เปิดรายชื่อ รพ.ปิดบริการ - พลเรือนต้องอพยพนับแสนราย กลุ่มเปราะบางนับหมื่นเข้าศูนย์พักพิงชั่วคราว

สธ.เปิดรายชื่อ รพ.ปิดบริการ เผยเหตุปะทะชายแดน พลเรือนต้องอพยพนับแสนราย กลุ่มเปราะบางนับหมื่นเข้าศูนย์พักพิงชั่วคราว ‘สมศักดิ์’ ห่วงผู้ได้รับผลกระทบ ลงพื้นที่ศรีสะเกษ
(26 ก.ค.68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ตรีชฎา ศรีธาดา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธาณสุข มีความเป็นห่วงประชาชนในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นอย่างมาก และได้ลงพื้นที่ติดตามดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบใน จ.ศรีสะเกษ ทั้งที่โรงพยาบาลและศูนย์พักพิงเพื่อดูแลช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันรายงานข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบจากการสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา ในส่วนของสถานบริการ ณ วันที่ 26 กรกฎาคม 2568 โดย รพ.ที่เปิดฉุกเฉินจะมีสถานที่ แพทย์ ผู้ชำนาญการพร้อมรับมือผู้ป่วยทุกสถานการณ์ ดังนี้

พื้นที่เขตสุขภาพที่ 10 จำนวน รพ.ที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่
อุบลราชธานี 3 แห่ง คือ รพ.น้ำขุ่น และ รพ.น้ำยืน ส่วน รพ.นาจะหลวย ปิดบางส่วน เปิดเฉพาะฉุกเฉิน
ศรีสะเกษ 2 แห่ง ปิดให้บริการ 2 แห่ง คือ รพ.กันทรลักษณ์ และ รพ.ภูสิงห์
พื้นที่เขตสุขภาพที่ 9 จำนวน รพ.ที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่
สุรินทร์ 5 แห่ง ปิดบริการบางส่วน 3 แห่ง เปิดเฉพาะฉุกเฉิน คือ รพ.บัวเชด , รพ.สังขะ และ รพ.ปราสาท ส่วนที่ปิดให้บริการ 2 แห่ง คือ รพ.กาบเชิง และ รพ.พนมดงรัก
บุรีรัมย์ 2 - 3 แห่ง ปิดบริการบางส่วน 1 แห่ง คือ รพ.ประโคนชัย เปิดเฉพาะฉุกเฉิน ปิดให้บริการ 1 แห่ง ได้แก่ รพ.บ้านกรวด (เพิ่มเติม รพ.ละหานทราย สั่งย้ายผู้ป่วยด่วนแล้ว)
พื้นที่เขตสุขภาพที่ 6 จำนวน รพ.ที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่
ตราด 2 แห่ง ปิดบริการบางส่วน คือ รพ.คลองใหญ่ เปิดเฉพาะฉุกเฉิน และ รพ.บ่อไร่ เปิดเฉพาะฉุกเฉิน
สระแก้ว 3 แห่ง ปิดบริการบางส่วน คือ รพ.ตาพระยา เปิดเฉพาะฉุกเฉิน , รพ.โคกสูง เปิดเฉพาะฉุกเฉิน และ รพ.คลองหาด เปิดเฉพาะฉุกเฉิน

