ไทยพร้อมเจรจา GBC 4 ส.ค. นี้ - แม่ทัพ 2 ฝ่ายหารือกรอบภาพรวม
ศบ.ทก.แถลงสถาสนการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังแม่ทัพ 2 ฝ่ายพูดคุยหารือกรอบภาพรวมเบื้องต้น ย้ำไทยพร้อมเข้าเวทีเจรจา GBC ในวันที่ 4 สิงหาคมนี้
(30 ก.ค. 68) เวลา 09.00 น. ที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ มีการประชุม ศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา (ศบ.ทก.) เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา กรณีการกำหนดท่าทีกัมพูชาละเมิดหยุดยิง ผลการประชุมแม่ทัพชายแดน 2 ประเทศ และการประท้วงไปยังนานาชาติ
ต่อมาเวลา12.05 น. ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล มีการแถลงผลการประชุมจาก ศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา (ศบ.ทก.) เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ประจำวันที่ 30 ก.ค.68
พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย ในนามโฆษกศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา (ศบ.ทก.) เปิดเผยว่า แม้จะมีการเจรจาหยุดยิงระหว่างสองประเทศตั้งแต่คืนวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา แต่จนถึงวันที่ 30 กรกฎาคม ยังมีการคุกคามจากกองกำลังประเทศเพื่อนบ้านถึง 4 เหตุการณ์ ซึ่งทางกองทัพบกได้ชี้แจงรายละเอียดไว้ก่อนหน้านี้แล้ว
รัฐบาลไทยยังยึดมั่นในแนวทางสันติภาพ อดทน อดกลั้น และปฏิบัติตามหลักมนุษยธรรมอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตาม หากมีการละเมิดอธิปไตยไทย ทางกองทัพจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด เพื่อปกป้องประชาชนและผืนแผ่นดินไทย
ในโอกาสนี้ ศบ.ทก.ขอสดุดีและแสดงความชื่นชมต่อทหารและเจ้าหน้าที่แนวหน้า ไม่ว่าจะเป็นทหารพราน ตำรวจตระเวนชายแดน หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงอื่น ๆ ที่ร่วมปฏิบัติหน้าที่อย่างกล้าหาญ รวมถึงเจ้าหน้าที่เบื้องหลัง เช่น แพทย์ พยาบาล อสม. เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ตลอดจนประชาชนและภาคเอกชน ที่ร่วมส่งกำลังใจและสนับสนุนเครื่องอุปโภคบริโภคอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นน้ำใจที่ประเมินค่าไม่ได้
ด้านการเจรจากับกัมพูชา ขณะนี้มีการกำหนดประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ในวันที่ 4 สิงหาคม ซึ่งฝ่ายไทยพร้อมเข้าร่วมอย่างเต็มที่ รอเพียงหนังสือเชิญอย่างเป็นทางการจากฝ่ายกัมพูชา โดยก่อนหน้านี้ ระดับแม่ทัพภาคของทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมกันในเบื้องต้นเรื่องแนวทางความร่วมมือทางทหาร หวังว่าแนวทางนี้จะนำไปสู่สันติภาพอย่างยั่งยืน
สำหรับสถานการณ์ผู้อพยพ มีจำนวนทั้งสิ้น 190,104 ราย กระจายอยู่ในศูนย์พักพิง 780 แห่ง รัฐบาลขอให้ประชาชนยังคงพักอยู่ในพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ เพื่อความปลอดภัย และจะมีการแจ้งให้ทราบเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวยให้เดินทางกลับได้
ในด้านความมั่นคงภายในประเทศ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ได้ประกาศห้ามบินโดรนใน 14 จังหวัดชายแดนและพื้นที่สำคัญ มีผลบังคับใช้ทันที เพื่อป้องกันเหตุร้ายและการรบกวนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยผู้ใดฝ่าฝืนจะมีโทษทั้งจำคุกและปรับ รวมถึงห้ามบินโดรนในรัศมี 9 กิโลเมตรจากสนามบินทุกแห่งทั่วประเทศโดยเด็ดขาด
สุดท้าย ศบ.ทก.ได้ขอบคุณสื่อมวลชนและสื่อออนไลน์ที่ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อมูลก่อนเผยแพร่ และขอย้ำให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากช่องทางทางการของศูนย์ฯ หรือกองทัพเท่านั้น โดยขณะนี้มีทีมงานคอยตรวจสอบข้อมูลข่าวสารตลอด 24 ชั่วโมง และเปิดรับสื่อที่ต้องการเข้าร่วมการตรวจสอบข่าวลือในระบบแฟลชเช็ก เพื่อร่วมกันนำเสนอข้อเท็จจริงอย่างถูกต้องแก่ประชาชน




