กรมประมงร่วม พศ. เตือนหยุดทำบุญปล่อยปลาเอเลี่ยนสปีชีส์

กรมประมงร่วมสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเตือนหยุดทำบุญปล่อยปลาเอเลี่ยนสปีชีส์ ชวนทุกภาคส่วนตระหนักรู้ก่อนระบบนิเวศจะพัง พร้อมแนะวิธีตัดการสัตว์น้ำต่างถิ่น
(30 พ.ค. 67) นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ปัญหาการรุกรานของเอเลี่ยนสปีชีส์ในแหล่งน้ำสาธารณะของไทย ถือเป็นเรื่องใหญ่ ทั้งไทยเป็นเมืองพุทธ คนส่วนใหญ่นิยมเข้าวัดทำบุญ-ทำทานในวันสำคัญทางศาสนา หรือวันสำคัญวาระต่างๆอยู่เสมอ การปล่อยปลาจากความเชื่อว่า จะได้บุญจากการให้ชีวิต หรือเป็นการเพิ่มจำนวนสัตว์น้ำในธรรมชาติ ตลอดจนคิดว่าเป็นการรักษาระบบนิเวศให้สมบูรณ์ เป็นแหล่งอาหาร และเป็นแหล่งประกอบอาชีพ แต่ทางตรงกันข้าม การไม่ได้พิจารณาองค์ประกอบและนิเวศวิทยาแหล่งน้ำ และชีววิทยาของสัตว์น้ำ จะเป็นเหมือนดาบสองคมที่จะส่งผลต่อความหลากหลายของชนิดพันธุ์ และความสมดุลของระบบนิเวศ
ดังนั้น การสื่อสารและประชาสัมพันธ์ความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับการปล่อยทั้งแก่ผู้ขายและผู้ปล่อยสัตว์น้ำ จึงมีความจำเป็นเร่งด่วน ที่จะต้องสื่อสารให้เข้าใจในทิศทางเดียวกัน และเพื่อให้การปล่อยสัตว์น้ำเป็นการสร้างบุญอย่างที่ตั้งใจ กรมประมงจึงได้จัดทำสื่อ เพื่อประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ข้อมูลต่างๆ ที่ถูกต้อง ผ่านสื่อต่างๆมาอย่างต่อเนื่อง

สัตว์น้ำที่ปล่อยได้ เช่น ปลาตะเพียน ปลากระแห ปลาแก้มช้ำ ปลาสร้อยขาว ปลาโพง (ปลาสุลต่าน) ปลากาดำ ปลายี่สกไทย ปลาหมอไทย ปลาช่อน ปลาบู่ทราย ปลาสลาด ปลากราย ปลาสวาย ปลากดเหลือง ปลากดแก้ว ฯลฯ
ซึ่งปลาเหล่านี้เป็นสัตว์น้ำพื้นถิ่นของไทย มีประโยชน์ต่อระบบนิเวศ ที่สำคัญเป็นปลาที่สามารถอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติทั่วไปได้ นอกจากนี้ ยังมีสัตว์น้ำที่ปล่อยได้ แต่ต้องเฉพาะพื้นที่ที่เหมาะสม เพื่อให้สัตว์น้ำเหล่านั้นสามารถมีชีวิตรอดและเจริญเติบโตได้ เช่น ปลาไหลนา กบนา ต้องปล่อยในบริเวณที่มีน้ำไหลเอื่อย พื้นที่เป็นดินแฉะ เพื่อปลาไหลจะได้สามารถขุดรูอาศัยอยู่ได้
ส่วนการปล่อยเต่านั้น ไม่แนะนำให้ปล่อย เนื่องจาก ผู้ปล่อยต้องสามารถแยกได้ว่า เต่าที่จะปล่อยเป็นเต่าบกหรือเต่าน้ำ เพราะหากนำเต่าบกไปปล่อยลงน้ำ จะไม่สามารถว่ายน้ำได้และตายในที่สุด ซึ่งความแตกต่างระหว่างเต่า 2 ชนิดนี้นั้น จะพิจารณาพังผืดเชื่อมต่อระหว่างนิ้ว โดยเต่าน้ำจะมีพังผืดเชื่อมต่อระหว่างนิ้ว เพื่อใช้สำหรับว่ายน้ำและมีเล็บแหลมขนาดเล็ก ส่วนเต่าบก จะไม่มีพังผืดและมีเล็บขนาดใหญ่
และสัตว์น้ำอีกชนิดหนึ่ง ที่กรมประมงไม่แนะนำให้ปล่อย คือ ปลาดุก เพราะผู้ปล่อยต้องแยกชนิดพันธุ์ของปลาดุกได้ โดยสายพันธุ์ปลาดุกที่สามารถปล่อยได้ คือ ปลาดุกนา เท่านั้น ส่วนปลาดุกเทศ หรือ ปลาดุกรัสเซีย (ปลาดุกอัฟริกัน) ปลาดุกลูกผสม (ปลาดุกบิ๊กอุย) ห้ามปล่อยเด็ดขาด เพราะเป็นเอเลี่ยนสปีชีส์
โดยการแยกระหว่างปลาดุกไทยและปลาเทศนั้น ทำได้ยากมาก ดังนั้น การปล่อยปลาดุกในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อจากที่วัด หรือซื้อจากหน้าเขียง จึงเป็นเรื่องที่น่ากังวลอยู่มากในขณะนี้

สัตว์น้ำที่ห้ามปล่อยลงแหล่งน้ำธรรมชาติ หรือแหล่งน้ำสาธารณะ เช่น ปลาซักเกอร์ หรือ ปลากดเกราะ หรือ ปลาเทศบาล ปลาหมอคางดำ กุ้งเครฟิช ปลาหางนกยูง ปลาทับทิม ปลาดุกแอฟริกัน เต่าแก้มแดง (เต่าญี่ปุ่น) ตะพาบไต้หวัน และปลาต่างถิ่นสวยงาม
ซึ่งสัตว์น้ำเหล่านี้ ถือเป็นสัตว์น้ำต่างถิ่น ก่อให้เกิดปัญหาต่อระบบนิเวศ และส่งผลกระทบต่อบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของเกษตรกร ในกรณีที่สัตว์น้ำเหล่านี้หลุดรอดเข้าไปในบ่อ เช่น ปลาซักเกอร์ ปลาหมอคางดำ ปลาดุกบิ๊กอุย เป็นต้น

อธิบดีกรมประมง กล่าวด้วยว่า ถึงแม้ว่าที่ผ่านมากรมประมง ได้ประชาสัมพันธ์ในเรื่องการปล่อยสัตว์น้ำมาอย่างต่อเนื่อง แต่ปัจจุบันยังพบกับปัญหาการแพร่ระบาด ของสัตว์น้ำต่างถิ่นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปลาดุกลูกผสมและปลาดุกบิ๊กอุย ปลาซักเกอร์ และปลาหมอคางดำ เป็นต้น
และเพื่อให้การเผยแพร่ข้อมูลและการประชาสัมพันธ์บรรลุเป้าหมาย กรมประมงได้ขอความอนุเคราะห์ไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้กับหน่วยงานสำนักงานพุทธศาสนา ในพื้นที่จังหวัดต่างๆ สร้างการรับรู้ ความตระหนักให้กับภิกษุ พุทธศาสนิกชนในบริเวณวัด และศาสนสถานให้ถูกต้องแก่ผู้ขาย และมีนโยบายที่จะจัดกิจกรรมสร้างความรู้ความเข้าใจ และส่งเสริมให้ผู้ขาย เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเป็นกระบอกเสียงให้แก่กรมประมง
นอกจากนี้ กรมประมงอยากจะเชิญชวนประชาชน หันมาบริโภคสัตว์น้ำ รวมถึงสัตว์น้ำต่างถิ่นที่สามารถบริโภคได้ ทั้งปลาดุกและปลาหมอคางดำ เพื่อร่วมลดจำนวนและผลกระทบของสัตว์ต่างถิ่นในแหล่งน้ำธรรมชาติได้อีกทางหนึ่ง และในกรณีที่พบสัตว์น้ำต่างถิ่นในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ สามารถหยุดยั้งการแพร่ระบาดโดย
- ลงปูนขาว หรือ กากชา เพื่อฆ่าศัตรูปลา ในการเตรียมบ่อก่อนลงลูกปลาที่เลี้ยงทุกครั้ง
- ใช้ถุงกรองเพื่อกรองน้ำเข้าบ่อ ป้องกันไม่ให้ปลาซักเกอร์ ปลาผู้ล่าอื่น ๆ รวมถึงศัตรูปลาเข้าสู่บ่อเลี้ยง
- หากพบปลาซักเกอร์ในบ่อต้องรีบดำเนินการจับขึ้น โดยใช้แห อวน หรือลอบ เพื่อควบคุมและกำจัดปลาซักเกอร์ไม่ให้แพร่ระบาดจำนวนมาก
- หากพบปลาซักเกอร์ในแหล่งน้ำใกล้เคียงบ่อเลี้ยงให้รีบกำจัด และแจ้งกรมประมงเพื่อหาทางควบคุมและกำจัดออกจากแหล่งน้ำ

นอกจากนี้ กรมประมงขอความร่วมมือประชาชน งด ละ เลิก ปล่อยสัตว์น้ำต่างถิ่น หรือ เอเลี่ยนสปีชีส์ ลงในแหล่งน้ำธรรมชาติอย่างเด็ดขาด รวมถึงมีการป้องกันไม่ให้หลุดรอดลงสู่แหล่งน้ำ และในกรณีที่ไม่ต้องการเลี้ยงสัตว์น้ำต่างถิ่นหรือเอเลี่ยนสปีชีส์แล้ว ให้นำมามอบให้กับหน่วยงานของกรมประมงทั่วประเทศ เพื่อเป็นการป้องกันและลดโอกาสในการเกิดปัญหาการแพร่ระบาด หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ หรือ สัตว์น้ำต่างถิ่น สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ กองวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด กรมประมง โทร. 02579 5281 หรือ เว็บไซต์ https://www4.fisheries.go.th/local/index.php/main/site/ifdd