น.ส.ตรีชฎา กล่าวถึง ข้อมูลการอพยพผู้ป่วยในและพลเรือน แบ่งเป็นรายจังหวัดตาม รพ.ต่างๆที่รับดูแล โดยผู้ป่วยในที่้มีการอพยพ จำนวน 583 ราย , รพ.ที่รับดูแล 28 แห่ง พลเรือนที่อพยพ จำนวน 111,416 ราย ดังนี้
- อุบลราชธานี อพยพผู้ป่วยใน จำนวน 22 ราย อพยพพลเรือน 13,927 ราย
- ศรีสะเกษ อพยพผู้ป่วยใน 204 ราย อพยพพลเรือน 24,214 ราย
- สุรินทร์ อพยพผู้ป่วยใน 209 ราย อพยพพลเรือน 37,676 ราย
- บุรีรัมย์ อพยพผู้ป่วยใน 56 ราย อพยพพลเรือน 26,205 ราย
- ตราด อพยพผู้ป่วยใน 15 ราย อพยพลเรือน 5,318 ราย
- สระแก้ว อพยพผู้ป่วยใน 52 ราย เป็นผู้ป่วยสุขภาพจิต อพยพพลเรือน 4,076 ราย
สำหรับข้อมูลศูนย์พักพิงชั่วคราว ที่ได้รับรายงานล่าสุด มีดังนี้
ศรีสะเกษ จำนวนศูนย์พักพิงมากที่สุด คือ 159 จุด รองรับผู้อพยพยพจำนวน 93,184 คน จำนวนผู้อพยพภายในศูนย์ฯปัจจุบัน 24,214 คน
อุบลราชธานี จำนวนศูนย์พักพิง 69 จุด จำนวนรองรับผู้อพยพ 70,886 คน จำนวนผู้อพยพภายในศูนย์ฯปัจจุบัน 13,927 คน
ส่วน จ.สุรินทร์ จ.สระแก้ว และ จ.ตราด จำนวนศูนยพักพิง และจำนวนผู้อพยพภายในศูนย์ฯ ปัจจุบันลดหลั่นกันลงมา สรุปแล้ว ใน 3 เขตสุขภาพ มีผู้อพยพพายในศูนย์ฯปัจจุบัน 93,006 คน ขณะที่สามารถรองรับผู้อพยพได้มากถึง 353,920 คน

อย่างไรก็ตาม กลุ่มเปราะบางในศูนย์พักพิงชั่วคราว มีผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง หญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก 0 - 5 ปี ผู้ป่วยฟอกไต ผู้ป่วยจิตเวชเรื้อรัง ในเขตสุขภาพที่ 10 , 9 , 6 รวม 3 เขต ได้แก่ จ.อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ และ จ.ตราด มีผู้เข้าอยู่ศูนย์พักพิงชั่วคราวทั้งสิ้่น 10,586 คน สสจ.ตราด สั่งย้ายด่วนผู้ป่วยจังหวัดจาก รพ.คลองใหญ่ - บ่อไร่ไปอยู่ที่ปลอดภัย พร้อมเปิดเผยว่า 3 อำเภอ ใน จ.ตราด เสี่ยงภัยสู้รบ แม้อยู่ห่างชายแดน 14 - 34 กม.ก็ตาม

ขณะที่สถานการณ์เบื้องต้นของ จ.ตราด อันเนื่องการสู้รบตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา คือ อ.คลองใหญ่ อ.บ่อไร่ และ อ.เมืองตราด เป็นอำเภอเสี่ยงที่ใกล้ชายแดนห่างจากกัมพูชา 14 กม. , 24 กม. และ 34 กม.ตามลำดับ พื้นที่ดังกล่าวมีโอกาสเกิดการปะทะได้ สสจ.ตราดจึงสั่งการให้ย้ายผู้ป่วยในจาก รพ.คลองใหญ่ และ รพ.บ่อไร่ ไป รพ.ที่ปลอดภัยตั้งแต่ตอนบ่ายวันที่ 25 ก.ค.68 แล้ว
นอกจากนี้ ยังได้รับรายงานว่า การปะทะเกิดที่ ต.ชำราก อ.เมืองตราด เมื่อเช้าวันที่ 26 ก.ค.68 รวม 2 ครั้ง เวลา 05.20 น.และเวลา 07.00 น.จนถึงเช้า ยังไม่มีการปะทะอีก ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ทางด้าน รพ.หลัก คือรพ.ตราด มีความพร้อมที่รองรับผู้ป่วย ขณะเดียวกัน การตั้งศูนย์พักพิงทาง สสจ.ตราด พร้อมจะเข้าไปช่วยเหลือดูแลประชาชนได้ทันทีหากจำเป็น - ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน




