ส่องชายแดนจันทบุรี! รั้วความมั่นคงคืบหน้า 20% จับตาเขมรขนกระสอบทรายพรางตาหน้าด่าน

ข่าวเวิร์คพอยท์
ส่องชายแดนจันทบุรี! รั้วความมั่นคงคืบหน้า 20% จับตาเขมรขนกระสอบทรายพรางตาหน้าด่าน

เกาะติดความคืบหน้า "รั้วความมั่นคงชายแดนไทย-กัมพูชา" เมกล้าโปรเจกต์นำร่องเมืองจันท์ คืบหน้าแล้ว 20% ขณะที่บรรยากาศด่านบ้านแหลมยังตรึงเครียด พบฝั่งกัมพูชาขึงสแลมดำพรางตา-ซุกกระสอบทราย คาดเตรียมทำบังเกอร์

(31 พ.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าล่าสุดการก่อสร้างรั้วชายแดน จากเงินสนับสนุนของโครงการหทัยทิพย์ โดยภาพถ่ายเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 เผยให้เห็นถึงโครงสร้างตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการเมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน พบว่ามีความคืบหน้าไปแล้วประมาณ 20% โดยตามสัญญามีกำหนดแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2569 นี้ ซึ่งเหลือเวลาอีกเพียงประมาณ 1 เดือนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม จากการสังเกตการณ์คาดว่าน่าจะเสร็จสิ้นตามกำหนดเวลาได้ยาก เนื่องจากกระบวนการก่อสร้างเป็นไปอย่างล่าช้า มีช่างและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่เพียงไม่กี่คนเท่านั้น

สำหรับ "รั้วความมั่นคงชายแดนไทย-กัมพูชา" ดังกล่าว ถือเป็นโครงการเมกะโปรเจกต์นำร่องแห่งแรกในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ก่อสร้างขึ้นบริเวณหลักเขตแดนที่ 52–54 ตำบลเทพนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน และมีแผนจะขยายโครงการต่อเนื่องไปจนถึงหลักเขตแดนที่ 59 โดยในระยะแรก (หลักเขตที่ 52-54) มีความยาวรวมประมาณ 1,310 เมตร (1.3 กิโลเมตร) บนพื้นที่ราบที่มีแนวเขตชัดเจน โครงสร้างตัวกำแพงมีความสูงรวมประมาณ 170 เซนติเมตร ฐานปูนเทคานคอนกรีตและลงเสาเข็มอย่างแน่นหนา ใช้เสาทั้งหมดประมาณ 900–1,000 ต้น ด้านบนเสริมด้วยแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูปและตาข่ายเหล็กเพื่อความสะดวกในการตรวจการณ์ พร้อมทั้งมีการสร้างถนนคู่ขนานไปกับแนวกำแพง โดยได้รับเงินสนับสนุนจากโครงการหทัยทิพย์ และรับผิดชอบโครงการโดยกองบัญชาการกองทัพไทย

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 พลเอก ศราวุธ จันทร์พุ่ม ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (ผบ.นทพ.) พร้อมด้วยคณะนายทหารระดับสูง ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อติดตามและประเมินผลการดำเนินงานโครงการ โดยมี พลตรี อภิรัชฎ์ รามนัฎ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาภาค 1 และ พันเอก นัฐพล วิเชียรวรรณ ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 14 (นพค.14) ให้การต้อนรับและนำเรียนรายงานความคืบหน้า

ขณะที่บรรยากาศบริเวณหน้าจุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม ตำบลเทพนิมิต พบว่าประตูด่านยังคงปิดสนิท โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารตรวจตราครัดเคร่งอย่างเข้มงวด ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการนำกล้องวงจรปิด (CCTV) มาติดตั้งเพิ่มเติม พร้อมระบบถ่ายทอดสดออนไลน์ (Live) ให้ประชาชนสามารถร่วมจับตาดูสถานการณ์ได้ตลอดเวลา

อย่างไรก็ตาม มีสิ่งผิดสังเกตเกิดขึ้นที่ฝั่งตรงข้าม บริเวณหน้าประตูของฝั่งประเทศกัมพูชา พบว่ามีการนำผ้าสแลมสีดำมาขึงปิดเพื่อพรางสายตา แต่ยังคงสามารถมองทะลุผ่านได้ โดยเห็นกองทรายขนาดใหญ่ถูกนำมาเทกองไว้ และถัดไปด้านข้างมีการนำกระสอบทรายสีขาว (ลักษณะกรอกทรายใส่กระสอบปุ๋ย) ไปวางซุกซ่อนไว้ข้างเสาซุ้มประตูอย่างเห็นได้ชัด เมื่อสอบถามเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ใกล้เคียงต่างให้คำตอบตรงกันว่า ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าฝ่ายตรงข้ามกำลังเตรียมการสิ่งใด นอกจากนี้ เมื่อคืนก่อนหน้านี้ยังพบว่ามีการนำรถเครนมาทำการยกแท่งแบริเออร์ (Barrier) ที่อยู่บริเวณหน้าด่านออกไปไว้ด้านข้างทั้งหมด ทำให้เกิดข้อสันนิษฐานว่า ฝั่งกัมพูชาอาจกำลังเตรียมการนำกระสอบทรายมาทำเป็นบังเกอร์ทหาร

อีกด้านหนึ่ง ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการท่องเที่ยวในพื้นที่ พบว่ายังมีประชาชนเดินทางมาเยือนอย่างต่อเนื่อง โดยมีครอบครัวของ คุณยายสัญญา อายุ 76 ปี ซึ่งเดินทางไกลมาจากกรุงเทพมหานคร เพื่อมาท่องเที่ยว ทำบุญ และถือโอกาสแวะถ่ายรูปเช็กอินเนื่องจากกระแสข่าวชายแดนกำลังเป็นที่สนใจ พร้อมทั้งฝากส่งกำลังใจไปถึงทหารกล้าในพื้นที่

โดย คุณยายสัญญา ซึ่งเป็นชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช แต่บุตรสาวพาไปพำนักอยู่ที่กรุงเทพฯ เปิดเผยว่า ตนเองเดินทางมาทำบุญในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ซึ่งเมื่อหลายปีก่อนเคยเดินทางมาดูงานที่อำเภอขลุงครั้งหนึ่งแล้ว ที่ผ่านมาตนติดตามสถานการณ์ชายแดนทางข่าวสารอยู่ตลอด วันนี้ครอบครัวจึงตั้งใจพามาถ่ายรูปเช็กอินที่บริเวณชายแดนบ้านแหลม และขอฝากส่งกำลังใจไปถึงทหารแนวหน้าทุกคน ขอให้ทุกท่านแคล้วคลาดปลอดภัย และขอให้บารมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์และพระสยามเทวาธิราชคุ้มครองรักษาทหารไทยทุกนาย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง