จี้จัดระเบียบ พระยืนปักหลักบิณฑบาตเต็มตลาดประตูเชียงใหม่

พระยืนปักหลักบิณฑบาตเต็มตลาดประตูเชียงใหม่ แฉถึงขั้นเคยเปิดศึกแย่งที่กันมาแล้ว ชาวบ้านจี้จัดระเบียบ
(7 ก.ย.68) ที่ จ.เชียงใหม่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีพระสงฆ์หลายรูป ยืนปักหลักบิณฑบาตที่ตลาดประตูเชียงใหม่ อ.เมืองเชียงใหม่ ไม่ยอมออกเดินบิณฑบาต ตามสมณวิสัยที่ชาวพุทธคุ้นเคย แต่รอพ่อค้าแม่ค้าและชาวบ้านนำอาหารมาใส่บาตรให้ ทำให้ชาวพุทธจำนวนไม่น้อยเกิดคำถาม และยิ่งซ้ำเติมภาพลักษณ์ท่ามกลางกระแสวิกฤติศรัทธา โดยชาวบ้านบอกว่า ที่ผ่านมาเคยร้องเรียนไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด แต่ก็ยังพบพระสงฆ์มายืนที่ตลาดเหมือนเดิม
ทีมข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบ พบพระสงฆ์หลายรูปยืนปักหลักบิณฑบาตหน้าตลาดฯ แต่ละรูปยืนประจำของตัวเองและจะมีระยะห่างโซนใครโซนมัน ไม่ยุ่งเกี่ยวกัน เมื่อบาตรเต็มก็จะถ่ายของใส่ถุง และจะยืนต่อจนกว่าจะสาย จึงจะเดินทางกลับ บางรูปยืนจนเมื่อยขาก็จะไปนั่งพักที่ร้านอาหาร แล้วกลับมายืนใหม่ ก่อนจะทยอยกลับหลัง 08.30 น. ซึ่งชาวบ้านบอกว่า พระบางรูปมีรถมาส่ง บางรูปนั่งรถโดยสารมาเอง

ชาวบ้านให้ข้อมูลว่า มีพระสงฆ์มายืนบิณฑบาตที่ตลาดประตูเชียงใหม่มานานหลายปีแล้ว โดยไม่ทราบว่ามาจากวัดไหนกันบ้าง สลับสับเปลี่ยนกันมา แต่ส่วนใหญ่เป็นขาประจำ แต่ละรูปจะมีพิกัดยืนของตัวเอง ที่ผ่านมาเคยมีพระเปิดศึกทะเลาะกันจนเกือบมีเรื่องชกต่อย สาเหตุมาจากการแย่งที่บิณฑบาต ขณะที่บางรูป ส่อพฤติกรรมหวังแต่ลาภสักการะ ด้วยการเน้นขอปัจจัย
การยืนบิณฑบาตแบบนี้ แม้จะสะดวกกับชาวบ้านในการใส่บาตร แต่คนส่วนใหญ่ก็รู้สึกไม่สบายใจกับภาพที่เห็น มองว่าไม่เหมาะสม ที่ผ่านมาเคยแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ก็ยังไม่เห็นใครมาตรวจสอบ จึงอยากให้มีการจัดระเบียบให้เป็นไปตามระเบียบวินัยสงฆ์ เพราะต้องยอมรับว่า ทุกวันนี้วงการสงฆ์ต้องประสบกับวิกฤติศรัทธามากพอแล้ว
ด้านนางอารีย์ พันธุ์จันทร์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนา จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า กรณีนี้เป็นเรื่องของพระธรรมวินัย ไม่ได้มีความผิดตามกฎหมาย ซึ่ง พศ. ไม่ได้มีอำนาจเข้าไปดำเนินการ แต่มีหน้าที่รวบรวมข้อมูลส่งให้กับคณะผู้ปกครองสงฆ์เพื่อพิจารณา ส่วนที่ชาวบ้านเห็นแล้วไม่สบายใจ สามารถแจ้งมาที่ พศ.เชียงใหม่ หรือ แจ้งคณะผู้ปกครองสงฆ์ได้ทุกระดับทั้งระดับตำบลและอำเภอ

ขณะที่พระเทพวชิราธิบดี เจ้าคณะภาค 6-7 (ธรรมยุต ) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เป็นหน้าที่ของคณะสงฆ์ผู้ปกครองที่จะเข้าไปว่ากล่าวตักเตือน เพราะถือว่าไม่งาม และอาจจะมีโทษทางวินัยหากปฏิบัติเป็นอาจิณ ในส่วนของประชาชนหากพบเห็นว่า พระวงฆ์ที่ออกบิณฑบาตรมีกิริยาไม่เหมาะสม ก็ขอให้ก็ช่วยกันแนะนำตักเตือนว่าไม่สมควร หรือ แจ้งผู้ปกครองสงฆ์
สำหรับระเบียบแนวทางในการบิณฑบาต ก่อนหน้านี้ สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม กลุ่มคุ้มครองพระพุทธศาสนา ได้ออกหนังสือ เรื่อง ขออนุมัตินำเรื่องกรณีการบิณทบาตไม่เอื้อเฟื้อต่อพระธรรมวินัย เสนอมหาเถรสมาคม (มส.) มีสาระสำคัญ คือ
- การออกบิณฑบาตของพระภิกษุสามเณร จะต้องออกบิณฑบาตเวลาได้รับอรุณและไม่ควรเกินเวลา 08.00 น.
- การบิณฑบาตโดยยืน หรือ นั่งประจำที่ตามร้านขายอาหาร หรือ บิณทบาตโดยเร่ร่อนไป ตามสถานที่ ต่างๆ นอกพื้นที่บิณทบาตแห่งวัดตนไม่สมควรกระทำ
- การบิณทบาต ด้วยการนั่งรับบาตร หรือ นั่งในรถรับบาตร ไม่สมควรกระทำ
- สถานที่ ที่เป็นแหล่งอโคจร พระภิกษุไม่ควรเข้าไปบิณทบาต
- การบิณฑบาต ไม่ควรสูบบุหรี่ สวมรองเท้า พูดคุยกัน โดยไม่มีเหตุจำเป็น ถ่ายเท อาหาร หรือ ทิ้งดอกไม้ ให้กับเจ้าของร้านอาหาร หรือ แย่งกันรับของปัจจัย
- เมื่อบิณฑบาตเสร็จแล้ว ไม่ควร ยถา-สัพพี (ยถาฯ คือการอุทิศบุญให้คนตาย สัพพีฯ คือการให้พร)

โดยทางสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม กำชับให้เจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ในทุกระดับ ตลอดจนพระวินยาธิการ คอยตรวจตรา สอดส่องดูแล พระภิกษุสามเณร ในการบิณบาต ให้เป็นไปตามหลักพระธรรมวินัย โดยยึดหลัก เสขิยวัตร หรือ ข้อปฏิบัติเรื่องมารยาทที่ภิกษุต้องศึกษาและปฏิบัติ เป็นเกณฑ์ - ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน




