ตอนที่ 1 "ป่าทับลาน" นายทุนรีสอร์ท "รุกจริงหรือไม่"

AdminNews
ตอนที่ 1 "ป่าทับลาน" นายทุนรีสอร์ท "รุกจริงหรือไม่"

เปิดความจริง "ป่าทับลาน" ใครทับซ้อนกันแน่? นายทุนรีสอร์ท "รุกจริงหรือไม่"

ตอนที่ 1 "ป่าทับลาน" นายทุนรีสอร์ท "รุกจริงหรือไม่"

กระแส SAVE ทับลาน นำมาสู่ข้อถกเถียง จะ Saveคน หรือ Saveป่า หากย้อนกลับไปเรื่องทั้งหมดเกิดจากการทำสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อการใช้แนวเขตอุทยานปี 2543 ตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 14 มีนาคม 2566 ให้ยึดแนว One map เป็นตัวกำหนดแนวเขต ขณะที่นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ระบุว่า แนวเขตปี 2543 นั้นยังไปไม่สิ้นสุดของกฎหมาย ยังไม่มีการเพิกถอนเขตอุทยาน จึงทำให้เกิดปัญหาสะสมมาอย่างยาวนาน

ตอนที่ 1 "ป่าทับลาน" นายทุนรีสอร์ท "รุกจริงหรือไม่"

ขณะที่ แนวเขตป่าอุทยาน ปี 2524 เจ้าหน้าที่สมัยนั้นไม่ได้ลงพื้นที่สำรวจวัดแนวเขตด้วยตนเอง เป็นการนำแผนที่มาครอบทับไว้ ซึ่งในขณะนั้นมีที่ของชาวบ้านที่เข้ามาอยู่ทำกินและชาวบ้านที่ถูกฝ่ายความมั่งคงเกณฑ์มาอยู่ ที่ดินขึงทับซ้อนกัน

ตอนที่ 1 "ป่าทับลาน" นายทุนรีสอร์ท "รุกจริงหรือไม่"
ตอนที่ 1 "ป่าทับลาน" นายทุนรีสอร์ท "รุกจริงหรือไม่"

'ป่าทับลาน' ไม่ใช่แค่ป่า แต่มีคนอยู่ด้วย มีทั้งคนดีและคนทำผิดกฎหมาย

ตอนที่ 1 "ป่าทับลาน" นายทุนรีสอร์ท "รุกจริงหรือไม่"

นายประวัติศาสตร์ จันทรเทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติป่าทับลาน ระบุว่า ทับลานเป็นที่ป่าและเป็นที่ที่คนทำกิน อยู่อาศัย และเป็นที่ทหาร ซ้อนทับกัน 265,286 ไร่ เป็นที่ไม่มีต้นไม้ขึ้น แต่เป็นแนวเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ซึ่งหากยึดพื้นที่ตามแนว One map จะพบออก 2 กลุ่มหลัก คือ

กลุ่ม 1 พื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานทับซ้อนกับที่เขตปฏิรูปที่ดิน 58,582 ไร่ บางแปลงมีเอกสาร สปก. 4-01 ตามหลักการแล้วในอดีต จะต้องมีการเพิกถอนเขตอุทยานก่อนประกาศ แต่การจัดการในอดีตไม่แล้วเสร็จ ซึ่งพื้นที่นี้ทางอุทยานยินดีเพิกถอนคืนให้ สปก. ไปจัดการ ซึ่งปัจจุบันเป็นที่อาศัยและทำกินของชาวบ้าน กลุ่มนี้กระจัดกระจายอยู่ใน อ.วังน้ำเขียว อ.ครบุรี อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา พื้นที่กลุ่มนี้ กรมอุทยานพร้อมเพิกถอนที่ให้ สปก.

ตอนที่ 1 "ป่าทับลาน" นายทุนรีสอร์ท "รุกจริงหรือไม่"

กลุ่มที่ 2 พื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานเดิม แต่เมื่อใช้แนวเขตปี 2543 จะไม่ได้อยู่ในแนวเขตอุทยาน มี 206,704 ไร่ พื้นที่นี้มีกลุ่มชาวบ้านที่อยู่อาศัยและทำกิน รวมถึงทายาทกลุ่มพัฒนาชาติไทย ที่ทหารได้นำออกมาจากพื้นที่กลางป่าทับลาน นำมาจัดสรรที่ดินให้ ซึ่งชาวบ้าน 2 กลุ่มอาศัยอยู่ร่วมกันมา โดยชาวบ้านสามารถอยู่อาศัย ทำกินครอบครองได้ ภายใต้มติครม.วันที่ 30 มิ.ย.2541 (ต่อมาได้ปรับปรุงกฎหมายเพื่อผ่อนปรนชาวบ้านได้ทำกินได้มากขึ้น ปัจจุบันอยู่ภายใต้เงื่อนไข พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติปี 2562 มาตรา 64)  

โดยกลุ่มนี้กระจายในพื้นที่ อ.เสิงสาง อ.ครบุรี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา และ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ต่อมาในช่วงระยะหลัง ผู้ครอบครองกลุ่มนี้บางคนมีการกระทำความผิดกฎหมาย ไม่เป็นไปตามเงื่อนไข เช่น เปลี่ยนมือซื้อขายที่ดินโดยไม่มีเอกสารสิทธิ์ ทำการก่อสร้างที่ไม่ได้รับอนุญาตและมีกลุ่มผู้มาลงทุนทำธุรกิจ โดยในช่วงปี 2554-2556 เจ้าหน้าที่อุทยานจับกุมคดีบุกรุกอุทยาน ทั้งหมด 552 แปลงคดี แบ่งเป็น อ.วังน้ำเขียว 352 คดี , อ.ครบุรี 20 คดี , อ.เสิงสาง 20 คดี และ อ.นาดี 100 กว่าคดี รวมพื้นที่ 12,000 ไร่ ซึ่งพบว่าผู้กระทำ ร้อยละ 90 เป็นคนต่างถิ่นที่อ้างว่าได้เข้ามาซื้อที่ดิน ซึ่งมีเพียงคนพื้นที่ 23 รายที่กระทำผิด 

ตอนที่ 1 "ป่าทับลาน" นายทุนรีสอร์ท "รุกจริงหรือไม่"
ภาพแผนที่ แบ่ง 2 กลุ่ม สีเหลืองคนเดิม เปลี่ยนสีฟ้ากับสีส้มเป็นสีเดียวกัน 

 นายประวัติศาสตร์ ระบุว่า ในกลุ่มนี้ อุทยานไม่ได้มีวัตถุประสงค์เอาพื้นที่คืนแล้วไล่ชาวบ้าน แต่ต้องการสิทธิดูแลเพื่อป้องกันบางหน่วยงานเข้ามาแสวงหาประโยชน์การออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ ยังยืนยันชาวบ้านอยู่ได้ ทำกินได้ตามปกติ ส่วนที่กลุ่มคดีความ 12,000 ไร่ จำเป็นต้องดำเนินตามกฎหมาย ซึ่งมติครม.ปี 2566 ได้กำหนดไว้ชัดเจนว่า เห็นชอบให้ดำเนินกับผู้กระทำผิดเป็นไปตามกระบวนยุติธรรม โดยแนววัด ปี 2543 ไม่มีผลต่อรูปคดี 

วังน้ำเขียวไม่เป็นป่า แต่เป็นแหล่งชุมชน และธุรกิจท่องเที่ยว

ตอนที่ 1 "ป่าทับลาน" นายทุนรีสอร์ท "รุกจริงหรือไม่"
ตอนที่ 1 "ป่าทับลาน" นายทุนรีสอร์ท "รุกจริงหรือไม่"
ภาพชุมชน-ป้ายท่องเที่ยว

ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติทับลาน ริมถนนทางหลวง 304 ประมาณ 39 กิโลเมตร ทีมข่าวเวิรค์พอยท์ลงพื้นที่หาข้อเท็จจริงในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เมื่อเลี้ยวซ้ายจากถนนใหญ่ แล้วตรงตามทางยาวไปเรื่อย สองข้างทางคือ พื้นที่ทับๆซ้อนกับที่อุทยานแห่งชาติทับลานซึ่งมีขนาดใหญ่ประมาณ 50,000-60,000 ไร่ ครอบคลุม 3 ตำบลคือ ต.ไทยสามัคคี ต. อุดมทรัพย์ และต.วังน้ำเขียว 

