เช็กอาการ"โรคเมลิออยด์"พบป่วยพุ่ง 1.5 พันคน ตาย 1 ราย
เช็กอาการ"โรคเมลิออยด์" คนไทยป่วยแล้วกว่า 1.5 พันคน ตาย 1 ราย เผยอาชีพเสี่ยงมากสุด พร้อมคำแนะนำหากสงสัยให้ทำตามนี้
(6ก.ค.67) นายแพทย์ทวีชัย วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา เปิดเผยว่า "โรคเมลิออยด์" หรือ โรคไข้ดิน ที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เบอร์โคเดอเรีย สูโดมัลลิอาย พบทั่วไปในดิน ในน้ำ นาข้าว ท้องไร่ สวนยาง ทั่วทุกภาคของประเทศ ซึ่งเกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา จับปลา ลุยน้ำ ปลูกแปลงผัก ทำสวนยาง จับปลา หรือลุยโคลน เป็นเวลานาน จะมีความเสี่ยงสูงติดเชื้อป่วยเป็นโรคเมลิออยด์
สำหรับประเทศไทยสถานการณ์ของ"โรคเมลิออยด์"ในปี 2567 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 4 กรกฎาคม 2567
- ผู้ป่วย ป่วย1,572 ราย
- ผู้เสียชีวิต 39 ราย
ขณะที่เขตสุขภาพที่ 9 สถานการณ์การระบาดของ"โรคเมลิออยด์" ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567-4 กรกฎาคม 2567
- ผู้ป่วย จำนวน 242 ราย
- ผู้เสียชีวิต 1 ราย
สำหรับผู้เสียชีวิตนั้นเป็นชายไทย อายุ 75 ปี ชาว อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา ประกอบอาชีพทำนา ซึ่งจำเป็นต้องสัมผัสกับดินและน้ำเป็นประจำ โดยแพทย์วินิจฉัยว่าเสียชีวิตจาก"โรคเมลิออยโดสิส"
แบ่งตามรายจังหวัด ดังนี้
- บุรีรัมย์ 126 ราย
- นครราชสีมา ผู้ป่วย 55 ราย , เสียชีวิต 1 ราย
- สุรินทร์ ผู้ป่วย 32 ราย
- จ.ชัยภูมิ ผู้ป่วย 29 ราย
กลุ่มช่วงอายุผู้ที่ป่วยเรียงลำดับจากมากไปน้อยดังนี้
- กลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป
- กลุ่มอายุ 50-59 ปี
- กลุ่มอายุ 10-14 ปี
ส่วนกลุ่มอาชีพที่ป่วยมากที่สุดคือ เกษตรกร และชาวนา
ทั้งนี้เชื้อ"โรคเมลิออยด์"จะเข้าสู่ร่างกายได้ 3 ทาง
- การสัมผัสน้ำหรือดินที่มีเชื้อปนเปื้อน
- การดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อเข้าไป
- การสูดหายใจเอาฝุ่นจากดินที่มีเชื้อเจือปนอยู่เข้าไป
ลักษณะอาการ"โรคเมลิออยด์"
- หลังจากติดเชื้อประมาณ 1 - 21 วัน จะเริ่มมีอาการเจ็บป่วย แต่บางรายอาจนานเป็นปี ขึ้นอยู่กับปริมาณเชื้อที่ได้รับและภูมิต้านทานของแต่ละคน เพราะอาการของโรคนี้ไม่มีลักษณะเฉพาะ จะมีความหลากหลายคล้ายโรคติดเชื้ออื่น ๆ หลายโรค เช่น มีไข้สูง มีฝีที่ผิวหนัง มีอาการทางระบบทางเดินหายใจ และอาจติดเชื้อเฉพาะที่ หรือติดเชื้อแล้วแพร่กระจายทั่วทุกอวัยวะและเสียชีวิตได้
ข้อควรระวัง / คำแนะนำ
- ดังนั้นในช่วงหน้าฝนนี้ หากต้องทำงานสัมผัสกับดินและน้ำที่เปียกชื้นเป็นเวลานาน หรือมีบาดแผลขีดข่วน ควรสวมรองเท้าบูต หรือถุงพลาสติกหุ้มรองเท้า สวมถุงมือยาง กางเกงขายาว
- หากมีบาดแผลควรปิดแผลด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ เพื่อไม่ให้เท้าสัมผัสน้ำโดยตรงป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย เมื่อเสร็จภารกิจให้รีบอาบน้ำชำระร่างกายด้วยสบู่และน้ำสะอาดทันที รวมถึงดื่มน้ำสะอาดหรือน้ำต้มสุกทุกครั้ง
- หากมีอาการไข้สูงเฉียบพลันติดต่อกันเกิน 5 วัน ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว ให้รีบไปพบแพทย์ทันที และแจ้งประวัติการเดินลุยน้ำให้แพทย์ทราบด้วย เพื่อที่แพทย์จะได้ตรวจวินิจฉัยและรักษาทันทีตามอาการและความรุนแรงของโรค
- สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422
ข่าวที่เกี่ยวข้อง




