เผยตัวเลขคนเชียงใหม่ป่วยจากฝุ่น PM 2.5 หลัง มช.สูญเสียคณบดีสถาปัตย์จากมะเร็งปอด
เผยตัวเลขคนเชียงใหม่ป่วยจากฝุ่น PM 2.5 หลัง มช.สูญเสียคณบดีสถาปัตย์จากมะเร็งปอด ต้องรอให้สูญเสียอีกเท่าไร ถึงจะแก้ปัญหาการเผาและ PM 2.5
(5 เม.ย.67) เป็นข่าวเศร้าที่กลายเป็นประเด็นในสังคมหลังจากผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิชญ์อาภา พิศุทธ์เศรณี อาจารย์คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ค "Pichaarpa Pisutserani" แสดงความเสียใจต่อการจากไปของ ศาสตราจารย์ ดร.ระวิวรรณ โอฬารรัตน์มณี คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมระบุว่าท่านเป็นอาจารย์ มช. ท่านล่าสุด ที่เสียชีวิตเพราะมะเร็งปอด
ศาสตราจารย์ ดร.พิชญ์อาภา ยังโพสต์สะท้อนถึงอันตรายจากฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ไว้ด้วยว่าก่อนหน้านี้มีคณาจารย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่เสียชีวิตเพราะมะเร็งปอด
•มีนาคม 2565 .. รองศาสตราจารย์ ดร.ภาณุวรรณ จันทวรรณกูร ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
•กันยายน 2566 .. รองศาสตราจารย์ ดร.มงคล รายะนาคร ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่และท่านเป็นอดีตคณบดีของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ..ท่านริเริ่มศึกษาฝุ่นพิษมาตั้งแต่ปี 2550 ที่ยังไม่มีใครรู้จัก PM 2.5 ในชื่อโครงการวิจัยเรื่องการวิเคราะห์เพื่อหามลพิษทางอากาศในอนุภาคฝุ่นในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำพูน ทุนวิจัยจาก สกว.
•ธันวาคม 2566 .. นพ.กฤตไท ธนกฤตสมบัติ อาจารย์ประจำศูนย์ระบาดวิทยาคลินิกและสถิติศาสตร์คลินิก ภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
•เมษายน 2567 .. ศาสตราจารย์ ดร.ระวิวรรณ โอฬารรัตน์มณี คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
พร้อมกับการตั้งคำถาม ด้วยว่า ยังต้องรอให้สูญเสียอีกเท่าไร จึงจะแก้ปัญหาการเผาและ PM 2.5 ได้ ซึ่งหลังจากที่เรื่องนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีคนเข้ามาแสดงความเสียใจเป็นจำนวนมาก
โพสต์ดังกล่าวมีคนเข้ามาแสดงความเสียและแสดงความเห็นเป็นจำนวนมากและบอกว่าหากสืบค้นข้อมุลจะพบว่ามีบุคลากรมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เสียชีวิตจากฝุ่นพีเอ็ม 2.5 มากกว่านี้
ขณะที่เพจศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แชร์ข้อมูลผู้ป่วยกลุ่มโรคมะเร็งปอดในจังหวัดเชียงใหม่ (ปี 2564) อ้างอิงข้อมูล ICD-10 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ระบุพบผู้ป่วยจากการรับสัมผัสฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เข้ารับบริการรักษาด้วยกลุ่มมะเร็งปอด ปี 2564 มากที่สุดอยู่ใน อ.เมืองเชียงใหม่ และ อ.แม่ริม ค่าสถิติสีม่วงเข้มมีตัวเลขผู้ป่วยต่อพื้นที่ระหว่าง 629 – 4,754 คน รองลงมาเป็นอำเภอจอมทอง ค่าสถิติสีม่วง พบผู้ป่วยระหว่าง 280-628 คน
ขณะที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เผยมีผู้ป่วยเข้ารับการรักษา ณ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ (สถิติวันที่ 1 ม.ค.-15 มี.ค. 2567) ด้วยผลกระทบจาก PM2.5 แล้วทั้งสิ้น จำนวน 30,339 ราย มากกว่าจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในช่วงเดียวกันของปีก่อน 1 เท่าตัว (สถิติวันที่ 1 ม.ค.-31 มี.ค. 2566 จำนวนผู้ป่วย 12,671 คน) ส่วนใหญ่พบมีอาการของโรคภูมิแพ้กำเริบ เยื่อบุจมูกอักเสบ โรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน เยื่อบุตาอักเสบ โรคหืด เลือดกำเดาไหล โรคถุงลมโป่งพอง ตามลำดับ