ตอนที่ 1 "ป่าทับลาน" นายทุนรีสอร์ท "รุกจริงหรือไม่"

หากดูจากแผนที่อุทยานแห่งชาติที่ได้กำหนดแนวเขตปี 2524 จะพบว่า 2 ข้างทางคือ เขตอุทยานแห่งชาติที่ปัจจุบันมีบ้านเรือนประชาชน ร้านค้าชาวบ้าน โรงเรียน สถานที่ราชการ รีสอร์ทขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่รวมถึง โฮมสเตย์ของชาวบ้านตั้งปะปนกัน มีความหนาแน่นของพื้นที่อาศัยและทำกินแปลงเกษตรแนวใหม่ เช่น ปลูกผักสลัด ทำปลูกพืชโรงเรือน โรงคั่วกาแฟ เป็นต้น ตามเส้นทางมีการติดป้ายบอกทางเป็นระยะๆ บ่งบอกได้ว่า ธุรกิจท่องเที่ยวเป็นอาชีพสำคัญของคนที่นี่

ตอนที่ 1 "ป่าทับลาน" นายทุนรีสอร์ท "รุกจริงหรือไม่"

เมื่อทีมข่าวนำโดรนบินสำรวจพื้นที่พบว่า บ้านเรือนชาวบ้านอยู่หนาแน่น และบางจุดเป็นรีสอร์ทขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่หลายไร่ มีขุดสระน้ำภายใน ทำที่พักตั้งเรียงราย และบางแห่งตั้งอยู่ริมลำธาร มีการก่อสร้างที่คาดน่ามีการลงทุนหลักล้านบาทขึ้นไป  

ตอนที่ 1 "ป่าทับลาน" นายทุนรีสอร์ท "รุกจริงหรือไม่"

นายกอบต.ไทยสามัคคียัน “ไม่มีนายทุนซื้อที่” มีแต่ชาวบ้านแบ่งขายให้เครือญาติ

ทีมข่าวพบกับนายประกอบ สิริวงศ์เทาสะอาด นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไทยสามัคคี เล่าว่า พื้นที่ในความดูแลตน มี 9-10 หมู่บ้านที่ตกอยู่ในที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ซึ่งมีชาวบ้านถูกดำเนินคดีจากการทำธุรกิจท่องเที่ยว เพราะทำผิดเงื่อนไขกรมอุทยาน 300 กว่าราย โดยยืนยันว่า ชาวบ้านที่ถูกคดี เป็นชาวบ้านที่แท้จริง แต่ได้สร้างบ้านเพิ่ม สร้างโฮมสเตย์เพื่อรับนักท่องเที่ยวแต่ถูกจับกุม 

ตอนที่ 1 "ป่าทับลาน" นายทุนรีสอร์ท "รุกจริงหรือไม่"

เมื่อทีมข่าวถามว่า รีสอร์ทขนาดใหญ่หลายแห่งที่ตั้งในพื้นที่เป็นบุคคลภายนอกหรือไม่ นายกอบต. ไทยสามัคคี ตอบว่า ไม่ใช่ เป็นเครือญาติเปลี่ยนถ่ายมือในครอบครัว ไม่มีบุคคลภายนอกและรีสอร์ทนั้นไม่ได้ใหญ่ มีพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ เพราะแต่ละคนมีฐานะขยับตัวได้บ้าง จึงมีขยายช่องทางการทำมาหากิน ยืนยันว่าชาวบ้านไม่มีขายที่ให้คนนอก ไม่มีใครสนใจซื้อเพราะไม่มีเอกสารสิทธิ์

ตอนที่ 1 "ป่าทับลาน" นายทุนรีสอร์ท "รุกจริงหรือไม่"

แต่หากย้อนดูจะพบว่า ปี 2555 กรมอุทยานแห่งชาติทับลาน ได้แจ้งความดำเนินคดี รีสอร์ท 88 การ์มองเต้ ข้อหาบุกรุกพื้นที่อุทยาน แต่อัยการไม่สั่งฟ้องในตอนนั้น ปัจจุบันรีสอร์ทดังกล่าวยังคงอยู่ในพื้นที่และเคยตกเป็นข่าวดังเมื่อพรรคพลังประชารัฐมาจัดงานสัมมนาที่นี่เมื่อปี 2562 

