'บิ๊กโจ๊ก' พาสื่อบินสำรวจจราจร ส่งคนกลับภูมิลำเนาฉลองปีใหม่ คาดปีนี้คนกลับบ้านลดลง 3.3% สั่งทุกโครงการก่อสร้างหยุดทำงาน 7 วัน เชื่ออุบัติเหตุจะลดลง

AdminNews
'บิ๊กโจ๊ก' พาสื่อบินสำรวจจราจร ส่งคนกลับภูมิลำเนาฉลองปีใหม่ คาดปีนี้คนกลับบ้านลดลง 3.3% สั่งทุกโครงการก่อสร้างหยุดทำงาน 7 วัน เชื่ออุบัติเหตุจะลดลง

ปชช.เริ่มเดินทางกลับภูมิลำเนาฉลองปีใหม่ คาดปีนี้คนกลับบ้านลดลง

28 ธ.ค. 66 วันนี้ถือเป็นวันสุดท้ายของการทำงานในปี 2566 โดยมีประชาชนบางส่วนเริ่มทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อเตรียมฉลองปีใหม่กับครอบครัว 

พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้บังคับการตำรวจทางหลวง ได้นำสื่อมวลชนขึ้นเฮลิคอปเตอร์จากกองบินตำรวจท่าแร้ง สำรวจเส้นทางการจราจรที่มุ่งหน้าไปภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อดูการจราจรเส้นทางขาออกเมือง ตั้งแต่ ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ บางปะอินจนเข้าตัวเมืองพระนครศรีอยุธยา พบว่าการจราจรยังคงคล่องตัว สลับติดขัดเป็นบางช่วงโดยเฉพาะขาลงทางด่วน ไปจนถึงนวนคร โดยมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกเป็นระยะ

ขณะที่เส้นทางมุ่งหน้าไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือตั้งแต่แยกวังน้อยไปจนถึงสระบุรี การจราจรค่อนข้างคล่องตัวสลับติดขัดเป็นบางจุด โดยเฉพาะจุดกลับรถ และคอขวดขึ้นสะพานต่างระดับ สระบุรีแยกไปถนนมิตรภาพ และบริเวณด้านหน้าโรงปูน ซึ่งเป็นเนินเขาลาดชัน รถเคลื่อนตัวได้ช้าสลับหยุดนิ่ง ยาวไปจนถึงกลางดง ซึ่งมีการจัดเส้นทางเลี่ยง การจราจร เส้นทางหลัก ที่มีการก่อสร้างเป็นบางจุด

เช่นเดียวกับบริเวณ แยกปากช่องขึ้นเขาใหญ่ และเส้นทางหลวงพิเศษมอเตอร์เวย์สายใหม่ ซึ่งมีการเปิดช่องทางพิเศษ M6 เพื่อการกระจายรถ ที่สะสมบริเวณทางขึ้นลำตะคองไปจนถึงสีคิ้ว โดยมีการเปิดต่างระดับให้ใช้ โดยขอความร่วมมือไม่ให้ประชาชนหยุดจอดรถเพื่อถ่ายรูป ซึ่งจะทำให้การจราจรติดขัด 

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติบอกว่าปีนี้คาดการณ์ว่าจะมีประชาชนใช้รถสัญจรกลับภูมิลำเนาน้อยกว่าปีที่แล้ว 3.3% จาก 7.1 ล้านคันเหลือเพียง 6.9 ล้านคัน 

ขณะที่กองบังคับการตำรวจทางหลวงได้เปิดหน่วยบริการทางหลวง 205 หน่วยบริการเพื่อให้ประชาชนและพักค้างดื่มน้ำและเติมลมยาง โดยได้มีการจัดเตรียมที่นอนเต็นท์กาแฟเครื่องดื่มร้อน รวมถึง Wi-Fi ให้ประชาชนที่สัญจรไปมาจอดพักและใช้บริการได้ฟรี

นอกจากนั้นยังได้สั่งการให้ผู้รับเหมาก่อสร้างตลอดเส้นทางที่ประชาชนใช้สัญจรเดินทางกลับภูมิลำเนาหยุดการก่อสร้างเป็นเวลา 7 วันตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคมจนถึง 3 มกราคมปี 2567 

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติบอกว่านอกจากการตรวจการสัญจรทางอากาศแล้วในปีนี้ยังปรับใช้เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับหรือโดรน ออกตรวจการเส้นทางจุดร่วมแยกและทางต่างระดับ โดยจะเริ่มออกปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคมในช่วงเวลา 18:00 น. ถึง 21:00 น. ของทุกวัน

ทั้งนี้ประเมินว่ามาตรการที่เตรียมไว้จะช่วยลดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดีโดยจากการติดตามสถิติอุบัติเหตุในปี 2566 พบว่าเกิดขึ้น 2,440 ครั้งมีผู้บาดเจ็บ 2,437 คนและเสียชีวิต 317 คน โดยภาคที่มีอุบัติเหตุสูงสุดอยู่ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาคห้า 418 ครั้งมีผู้เสียชีวิต 42 ราย ตามมาด้วยตำรวจภูธรภาคสี่ 353 ครั้งมีผู้เสียชีวิต 50 รายและตำรวจภูธรภาคเจ็ด 349 ครั้งมีผู้เสียชีวิต 36 รายและสุดท้ายคือตำรวจภูธรภาคแปด มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 307 ครั้งมีผู้เสียชีวิต 25 ราย

สาเหตุส่วนใหญ่ของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นอันดับหนึ่งมาจากขับรถเร็ว ตามมาด้วยเมาแล้วขับ ส่วนการเปลี่ยนเลนส์และหลับใน เป็นสาเหตุรองลงมา โดยอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมักเกิดขึ้นกับรถจักรยานยนต์เป็นอันดับที่หนึ่ง 1552 คัน ตามมาด้วยรถกระบะ 387 คัน

ทั้งนี้รัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายที่จะลดอุบัติเหตุบนท้องถนนให้มีอัตราการเสียชีวิตต่ำลงอย่างต่อเนื่องโดยวางเป้าไว้ว่าภายในปี 2570 นี้จะต้อง ลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุให้เหลือเพียง 12 คน ต่อ 100,000 ประชากรเท่านั้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง