อึ้ง! เด็กไทยเล่นพนันออนไลน์กว่า 2.9 ล้านคน

sureeporn.t
อึ้ง! เด็กไทยเล่นพนันออนไลน์กว่า 2.9 ล้านคน

สถานการณ์พนันออนไลน์คนรุ่นใหม่ พบเป็นผู้เล่นหน้าใหม่สูงถึง 700,000 คน จากจำนวน 2.9 ล้านคน

องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศว่าพฤติกรรมติดการพนันเป็นโรคทางจิตเวชอย่างหนึ่ง ที่คล้ายกับการติดสารเสพติดสถานการณ์พนันในปัจจุบัน จากผลสำรวจพฤติกรรมการเล่นพนันออนไลน์ของกลุ่มคนรุ่นใหม่ ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อายุ 15-25 จาก 19 จังหวัดทั่วประเทศไทย จำนวน 5,010 ตัวอย่าง ระหว่างเดือน ม.ค. – ก.พ. 2566 พบว่า 

กลุ่มคนรุ่นใหม่ เล่นพนันออนไลน์กว่า 2.9 ล้านคน ในจำนวนนี้มีถึง 1.4 ล้านคน เสี่ยงเป็นนักพนันที่เป็นปัญหา และเป็นผู้เล่นหน้าใหม่สูงถึง 700,000 คน เล่นพนันผ่านช่องทางมือถือมากถึง 98.7% แสดงให้เห็นว่าสถานการณ์พนันในเด็ก และเยาวชนส่งสัญญาณอันตราย โดยเฉพาะพนันออนไลน์ที่เด็กเยาวชนมีโอกาสเป็นผู้เสพติดพนันสูงกว่าผู้ใหญ่ 

อึ้ง! เด็กไทยเล่นพนันออนไลน์กว่า 2.9 ล้านคน

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับเครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน จัดกิจกรรม “No first time : พนันต้องไม่มีครั้งแรก” เปิดผลสำรวจประสบการณ์เสี่ยงครั้งแรกที่ติดใจครั้งต่อไปที่อยากเลิกของเด็กเยาวชน เพื่อสร้างความตื่นตัว เน้นย้ำให้สังคมตระหนักว่า “พนันเป็นสิ่งเสพติด” ยิ่งเล่นยิ่งติด และต้องไม่มีครั้งแรกสำหรับพนัน

นายสุขสันต์ กิตติศุภกร รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศว่าพฤติกรรมติดการพนันเป็นโรคทางจิตเวชอย่างหนึ่ง ที่คล้ายกับการติดสารเสพติดสถานการณ์พนันในปัจจุบัน เล่นได้ง่าย สะดวก ทุกที่ทุกเวลา การพนันไม่ว่าจะเป็นรูปแบบออนไลน์ หรือออฟไลน์ ก็สามารถเสพติดได้ง่าย เมื่อเสพติดพนันก็ส่งผลกระทบต่อตนเอง และผู้อื่น ขาดเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เกิดความเครียดเสียสุขภาพจิต เสียการเรียน จึงควรสร้างความตระหนักถึงผลกระทบจากการติดพนัน ซึ่งในกลุ่มเด็กมีความเสี่ยงติดได้ง่ายกว่าวัยอื่น แต่ก็สามารถรักษาได้ ผู้ปกครองควรทำความเข้าใจ เพราะครอบครัวคือกำลังใจสำคัญที่จะช่วยเหลือ สนับสนุน ให้ก้าวข้ามการเสพติดพนันได้

อึ้ง! เด็กไทยเล่นพนันออนไลน์กว่า 2.9 ล้านคน

ด้านนางก่องกาญจน์ ทักษ์หิรัญฤทธิ์ รักษาการ ผอ.สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส. กล่าวว่า ผลสำรวจพฤติกรรมการเล่นพนันออนไลน์ของกลุ่มคนรุ่นใหม่ อายุ 15-25 จาก 19 จังหวัดทั่วประเทศ จำนวน 5,010 ตัวอย่าง ระหว่างเดือน ม.ค. – ก.พ. 2566 ของศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่า เล่นพนันออนไลน์กว่า 2.9 ล้านคน ในจำนวนนี้มีถึง 1.4 ล้านคน เสี่ยงเป็นนักพนันที่เป็นปัญหา และเป็นผู้เล่นหน้าใหม่สูงถึง 700,000 คน เล่นพนันผ่านช่องทางมือถือมากถึง 98.7% แสดงให้เห็นว่าสถานการณ์พนันในเด็ก และเยาวชนส่งสัญญาณอันตราย โดยเฉพาะพนันออนไลน์ที่เด็กเยาวชนมีโอกาสเป็นผู้เสพติดพนันสูงกว่าผู้ใหญ่ การจัดกิจกรรมครั้งนี้ เพื่อสร้างความตื่นตัว เน้นย้ำให้สังคมตระหนักว่า “พนันเป็นสิ่งเสพติด” ยิ่งเล่นยิ่งติด และต้องไม่มีครั้งแรกสำหรับพนัน