สำรวจพบป้ายโฆษณาขายที่ดินอุทยาน ราคาที่พุ่งสูงหลักแสนถึงล้านบาทต่อไร่

ตอนที่ 1 "ป่าทับลาน" นายทุนรีสอร์ท "รุกจริงหรือไม่"
ตอนที่ 1 "ป่าทับลาน" นายทุนรีสอร์ท "รุกจริงหรือไม่"
ภาพขายที่

ขณะเดียวทีมข่าวสำรวจพื้นที่จุดต่างๆของไทยสามัคคี พบป้ายขายที่จัดสรรที่ระบุว่าขาย “ที่ดินทำเลทอง วังน้ำเขียว” ม.11 ต.ไทยสามัคคี ถนนลาดยาง มีไฟฟ้า อากาศบริสุทธิ์ เมื่อทีมข่าวสอบถามชาวบ้านระแวกนั้น เล่าว่า ที่ดังกล่าวเป็นที่ของบุคคลภายนอกที่ซื้อต่อจากคนในหมู่บ้าน ไร่ละ 5 แสนบาท แล้วนำมาจัดสรร เมื่อถามว่าจุดนี้มีเอกสารสิทธิ์อะไร ชาวบ้านบอกว่า ใบ ภบท.5 เอกสารเอาที่อบต.ได้ และเมื่อถามว่า ที่ดินในหมู่บ้านคนภายนอกมาซื้อเยอะหรือไม่ ชาวบ้านบอกว่าเยอะ บางพื้นที่ติดริมน้ำไร่ละล้านบาท

ตอนที่ 1 "ป่าทับลาน" นายทุนรีสอร์ท "รุกจริงหรือไม่"
ตอนที่ 1 "ป่าทับลาน" นายทุนรีสอร์ท "รุกจริงหรือไม่"

เมื่อทีมข่าวเดินทางเข้าไปสำรวจ พบแปลงสวนเกษตรริมน้ำ จึงเข้าไปสอบถามว่าที่ดินริมน้ำราคาล้านบาทอยู่จุดไหน ชาวบ้านชี้แปลงที่ดินว่างเปล่าข้างเคียงที่มีปลูกต้นไม้ขนาดเล็กว่า แปลงนี้ของคนลาวที่ซื้อต่อชาวบ้านตอนนี้เขาฝากขาย 2 ไร่ 6 ล้านบาท

ชาวบ้าน'ไทยสามัคคี' น้ำตาซึมถูกอุทยานดำเนินคดีเพราะขยายโฮมสเตย์

ตอนที่ 1 "ป่าทับลาน" นายทุนรีสอร์ท "รุกจริงหรือไม่"

แต่ในฐานหลักสภาพบริบทหมู่บ้านไทยสามัคคี มีชาวบ้านดั้งเดิมอยู่มีจำนวนมากกว่ารีสอร์ท ซึ่งต้องยอมรับว่า สภาพสังคม พื้นที่เปลี่ยนแปลงไป การประกอบอาชีพต้องเปลี่ยนแปลงไปตามบริบทเพื่อให้ชีวิตลืมตาอ้าปากได้ เช่น นางบังอร พร้อนแสง ชาวบ้านในกลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำมูลโฮมสเตย์เล่าด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่า ปี 2549 ตนและกลุ่มชาวบ้าน 20 หลังคาเริ่มทำโฮมสเตย์ตามคำแนะนำของรัฐบาลขณะนั้น ซึ่งเป็นรายได้เสริมอย่างดี ทำให้ชาวบ้านมีรายได้โดยที่ไม่ต้องไปยุ่งกับป่าอุทยาน

ตอนที่ 1 "ป่าทับลาน" นายทุนรีสอร์ท "รุกจริงหรือไม่"

