ชาวบ้านชายแดนศรีสะเกษ ยันจะไม่กลับบ้าน จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

ชาวบ้านชายแดนศรีสะเกษ ยันจะไม่กลับบ้าน จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ขณะเที่ยงวันนี้ เสียงปืนฝั่งกัมพูชายังดัง ส่วนศูนย์อพยพคนสะสมนับหมื่น ขาดแคลนสิ่งของจำเป็นหลายอย่าง
เมื่อเวลา 12.15 น. วันที่ 29 ก.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว อ.เบญจลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ประชาชนยังคงเฝ้าติดตามข่าวสาร สถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงเดดไลน์หยุดยิง เวลาเที่ยงคืนที่ผ่านมา โดยในช่วงดังกล่าวปรากฏว่า เสียงปืนเริ่มเงียบสงบ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีในขณะนั้น แต่เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ทางกัมพูชาได้ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และยังคงสาดกระสุนปืนเข้ามายังฝั่งไทยเป็นระยะ ที่บริเวณภูมะเขือ เขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์
นางหวญ (สงวนนามสกุล) อายุ 68 ปี ชาวบ้านตาแท่น ต.บึงมะลู อ.กันทลักษ์ กล่าวว่า ชีวิตนี้ตนอพยพหนีสงครามมา 2 ครั้งแล้ว ครั้งแรกเมื่อปี 54 ครั้งนี้ปี 68 อพยพมาตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุ ส่วนสามีตนอยู่เฝ้าบ้าน ไม่ได้อพยพออกมาด้วย เนื่องจาก เป็นห่วงบ้าน ห่วงเป็ดไก่ที่เลี้ยงไว้ ซึ่งบ้านอยู่ใกล้หลุมหลบภัย จึงใช้ชีวิตอยู่ในหลุมหลบภัย
สามีตนแจ้งว่า ยังคงมีเสียงปืนดังอยู่เป็นระยะ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะมีการเจรจาหยุดยิง แต่ตนก็จะยังคงไม่รีบกลับบ้าน จะรอจนกว่าทางการจะแจ้งว่าปลอดภัย จึงจะกลับเข้าบ้านตนเอง

ด้านนายธนเดช พระอารักษ์ นายอำเภอเบญจลักษ์ เปิดเผยว่า ศูนย์อพยพ อ.เบญจลักษ์ ขณะนี้ได้จัดตั้งศูนย์อพยพหลัก จำนวน 10 จุด และจุดย่อย จำนวน 50 จุด กระจายอยู่ในพื้นที่ทั้งอำเภอ รวมมีผู้อพยพสะสมกว่า 10,000 คน โดยสิ่งของที่สำคัญจำเป็นเร่งด่วน ในการดำรงชีวิตในขณะนี้ คือ เครื่องนุ่งห่ม , ผ้าห่ม , มุ้ง , ยากันยุง , ปลากระป๋อง , อาหารแห้ง , ผ้าอ้อมสำเร็จรูป , ผ้าอนามัย , ผ้าอ้อมเด็ก และผ้าถุง เป็นต้น - ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :




