บึงกาฬโต้ไร้"บั้งไฟพญานาค" กางข้อมูลยันขึ้น 7 จุด 157 ลูก

บึงกาฬโต้ไร้"บั้งไฟพญานาค" กางข้อมูลยันขึ้น 7 จุด 157 ลูก นายกฯปากคาด รับประกันบั้งไฟมีจริง ไม่ใช้ฝีมือมนุษย์ แต่เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ
(31ต.ค.66) จากกรณีมีการรายงานว่า จ.บึงกาฬ ไม่มี"บั้งไฟพญานาค"เกิดขึ้นแม้แต่ลูกเดียว ทำให้ประชาชนในพื้นที่รู้สึกไม่สบายใจ โดยวันนี้ทางอำเภอปากคาดร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3 แห่งในพื้นที่ ร่วมกันแถลงข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว
นายทวี ชินณรงค์ นายอำเภอปากคาด กล่าวว่า อำเภอปากคาดมีความยาวติดลำน้ำโขงประมาณ 22 กม. ครอบคลุมพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3 แห่ง คือ เทศบาลต.ปากคาด , อบต.ปากคาด และอบต.นากั้ง โดยในการจัดงานบั้งไฟพญานาคมีการจัดในพื้นที่รับผิดชอบของแต่ละท้องถิ่น ซึ่งพื้นที่ที่จัดงานที่กว้างที่สุดคือ ลานพญานาค เทศบาลตำบลปากคาด โดยมีความยาวประมาณ 3 กิโลเมตร
นายทวี กล่าวต่อไปว่า ซึ่งประชาชนมามากที่สุดโดยงานบวงสรวงพญานาคเริ่มในเวลา 17.00 น. และเกิดปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคลูกแรกในจุดนี้ เวลาประมาณ 18.40 น. ซึ่งตนและนายกเทศบาลตำบลปากคาดได้ประจำอยู่ที่นี่ในช่วงที่เกิดปรากฏการณ์ จากนั้นก็ทิ้งช่วงยาวเงียบสงบไปจนถึงช่วงเวลา 20.45 – 20.50 น. ก็เกิดปรากฏการณ์อีกครั้งที่หัวดอน เขตติดต่อระหว่างปากคาด กับรัตนวาปี อีกประมาณ 12 ลูก
นายทวี บอกอีกว่า ซึ่งปกติแล้วประชาชนจำนวนหนึ่งอาจไม่ได้รอดู และทยอยกลับ ซึ่งแตกต่างจากปีที่ผ่านมาที่ขึ้นจุดเดียวกัน 34 ลูกที่ลานพญานาค แต่ปีนี้ขึ้นเป็น 2 ช่วง และระยะเวลาทิ้งห่างกันพอสมควร จึงอาจทำให้ผู้ที่เดินทางกลับไปก่อนไม่เห็นในช่วงหลัง ใน 7 แห่งของอำเภอปากคาดก็มีทยอยขึ้นในเวลา 21.00 น.ขึ้นไป
ด้าน นายภิรมย์ ยนต์พันธ์ นายกเทศมนตรีตำบลปากคาด กล่าวว่า ตนรู้สึกไม่สบายใจที่ได้ยินข่าวว่าไม่มีบั้งไฟพญานาคขึ้นที่ อ.ปากคาด โดยตนนั้นอยู่ที่ลานพญานาค เทศบาลตำบลปากคาดตั้งแต่บวงสรวง ซึ่งประมาณ 18.40 น.ก็ได้ยินเสียงเฮขึ้น โดยประชาชนที่เห็นบอกว่า ขึ้นประมาณ 2 – 5 ลูก จากนั้นอีกครั้งก็คือ 20.50 น. ขึ้นครั้งละ 1 – 2 ลูก ซึ่งไม่ได้ขึ้นเป็นเวลา และปีนี้ขึ้นช้าหน่อย
นายภิรมย์ ยังกล่าวถึงกรณีที่สื่อบางสื่อนำเสนอข่าวว่าบั้งไฟพญานาคไม่ได้เกิดขึ้นจริง แต่เกิดจากฝีมือมนุษย์ ระบุว่า ตนเคยเห็นมาตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบัน และขณะที่เห็นตนก็มีตา มีสติสัมปชัญญะครบถ้วนในการมองเห็น ในการรับรู้ และคนที่เห็นก็เห็นว่าเป็นสามสิบสี่สิบปี และมีหลายล้านคนที่เห็น และบั้งไฟฯไม่ได้ขึ้นที่ฝั่งลาวเหมือนที่บางสื่อมีการนำเสนอ ไม่ใช่การยิงปืนอะไรที่ฝั่งลาว
นายภิรมย์ ยังย้ำอีกว่า ตนกล้ารับประกันเลย และแต่ก่อนไม่ใช่แค่แม่น้ำโขง แต่ตามลำห้วยก็มีขึ้น ขึ้นต่อหน้าต่อตาก็มีระยะ 10 – 20 เมตร และถ้าหากว่ามีการยิงปืนทำไมต้องมายิงแถวนี้ รัตนวาปี หรือปากคาด ทำไมเขาไม่ไปยิงแถวโขงเจียม ไม่ยิงที่ศรีเชียงใหม่ เมืองเลย ตั้งแต่เชียงรายไหลไปถึงอุบลราชธานี ทำไมไม่ไปยิงทุกจุด จะได้ส่งเสริมการท่องเที่ยวทั่วประเทศ เพราะมันทำไม่ได้ เนื่องจากนี่คือปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ
"อยากให้ความเป็นธรรมกับประชาชนในพื้นที่ มิเช่นนั้นจะเหมือนกล่าวหาว่าคนในพื้นที่โกหก และถ้าโกหก คงไม่มีนักท่องเที่ยวมาเป็นจำนวนมากมืดฟ้ามัวดินจนถึงทุกวันนี้" นายภิรมย์ กล่าว
ทั้งนี้คณะผู้บริหารของอำเภอปากคาด จ.บึงกาฬ ย้ำว่า มีบั้งไฟพญานาคขึ้นจริง และขึ้นหลายจุด แต่อาจจะช้ากว่าปีที่ผ่านมา จึงอาจมีการนำเสนอข่าวออกไปก่อนที่บั้งไฟพญานาคจะขึ้น โดยจากข้อมูลที่ทางอำเภอปากคาดได้สรุปเป็นเอกสารให้สื่อมวลชนระบุว่า มี 7 จุดด้วยกันที่มีการบันทึกข้อมูลเอาไว้ เกิดปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคขึ้นรวมกันถึงประมาณ 153 ลูก ได้แก่
- ท่าทรายเก่า บ้านศรีวิไล ต.นากั้ง 21 ลูก
- แก่งอาฮง บ้านต้าย ต.นากั้ง 18 ลูก
- หาดแห่ บ้านต้าย ต.นากั้ง 25 ลูก
- บ้านเวินโดน ต.ปากคาด 27 ลูก
- บ้านท่าสุขสันต์ (ปากห้วย) ต.ปากคาด 26 ลูก
- บ้านท่าสวรรค์-ท่าสุขสันต์ ต.ปากคาด 11 ลูก
- ห้วยคาด-ลานพญานาค ต.ปากคาด 25 ลูก
ส่วนรายงานจากสมาคมวิทยุสมัครเล่นจังหวัดบึงกาฬ ที่ตั้งสถานีตามจุดต่าง ๆ รายงานว่าที่บ้านท่าสีไค ต.ดงบัง อ.บึงโขงหลง ขึ้น 2 ลูก บ้านหอคำ ต.หอคำ อ.เมืองบึงกาฬ ขึ้น 3 ลูก