แต่ต่อมาสามีตนถูกอุทยานจับกุมข้อหาบุกรุกปี 2555 หลังตอนนั้นได้ขยับขยายโฮมสเตย์ด้วยการก่อสร้างบ้านไม้หลังเล็กในสวนผลไม้บนพื้นที่อุทยาน ซึ่งตอนนั่นกู้เงินมา 150,000 บาท เพื่อมาลงทุน หวังจะมีรายได้เสริมจากการปลูกผลไม้ ตอนนี้ยังเป็นหนี้ธนาคาร โดยที่ยังไม่ทันได้เปิดโฮมสเตย์ที่พักให้นักท่องเที่ยวแม้แต่คนเดียวและยังเป็นคดีความ ซึ่งศาลฎีกาจะตัดสินในช่วงปลายปีนี้ นางบังอร เล่าว่า ก่อนหน้าจะมีการจับกุม ชาวบ้านได้ขยับขยายทำโฮมสเตย์รองรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการห้องส่วนตัว จึงได้สร้างบ้านพักหรือห้องนอกตัวบ้านไว้รองรับ แต่ปรากฎว่า ช่วงปี 2555 มีปฏิบัติการทวงคืนผืนป่าอุทยานแห่งชาติทับลาน นำโดยนายดำรงค์ พิเดช เป็นหัวหน้าอุทยานทับลานในขณะนั้นได้ดำเนินคดีกับชาวบ้านในลักษณะคล้ายกัน

คนอยู่พื้นที่ป่าทับลานสภาพแต่ละที่แตกต่างกัน นาดียังมีแต่แปลงเกษตร

เพื่อข้อมูลที่รอบด้านและนำเสนอเรื่องราวคนในพื้นที่ป่าทับลานได้ครอบคลุม ทีมข่าวมาที่ ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี เป็นหนึ่งพื้นที่ในเขตอุทยานแห่งชาติทับลานตามแนวเขตปี 2524 ทีมข่าวนำโดรนบินสำรวจพบว่าพื้นที่จุดนี้มีบ้านเรือนประชาชน สถานที่ราชการ โรงเรียนของรัฐและแปลงเกษตร ที่นา โดยที่มีแนวตะเข็บติดเชิงเขาจากภาพถ่ายทางอากาศ เราไม่พบรีสอร์ท ส่วนใหญ่เป็นที่นาและแปลงเกษตร 

ตอนที่ 1 "ป่าทับลาน" นายทุนรีสอร์ท "รุกจริงหรือไม่"
ตอนที่ 1 "ป่าทับลาน" นายทุนรีสอร์ท "รุกจริงหรือไม่"

นายสุนันต์ พยัฆ์ฤทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบุพราหมณ์ ให้ข้อมูลว่าพื้นที่ของตำบลที่อยู่ในเขตอุทยานฯ มี 8 หมู่บ้าน มีชาวบ้าน 1,362 ราย เนื้อที่ 17,683 ไร่ โดยชาวบ้านมีใบถือครอบครองของราษฎรในเขตอุทยานแห่งชาติทุกแปลง ซึ่งทางอุทยานแห่งชาติได้ทำการสำรวจ รังวัดแนวที่ดินพร้อมถ่ายรูปชาวบ้านเจ้าของที่ดินไว้ในช่วงที่นายยงยุทธ ติยะไพรัช เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ช่วงปี 2548-2549) ยืนยันชาวบ้านทุกรายยังคงถือครองที่ดินเดิมจากต้นตระกูล อาจจะมีการซื้อขายเปลี่ยนมือประมาณ 1-2% ซึ่งเป็นกลุ่มข้าราชการเกษียณมาซื้อทำบ้านอยู่

โดยชาวบ้านในชุมชนส่วนใหญ่ทำอาชีพเกษตร มีที่ทำนามากที่สุด บางครอบครัวทำโฮมสเตย์ในลักษณะกลุ่มศูนย์การเรียนรู้ชุมชน ทำกิจกรรมส่งเสริมความรู้ให้ชาวบ้านและเผยแพร่ให้นักท่องเที่ยว ส่วนที่นี่ไม่มีชาวบ้านถูกดำเนินคดี แต่ยอมรับว่าการปฏิบัติการปี 2555 ได้สร้างความกังวลและหวาดกลัวให้ชาวบ้านตั้งแต่ขณะนั้นจนถึงปัจจุบัน

ตอนที่ 1 "ป่าทับลาน" นายทุนรีสอร์ท "รุกจริงหรือไม่"
ตอนที่ 1 "ป่าทับลาน" นายทุนรีสอร์ท "รุกจริงหรือไม่"

ชาวบ้านบุพราหมณ์หลงดีใจ อุทยานปักแนวเขต นึกว่าจะได้เอกสารสิทธิ์ แต่ต้องรอกว่า 20 ปี 

ทีมข่าวสำรวจพื้นที่บุพรามหณ์ พบมีเสาหลักเขต 2 เสา ปักจุดใกล้กัน โดยมีเสาแสดงเขตอุทยานทับลานและเสาเขตบริหารเพื่ออนุรักษ์ ซึ่งผู้ใหญ่บ้านระบุว่า เป็นเสาที่นำมาปักไว้ตามแนวเขตปี 2543 ซึ่งชาวบ้านอยากให้ยึดตามแนวเขตนี้ เพราะตอนนั้นมีตัวแทนชุมชน ลงพื้นที่เป็นพยานยืนยันด้วยและแนวเขตพื้นที่ทำกินและอาศัยอยู่จริง โดยที่ผ่านมานับตั้งแต่อุทยานปักแนวเขตปี 2543 นั้น ชาวบ้านเข้าใจว่า ได้แบ่งแนวชัดเจนแล้วอีกไม่นานจะได้เอกสารสิทธิ์ ซึ่งชาวบ้านทำกินในที่ของตนและไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่งในที่หลังแนวเขตอุทยาน เพราะทุกคนกลัวข้อหาบุกรุกป่า แต่จนถึงวันนี้ผ่านมากว่า 20 ปี ชาวบ้านยังไม่มีเอกสารสิทธิ์ 

ตอนที่ 1 "ป่าทับลาน" นายทุนรีสอร์ท "รุกจริงหรือไม่"

ท้ายสุดแล้ว ไม่ว่าจะใช้แนวเขตอุทยานปี 2524 หรือ ปี 2543 ที่อุทยาน 265,000 ไร่ ที่มีที่ชาวบ้านทำกินอยู่อาศัยแล้ว จะไม่สามารถกลายเป็นผืนป่าสีเขียวชอุ่มอย่างแน่นอน ชาวบ้านยังคงทำกินและอยู่อาศัยได้เหมือนจากอดีตถึงปัจจุบัน เพียงแต่สิ่งที่เปลี่ยนคือ หากผลสำรวจพบว่า ประชาชนเห็นด้วยกับแนวเขตปี 2543 ที่ดิน 265,000 ไร่ จะอยู่ภายใต้การดูแลโดยสำนักงานเขตปฏิรูปที่ดิน หรือสปก. จะออกเอกสารสิทธิ์ครอบครองได้ในอนาคต แต่ฝั่งนักอนุรักษ์กังวลใจว่าพื้นที่ป่าที่อยู่ใต้การดูแลของหน่วยงานรัฐที่ไม่มีฐานความไว้วางใจ อาจจะทำให้เกิดปัญหาเรื่องเอกสารสิทธิ์นายทุนรุกป่าเพิ่มมากขึ้นและจะเกิดปัญหาในอนาคต และอุทยานไม่สามารถเข้าไปกำกับดูแลได้ ซึ่งอาจจะมีสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่รุกล้ำตามมา 

ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ทับซ้อนมองว่า หากจะป้องกันปัญการุกป่าจากนายทุน รัฐบาลที่มีหน้าที่กำกับ ดูแลโดยตรง ควรออกกฎหมายหรือมาตรการป้องกันในอนาคต แต่ไม่ควรมาจำกัดสิทธิ์ชาวบ้านในการครอบครองเพราะกังวลนายทุน ซึ่งผลสำรวจชาวบ้านส่วนใหญ่ต้องการเอกสารสิทธิ์เพื่อความมั่นคงของชีวิต อาชีพ และต่อยอดด้านเงินทุนทางเกษตร เช่นเดียวกับที่ดิน สปก.ทำได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ตอนที่ 1 "ป่าทับลาน" นายทุนรีสอร์ท "รุกจริงหรือไม่"

ตอนที่ 2 เปิดความจริง! "ทับลาน" คนอยู่ก่อนป่า หรือป่าอยู่ก่อนคน

ตอนที่ 3 เปิดความจริง! #Saveทับลาน ทำไมชาวบ้านอยากได้สิทธิ์ สปก.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตอนที่ 1 "ป่าทับลาน" นายทุนรีสอร์ท "รุกจริงหรือไม่" | Workpoint News