ยันกัมพูชายิงก่อน โจมตีเป้าหมายพลเรือน วอนประชาชนอพยพ

ข่าวเวิร์คพอยท์
ยันกัมพูชายิงก่อน โจมตีเป้าหมายพลเรือน วอนประชาชนอพยพ

ศบ.ทก.ตั้งโต๊ะแถลง ยืนยันกัมพูชาเริ่มยิงก่อน ตอนนี้มีคนไทยเสียชีวิตหลายราย มีการล็อกเป้าหมายพลเรือน - ระบุกัมพูชาใช้จรวดหลายลำกล้องควบคุมทิศทางยาก - ขอประชาชนเร่งอพยพ

(24 ก.ค. 68) พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา (ศบ.ทก.) แถลงยืนยันว่า ฝ่ายกัมพูชาเป็นผู้เริ่มปฏิบัติการยิงใส่ “ฐานหมูป่า” บริเวณใกล้ปราสาทตาเมือนธม หลังจากฝ่ายไทยพยายามตะโกนเจรจาแต่ไม่เป็นผล ก่อนขยายแนวการโจมตีไปยังพื้นที่ชุมชน โรงพยาบาล และศูนย์พัฒนาพื้นที่ชายแดน ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ รวมถึงเด็กชายวัย 5 ขวบได้รับบาดเจ็บสาหัส

พล.ร.ต.สุรสันต์ ระบุว่า เมื่อเวลา 07.35 น. กองกำลังฝ่ายกัมพูชานำกำลัง 6 นาย พร้อมอาวุธครบมือและ RPG เข้ามาประจำการใกล้แนวลวดหนามหน้าปราสาทตาเมือนธม จากนั้นเวลา 08.20 น. ได้เปิดฉากยิงใส่ “ฐานหมูป่า” ห่างจากปราสาทประมาณ 200 เมตร ทำให้ฝ่ายไทยจำเป็นต้องตอบโต้ จนนำไปสู่การปะทะในพื้นที่ชายแดนเพิ่มอีก 6 จุด รวมถึงปราสาทตาควาย ช่องบก เขาพระวิหาร ช่องอานม้า และช่องจอม

ฝ่ายกัมพูชายังใช้อาวุธหนัก เช่น จรวดหลายลำกล้อง DM21 ขนาด 122 มม. ซึ่งควบคุมทิศทางได้ยาก ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างหนักต่อบ้านเรือนประชาชน และสถานพยาบาล รวมถึงทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บสาหัส 3 ราย ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นเด็กชายวัยเพียง 5 ปี ขณะนี้ฝ่ายปกครองและกระทรวงมหาดไทยได้เริ่มอพยพประชาชนจากพื้นที่ชายแดนพนมดงรัก จ.สุรินทร์ แล้ว พร้อมวิงวอนให้ประชาชนให้ความร่วมมือในการอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัยโดยเร็ว

ด้านมาตรการตอบโต้ของฝ่ายไทย พล.ร.ต.สุรสันต์ เปิดเผยว่า กองทัพไทยได้ดำเนินการภายใต้มาตรา 39 พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 โดยมีการตั้งศูนย์บัญชาการในแต่ละระดับ และยกระดับมาตรการความมั่นคงบริเวณชายแดนขึ้นสู่ระดับ 4 สั่งปิดด่านทุกจุดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างเป็นทางการ

ในด้านการต่างประเทศ นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ได้มีการจัดบรรยายสรุปแก่คณะทูตจาก 68 ประเทศ รวม 93 คน เพื่อชี้แจงสถานการณ์และยืนยันจุดยืนของไทย พร้อมประท้วงกัมพูชาอย่างเป็นทางการ และยื่นหนังสือถึงประธานการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวา ถึงการละเมิดข้อตกลงจากกรณีทุ่นระเบิดในพื้นที่ช่องบก จ.อุบลราชธานี และล่าสุดยังมีเหตุการณ์ซ้ำในช่องอานม้าอีกครั้ง

"กระทรวงการต่างประเทศจะดำเนินการทางการทูตอย่างเต็มที่ เพื่อปกป้องผลประโยชน์และอธิปไตยของชาติในเวทีระหว่างประเทศ พร้อมประสานงานกับกองทัพไทยอย่างใกล้ชิด" นางมาระตีกล่าว

สำหรับสถานการณ์โดยรวมยังคงเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง ศบ.ทก.ขอความร่วมมือจากประชาชนและสื่อมวลชนให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด พร้อมยืนยันว่า ไทยมิได้นิ่งนอนใจ โดยในช่วงบ่ายวันนี้ (24 ก.ค.) จะมีการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เพื่อกำหนดแนวทางการรับมือสถานการณ์ดังกล่าวอย่างเร่งด่วน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง