สธ.ประจวบฯ ห่วง 'ไวรัสซิกา' แพร่ระบาดในอำเภอหัวหิน พบผู้ป่วยแล้ว 10 ราย เร่งปรับแผนควบคุม-ป้องกัน เตือน "สตรีตั้งครรภ์" เสี่ยงที่สุด

เร่งควบคุม 'ไวรัสซิกา' หลังพบผู้ป่วยแล้ว 10 ราย เตือนคนท้องมีความเสี่ยงสูง

14 ธันวาคม 2566 ที่ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลเมืองหัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายแพทย์วัชรพงษ์ เหลืองไพรัตน์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางการดำเนินงานเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสซิกา กล่าวว่า
ปี 2566 มีรายงานพบติดเชื้อไวรัสซิกาในหลายจังหวัด กรณีตรวจพบเชื้อไวรัสซิกาในหญิงตั้งครรภ์ อาจมีผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ซึ่งสามารถติดต่อจากแม่สู่ลูกทางสายสะดือ ทารกที่คลอดออกมา อาจมีภาวะเสี่ยงศีรษะเล็กตั้งแต่แรกเกิด มีผลต่อพัฒนาการทางสมองและสติปัญญาในระยะยาว

ในส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์พบผู้ป่วยรายแรกตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม จนถึงปัจจุบัน พบผู้ป่วยแล้ว 10 ราย กระจายอยู่ใน 3 ตำบล ประกอบด้วย ตำบลหัวหิน 7 ราย,ตำบลหนองแก 2 ราย และตำบลหินเหล็กไฟ 1 ราย ในจำนวนนี้เป็นหญิงตั้งครรภ์ 2 ราย
ขณะนี้สถานการณ์ตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสซิกายังถือว่าควบคุมได้ ตัวโรคไม่มีความรุนแรงจนทำให้เสียชีวิต แต่ต้องเร่งปรับมาตรการการควบคุมโรคให้ครอบคลุมในทุกด้านโดยเร็ว ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการท่องเที่ยว รวมทั้งเร่งสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนในการเฝ้าระวังไม่ให้ยุงกัด และกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย

รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวอีกว่า โรคติดเชื้อไวรัสซิกา ติดต่อโดยยุงลายเป็นพาหะนำโรค ชนิดเดียวกับ โรคไข้เลือดออก และ ชิคุนกุนยา สิ่งสำคัญต้องควบคุมพาหะนำโรคให้ได้ ซึ่งวันนี้ได้วางมาตรการออกเป็น 3 ด้าน คือ กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย ,ในพื้นที่ชุมชนที่พบผู้ติดเชื้อจะต้องพ่นหมอกควัน เพื่อกำจัดยุงตัวแก่ในรัศมี 500 เมตร – 1 กิโลเมตร
และในส่วนของประชาชนทั่วไปจะต้องระวังไม่ให้ยุงกัด ป้องกันตนเอง หากสามารถควบคุมการแพร่ระบาดใน 3 มาตรการนี้ได้ จะควบคมสถานการณ์ได้และตัดวงจรการแพร่ระบาดได้เร็วขึ้น และจะสามารถควบคุมได้ 3 โรค คือ ไข้ซิก้า,ไข้เลือดออก และไข้ซิคุนกุนยาด้วย
ไวรัสซิกา หรือ โรคไข้ซิก้า เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสซิกา (Zika Virus) ที่มียุงลายบ้านเป็นพาหะ ผู้ป่วยมักไม่มีอาการใด ๆ แต่บางรายอาจมีไข้, มีผื่นขึ้นตามร่างกาย, ปวดกล้ามเนื้อ, ปวดศีรษะ, ตาแดง และรู้สึกไม่สบายตัว
การติดเชื้อไวรัสซิกาส่วนใหญ่ไม่อันตรายในคนทั่วไป แต่อาจส่งผลร้ายแรงหากเกิดการติดเชื้อในหญิงตั้งครรภ์ โดยเพิ่มความเสี่ยงต่อการแท้งบุตร หรืออาจส่งผลให้ทารกที่เกิดมามีศีรษะขนาดเล็กกว่าปกติ (Microcephaly) ไวรัสซิกาเป็นเชื้อไวรัสในกลุ่มเฟลวิไวรัส (Flavivirus) ซึ่งเป็นตระกูลเดียวกับเชื้อไข้เลือดออกหลายชนิดที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรค




