ไทย-กัมพูชายืนยันหยุดยิง! ชายแดนจันทบุรี ทหารสองฝ่ายจับมือชื่นมื่น

ไทย-กัมพูชายืนยันหยุดยิง! ผู้นำทหารภูมิภาคพบปะกระชับสัมพันธ์ที่ด่านผักกาด จันทบุรี สานต่อสันติภาพชายแดน
(29 ก.ค.68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา บรรยากาศที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ซึ่งเชื่อมต่อกับด่านปรม จ.ไพลิน ประเทศกัมพูชา พล.ท.แอ๊ค สมโอน ผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 5 ของกัมพูชา ได้มีการพบปะพูดคุยกับ พล.ร.ท.อภิชาติ ทรัพย์ประเสริฐ ผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (ผบ.กปช.จต.) เพื่อยืนยันสถานการณ์ความสงบ ตามแนวนโยบายหยุดยิงที่รัฐบาลทั้งสองประเทศ เห็นชอบร่วมกัน พร้อมทั้งมีการจับมือกัน เต็มไปด้วยสัญญาณแห่งมิตรภาพ
การพบปะครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อสานต่อความสัมพันธ์ในระดับพื้นที่ โดยข้อตกลง 4 ข้อ
1. ทั้งสองฝ่ายได้หยุดยิง ตั้งแต่เที่ยงคืน ตามข้อตกลงระหว่างรัฐบาลไทย-กัมพูชา
2. จะไม่มีการเคลื่อนย้ายกำลังและอาวุธจากที่ปัจจุบัน
3. หลังจากที่มีการประชุม GBC จะจัดให้มีการประชุม RBC ที่จังหวัดไพลิน โดย ผวจ.ไพลิน ได้เตรียมการในเรื่องของสถานที่ไว้รองรับแล้วเรียบร้อย
4. จะมีการพูดคุยกันและพัฒนาความสัมพันธ์ เหมือนเดิมเนื่องจาก กปช.จต. และ ภท.5 มีความสัมพันธ์ตลอดมา

ทั้งหมดเพื่อลดความตึงเครียด และสร้างบรรยากาศแห่งความไว้วางใจ โดยทั้งสองฝ่ายได้จับมือบริเวณสะพานพรมแดน พร้อมเน้นย้ำ ความสำคัญของการรักษาความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศ เรื่องการยุติการเสริมทัพ หยุดกระทำการใดใดที่เป็นการสุ่มเสี่ยง
นอกจาก การพบปะโดยตรงแล้ว ช่วงเช้าวันเดียวกันเวลา 09.00 น. ยังมีการพูดคุยผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ (VTC) ระหว่าง พล.ต.ฮุย เอียง ผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 3 กัมพูชา กับ ผบ.กปช.จต. สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองฝ่าย ในการสร้างช่องทางการสื่อสารอย่างทันท่วงทีในสถานการณ์สำคัญ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การยืนยันหยุดยิงในครั้งนี้ ไม่เพียงลดความขัดแย้งด้านความมั่นคง แต่ยังส่งผลดีต่อเศรษฐกิจการค้าชายแดนระหว่าง จ.จันทบุรี กับ จ.ไพลิน ทั้งในด้านความเชื่อมั่นของนักลงทุน การค้าขาย และการท่องเที่ยว โดยเฉพาะ อ.โป่งน้ำร้อน ซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าชายแดนที่สำคัญ
ผู้นำทหารทั้งสองประเทศ ยังได้แสดงเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะผลักดันให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน สร้างสันติภาพที่มั่นคง และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนชายแดน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันภูมิภาคนี้ ไปสู่อนาคตที่สดใสและมั่นคงยิ่งขึ้น - ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน




