทยอยเดินทางมาพร้อมครอบครัว ด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส เข้าร่วมพิธีละหมาดกลางสนามฟุตบอล ภายในสนามกีฬาของเทศบาลเมืองนราธิวาสอย่างเนืองแน่น โดย นายไพซอล อาแว นายกเทศมนตรีเมืองนราธิวาส ได้จัดเป็นสถานที่ในการประกอบพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ในวัน "วันอีฎิ้ลฟิตริ" ซึ่งตรงกับวันที่ 1 เดือนเชาวาล ตามปฏิทินอิสลาม ซึ่งเป็นวันออกบวชหลังจากได้ถือศีลอดตลอดระยะเวลา 1 เดือน ด้วยการบังคับตัวเองจากการลด ละ การกินดื่ม กิเลสตัณหา และได้ละหมาดตะรอวีหฺเป็นเวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงเต็มตลอดค่ำคืนของเดือนรอมฎอน นิยมเรียกวันนี้ว่า วันออกบวช หรือ รายาปอซอ หรือ รายาฟิตเราะห์ 

"วันอีฎิ้ลฟิตริ" ชาวไทยมุสลิมนราธิวาสเข้าร่วมพิธีละหมาด

อย่างไรก็ตาม ตามมัสยิดต่าง ๆ ในพื้นที่ 13 อำเภอของ จ.นราธิวาส บรรยากาศเฉกเช่นเดียวกัน เนืองแน่นไปด้วยชาวไทยมุสลิม ทั้งผู้ใหญ่และลูกหลานตัวน้อยที่สวมชุดรายอได้อย่างสวยงามและน่ารักเดินทางไปร่วมละหมาดโดยพร้อมเพรียงกัน

"วันอีฎิ้ลฟิตริ" ชาวไทยมุสลิมนราธิวาสเข้าร่วมพิธีละหมาด

สำหรับ "วันอีฎิ้ลฟิตริ" ถือเป็นวันสิ้นสุดของเดือนรอมฎอน ตรงกับวันที่ 1 เดือนเซาวาล เป็นเดือนที่ 10 ของเดือนในศาสนาอิสลาม โดยถือทางจันทรคติ ถือเป็นการปฏิบัติศาสนกิจที่มีความสำคัญต่อชาวไทยมุสลิมเป็นอย่างมาก มุสลิมทุกเพศทุกวัยทั้งชายหญิงต้องตื่นแต่เช้าเพื่อทำการอาบน้ำสุนัต และไปละหมาดที่มัสยิดประจำหมู่บ้าน ซึ่งทุกคนนิยมใส่เสื้อผ้าของใหม่ ๆ สวยงาม มีกลิ่นหอม 

"วันอีฎิ้ลฟิตริ" ชาวไทยมุสลิมนราธิวาสเข้าร่วมพิธีละหมาด

ส่วนกิจกรรมใน "วันอีฎิ้ลฟิตริ" หลังจากละหมาดเสร็จสิ้นแล้ว จะมีการรับประทานอาหารกันในครอบครัว เพื่อนฝูงและญาติพี่น้อง รวมทั้งเดินทางไปเยี่ยมญาติ และพักผ่อนตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ซึ่งถือเป็นวันรวมญาติของชาวไทยมุสลิมที่อยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ จะเดินทางกลับไปยังภูมิลำเนาเพื่อเฉลิมฉลองกับครอบครัวและญาติพี่น้อง เพื่อขออภัยซึ่งกันและกัน มุสลิมทุ สนุกสนาน เพราะจะได้ไปเยี่ยมญาติพี่น้อง ไปเคารพผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว และทำความสะอาดสุสาน ทุกคนจะมีความรื่นเริงนำขนมไปแจกจ่ายให้กับเด็ก ๆ เพื่อนบ้าน เลี้ยงอาหารคนในหมู่บ้าน 

สำหรับอาหารที่นิยมทำในวันฮารีรายอ คือ ตูปะ หรือ ข้าวเหนียวต้ม 

โดยในรอบ 1 ปี จะมีวันฮารีรายอ 2 ครั้ง คือ "วันอีฎิ้ลฟิตริ" และ วันอีฎิ้ลอัฏฮา ซึ่งจะตรงกับเดือน 12 ของปฏิทินอิสลาม สิ่งที่น่าประทับใจในวันฮารีรายอคือ ลูก ๆ จะขออภัยต่อพ่อแม่ ภรรยาขออภัยต่อสามี และเพื่อนบ้านขออภัยต่อกันตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา 

อีกทั้งยังมีการแสดงออกด้วยการสวมกอด การจูบมือ การหอมแก้มพ่อแม่ แสดงถึงความรักความเข้าใจที่มีต่อกัน ลูกหลานที่อยู่ต่างถิ่นต่างก็กลับมารวมตัวกันที่บ้าน เพื่อได้อยู่ร่วมกันกับคนในครอบครัวด้วยความอบอุ่น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"วันอีฎิ้ลฟิตริ" ชาวไทยมุสลิมนราธิวาสเข้าร่วมพิธีละหมาด | Workpoint News