“กิจกรรมในครั้งนี้ เป็นการจุดประกายให้เด็ก และเยาวชนตระหนักถึงพิษภัยของพนัน ผ่านกิจกรรมที่หลากหลายที่จัดขึ้น เช่น ฐานกิจกรรมเรียนรู้ เอ๊ะ อ๊ะ โอ๊ะ !!! อะไรคือพนัน ติดพนันมีอาการอย่างไร และทักษะการปฏิเสธไม่พนัน คลิปรณรงค์ “ต้องไม่มีครั้งแรก” เวทีเสวนา “ดีที่สุด อย่ามีพนันครั้งแรก” ที่แลกเปลี่ยนประสบการณ์เสี่ยงพนันครั้งแรก พร้อมเปิดผลสำรวจประสบการณ์เสี่ยงพนันครั้งแรกที่ติดใจ ครั้งต่อไปอยากเลิกจากเด็กและเยาวชน เปิดพื้นที่ให้เครือข่ายเด็ก และเยาวชนได้แสดงความสามารถ ซึ่งในวันที่ 20 กันยายน ซึ่งเป็น “วันเยาวชนแห่งชาติ” ขอให้เด็ก และเยาวชนเกิดความตระหนัก รู้เท่าทัน ไม่ตกเป็นเหยื่อการพนัน และเป็นกำลังสร้างสรรค์ สร้างประโยชน์ต่อสังคม” นางก่องกาญจน์ กล่าว

น.ส.วศิณี สนแสบ ผู้ประสานงานเครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน กล่าวว่า วันที่ 1-10 ก.ย. ที่ผ่านมา เครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนันร่วมกับเครือข่ายรณรงค์หยุดพนันได้ทำสำรวจเด็ก และเยาวชนไทย อายุระหว่าง 13-25 ปี จำนวน 1,200 คน ใน 17 จังหวัดจากทุกภาคของประเทศ เกี่ยวกับประสบการณ์ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาต่อปัจจัยเสี่ยง อุบัติเหตุ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พนัน การสูบบุหรี่หรือสารเสพติด พบว่า 40% เคยมีประสบการณ์อย่างน้อยหนึ่งเรื่อง มากที่สุดคือ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 21.3% รองลงมาเป็นอุบัติเหตุ มีพฤติกรรมขับขี่โลดโผน 17.7% เล่นพนัน 15.3% สูบบุหรี่หรือใช้สารเสพติด 12.2% ซึ่งพนันเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้รู้สึกติดใจในครั้งแรก ๆ แต่ในครั้งต่อไปอยากจะเลิก เพราะเหตุผลเรื่องสุขภาพ ร่างกายทรุดโทรม พักผ่อนไม่เพียงพอ เครียด การเงินที่ไม่มีพอจับจ่ายใช้สอย ปัญหาด้านความสัมพันธ์ ทะเลาะกับคนใกล้ตัว และการถูกลงโทษทางวินัย รวมถึงการถูกข่มขู่และถูกทำร้ายร่างกาย 

“เครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน ขอเสนอแนวทางต่อรัฐบาลชุดใหม่ ให้จริงจังต่อการปกป้องเด็กและเยาวชนจากพนัน เริ่มต้นจากสลากกินแบ่งรัฐบาล ไม่ให้มีการจำหน่ายสลากฯ แก่เด็กเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี 100% ให้ความสำคัญกับการฉีดวัคซีนภูมิรู้สู้พนันแก่เด็ก เยาวชน และพ่อแม่ผู้ปกครอง โดยการแบ่งรายได้ส่วนหนึ่งที่แน่นอน อาจไม่เกิน 1-5 % จากกิจการพนันถูกกฎหมายที่รัฐกำกับดูแลอยู่ เช่น รายได้จากการขายสลากกินแบ่งรัฐบาล มาตั้งเป็นกองทุนส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างภูมิรู้สู้พนัน เพื่อพัฒนานวัตกรรม และการสร้างโอกาสการเรียนรู้ต่าง ๆ แก่เด็ก เยาวชน และครอบครัว สร้างสังคมปลอดภัยจากการพนัน” น.ส.วศิณี กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง