"อ.ปริญญา"เปิดรายงานสำรวจ"ดวงตาเมืองไทย" เสนอ อบจ.ปทุมธานี 3 ข้อ

"อ.ปริญญา"เปิดรายงานสำรวจ"ดวงตาเมืองไทย" เสนอ อบจ.ปทุมธานี 3 ข้อ ชี้นักท่องเที่ยวไม่ควรขึ้นบนเกาะเพื่ออนุรักษ์
(11มิ.ย.69) ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดรายงานสำรวจเกาะ The Eye Thailand ดวงตาเมืองไทย ระบุว่า เมื่อวานนี้ (10 มิถุนายน 2569) ผมและทีมสำรวจอีก 2 คนคือเขียด Sapa Mahachon และบอล Kosit Jitpiroj ได้นำบอร์ดยืนพาย หรือ SUP (เนื่องจากน้ำหนักเบากว่าเรือคายัก จึงสามารถแบกเดินลุยดงต้นกกต้นอ้อเข้าไปได้ง่ายกว่า ขอบคุณบอลที่ขนมาให้ใช้สำรวจครับ) ไปพายสำรวจเกาะ The Eye Thailand และขึ้นไปบนเกาะเพื่อศึกษาสภาพของเกาะ และทำรายงานเบื้องต้นให้ อบจ. ปทุมธานี ในการดำเนินการอนุรักษ์ และทำให้ที่นี่เป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติของปทุมธานีต่อไป เนื่องจากในวันนี้ (11 มิถุนายน 2569) ท่านนายก อบจ. ปทุมธานี หรือบิ๊กแจ๊ส ได้ให้รายงานนี้กับสื่อมวลชนแล้ว ผมจึงขอเผยแพร่ให้สาธารณชน สื่อมวลชน ตลอดจนท่านที่สนใจและติดตาม พร้อมกับคลิปที่บันทึกภาพบนเกาะไว้ ดังนี้ต่อไปนี้ครับ
ดร.ปริญญา ระบุว่า รายงานเบื้องต้นการสำรวจคลองรอบเกาะและบนเกาะ The Eye ดวงตาเมืองไทย เสนอ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี (พล.ต.โท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง) ตามที่ท่านนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีได้เห็นชอบแนวทางที่จะอนุรักษ์และพัฒนา ‘The Eye ดวงตาเมืองไทย’ ซึ่งเป็นเกาะที่เป็นพืชลอยน้ำที่หมุนวนได้ (rotating floating island) ให้เป็นแลนด์มาร์กของจังหวัดปทุมธานีในเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ และเป็นพื้นที่เพื่อการเรียนรู้ธรรมชาตินั้น เพื่อให้มีข้อมูลเชิงประจักษ์ในการดำเนินการตามแนวทางนี้ต่อไป ผมจึงได้ลงพื้นที่สำรวจคลองรอบเกาะและสภาพของเกาะเมื่อตอนเช้าวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา (07.00-09.00 น.) โดยใช้บอร์ดยืนพาย (SUP) ซึ่งมีน้ำหนักเบากว่าเรือเพื่อให้ยกไปถึงได้ (ระยะทางเดินเท้าจากถนนไปถึงเกาะประมาณ 500 เมตร) เพื่อใช้ในการพายสำรวจรอบเกาะและสำรวจเกาะ โดยทีมงานมีทั้งหมด 3 คน ซึ่งได้ข้อมูลเชิงประจักษ์ที่สามารถสรุปได้ดังต่อไปนี้
1.ตำแหน่งของเกาะขณะนี้ได้ลอยมาชิดฝั่งทางทิศตะวันตกเและตะวันตกเฉียงใต้ (วันที่ 9 มิถุนายน 2569 และก่อนหน้านั้นเกาะชิดฝั่งทางทิศเหนือ) เข้าใจว่าเป็นผลจากลมฝนที่ตกหนักตอนเย็นเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 ซึ่งตำแหน่งที่เกาะชิดฝั่งนั้น เป็นการชิดกันมากจนไม่สามารถพายผ่านได้ ทีมสำรวจจึงไม่สามารถพายจนครบรอบได้ทั้งหมด (ระยะทางของคลองรอบเกาะคือประมาณ 350 เมตร)
2.ขอบเกาะและขอบฝั่งมีสภาพธรรมชาติที่เหมือนกันคือเป็นต้นธูปฤๅษี ต้นกก ต้นอ้อ ที่ขึ้นแน่นและโดยมากสูงขนาดท่วมศีรษะ สภาพเหมือนกับโดดอัดแน่นจากการกระทบกันของเกาะและริมฝั่ง (อันเป็นสาเหตุที่ทำให้สัณฐานของเกาะมีลักษณะกลม) ทั้งนี้หากดูตรงริมฝั่งเกาะใกล้ๆ เห็นได้ว่าพืชบนเกาะเหล่านี้ขึ้นมาดินหรือสิ่งที่คล้ายกับดินซึ่งเป็นพื้นเกาะ
3.เมื่อพายไปเกือบครบรอบแล้ว ผมเห็นว่ามีจุดที่สามารถขึ้นไปสำรวจบนเกาะได้โดยไม่รบกวนสภาพธรรมชาติ ผมจึงได้ขึ้นไปสำรวจบนเกาะ (ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 100-120 เมตร จึงมีพื้นที่ประมาณ 9,000 ตารางเมตร หรือเกือบ 6 ไร่) พืชที่พบมากที่สุดคือธูปฤๅษี ซึ่งส่วนใหญ่จะล้มลงจากแรงลม และมีต้นใหม่เล็ก ๆ ขึ้นมาแทน และการล้มซ้อนทับถมกันหลายชั้นนี่เองทำให้เกาะจึงแน่นจนเดินได้ พืชอื่นๆ ที่พบนอกจากต้นกก ต้นอ้อ และไม้เลื้อยตระกูลตำลึง ยังพบต้นเฟิร์นเล็กโดยทั่วไป และยังมีต้นปรงไข่ที่คล้ายต้นเฟิร์นและมีขนาดใหญ่ค่อนข้างใหญ่ อย่างไรก็ตามเมื่อเดินเข้าไปสำรวจลึกเข้าไปในเกาะ พื้นจะยวบและขาจะจมลงไปในพืชที่ล้มอยู่จนถึงครึ่งแข้งหรือถึงหัวเข่าโดยเท้าจะเปียกน้ำขึ้นมาเกินข้อเท้าเหมือนเหยียบลงบนน้ำ ทำให้เดินค่อนข้างลำบาก และมีความอันตรายที่จะขาจะติด ขณะที่ขอบๆ เกาะ พื้นเกาะจะเดินง่ายกว่า เกาะนี้จึงคล้ายกับเป็นฟองน้ำที่อุ้มน้ำแต่ลอยน้ำ โดยตรงขอบจะค่อนข้างแน่นกว่า ซึ่งจะแตกต่างจาก ’แพหญ้าหนังหมา’ ที่สวนพฤกษศาสตร์ระยอง ที่เกิดจากหญ้าเกาะกันแน่น ซึ่งแน่นและเดินสะดวกกว่า แต่เกาะ The Eye จะหนากว่ามาก เพราะเป็นการทับถมกันของต้นธูปฤๅษี ต้นกก ต้นอ้อ แต่แน่นน้อยกว่า สภาพธรรมชาติของเกาะจึงถือได้ว่าค่อนข้างบอบบางจนไม่ควรให้มีการขึ้นไปท่องเที่ยวหรือมีกิจกรรมอื่นใดบนเกาะ ยกเว้นเพื่อสำรวจหรือศึกษาเท่านั้น
4. มีประเด็นเพิ่มเติมคือ วันนี้น้ำในคลองรอบเกาะทางด้านทิศใต้และคูที่อยู่ขนานทางฝั่งขวาที่อยู่ติดกันมีสีดำคล้ำ (เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 น้ำยังใส) สันนิษฐานว่ามีการปล่อยน้ำเสียจากโรงงานหรือชุมชนใกล้ๆ ทำให้กระทบต่อสภาพธรรมชาติและความสวยงามของคลองรอบเกาะ
จากข้อมูลเชิงประจักษ์ดังกล่าว ผมจึงขอเสนอแนะท่านนายก อบจ. ปทุมธานีในการดำเนินการดังนี้
- (1) เพื่ออนุรักษ์สภาพธรรมชาติอันน่ามหัศจรรย์นี้ ไม่ควรให้มีการขึ้นไปท่องเที่ยว หรือทำกิจกรรมใด ๆ บนเกาะ เว้นแต่เพื่อการสำรวจและศึกษาเท่านั้น
- (2) คนทั่วไปควรไปได้ถึงริมฝั่งเท่านั้น โดยทางเดินเข้าไปที่ริมฝั่งไม่ควรถางหรือทำให้ใหญ่เกินไปหรือสะดวกเกินไป หากทำให้เหมือนทางเดินป่า ซึ่งจะจำกัดจำนวนคนไปในตัว
- (3) เห็นควรที่ท่านนายก อบจ. จะได้แต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญเรื่องธรรมชาติ พื้นที่ชุ่มน้ำ ระบบนิเวศ และภูมิสถาปัตย์ ในการศึกษาและเสนอแนวทางในการอนุรักษ์และพัฒนาเพื่อการเรียนรู้และเป็นแลนด์มาร์กอัศจรรย์ทางธรรมชาติของจังหวัดปทุมธานีต่อไป



