กทม. รุกป้องกันไข้เลือดออก! นำร่องวัคซีนเด็ก ป.4 ปูทางขยาย 50 เขต ทั่วกรุงเทพฯ

กทม. รุกป้องกันไข้เลือดออก! นำร่องวัคซีนเด็ก ป.4 ปูทางขยาย 50 เขต ทั่วกรุงเทพฯ
ไข้เลือดออกป้องกันได้ อย่ารอให้ป่วยแล้วค่อยป้องกัน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัวซึ่งมีความเสี่ยงต่ออาการรุนแรง ควรรับมือก่อนป่วยด้วยการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ป้องกันไม่ให้ถูกยุงกัด และปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีนไข้เลือดออก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยลดความเสี่ยงของโรครุนแรงและการนอนโรงพยาบาล3
โดยตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ประเทศไทยมีผู้ป่วยไข้เลือดออกแล้ว 21,620 ราย เสียชีวิต 31 ราย ขณะที่กรุงเทพมหานครพบผู้ป่วย 1,785 ราย เสียชีวิต 4 ราย2
ข้อมูลของกรมควบคุมโรคพบว่า ผู้ป่วยพบมากในกลุ่มเด็กวัยเรียนอายุ 10-19 ปี แต่เมื่อมองไปที่ความรุนแรง อัตราป่วยตายกลับสูงในกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป และกลุ่มอายุ 40-49 ปี โดยมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญ เช่น ภาวะอ้วน โรคประจำตัว การเข้ารับการรักษาล่าช้า และการได้รับยาต้านการอักเสบกลุ่ม NSAIDs2 ไข้เลือดออกจึงไม่ใช่เพียง “โรคของเด็ก” แต่เป็นโรคที่ผลกระทบสามารถเดินทางจากห้องเรียนไปถึงที่ทำงาน และจากคนหนึ่งคนไปถึงทั้งครอบครัว

เมื่อการป้องกัน ไม่จำเป็นต้องรอให้ระบาด
ภาพที่เราคุ้นตาเมื่อไข้เลือดออกระบาด คือเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ พ่นหมอกควัน สำรวจลูกน้ำ หรือชวนชุมชนกำจัดแหล่งน้ำขังแต่ปีการศึกษา 2569 กรุงเทพมหานครกำลังเพิ่มอีกวิธีหนึ่งเข้าไปในสมการนั้น นั่นคือ “การสร้างภูมิคุ้มกันก่อนป่วย”
สำนักอนามัย กทม. เริ่มนำร่องโครงการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคไข้เลือดออกสำหรับนักเรียนชั้น ป.4 ในโรงเรียนสังกัด กทม. 40 แห่ง ครอบคลุม 5 เขตที่พบการระบาดซ้ำ ได้แก่ คลองสาน ธนบุรี บางกอกใหญ่ บางคอแหลม และดินแดง เด็กสัญชาติไทย 1,132 คน คือกลุ่มเป้าหมายชุดแรก โดยตั้งเป้าให้อย่างน้อย 80% ได้รับวัคซีนครบชุดตามคำแนะนำของแพทย์
เหตุผลที่เริ่มจากเด็ก ป.4 สัมพันธ์กับข้อมูลที่พบว่าเด็กวัยเรียนเป็นกลุ่มที่มีอัตราป่วยสูง ขณะที่การทำผ่านโรงเรียนทำให้สามารถเชื่อมเด็ก ครู ผู้ปกครอง และระบบสาธารณสุขเข้าด้วยกัน ตั้งแต่การให้ความรู้ ขอความยินยอม นัดหมายรับวัคซีน ไปจนถึงติดตามผลหลังฉีด
รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้ว่า การเจ็บป่วยของเด็กไม่ได้จบลงแค่วันที่ต้องหยุดเรียน แต่อาจหมายถึงผู้ปกครองที่ต้องหยุดงานเพื่อดูแล ขณะที่เมื่อผู้ใหญ่ป่วยเองก็มีทั้งผลต่อการทำงาน รายได้ และภาระของครอบครัวตามมา การป้องกันโรคจึงมีความหมายมากกว่าเรื่องสุขภาพเพียงมิติเดียว
มีวัคซีนแล้ว “ยุง” ก็ยังต้องจัดการ
การป้องกันไข้เลือดออกไม่มีวิธีใดวิธีหนึ่งที่ทำแทนกันได้ทั้งหมด การเพิ่มวัคซีนเข้ามาจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเสริมการป้องกัน ควบคู่ไปกับการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงและป้องกันไม่ให้ยุงกัด กทม. จึงสรุปแนวทางป้องกันให้เข้าใจและจดจำง่ายด้วยสามคำ “เกิด-กัด-ฉีด”
อย่าให้ “เกิด” กำจัดน้ำขัง ขยะ และภาชนะที่อาจกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง
อย่าให้ “กัด” ป้องกันยุงกัดด้วยยากันยุง มุ้ง มุ้งลวด และสวมเสื้อผ้าให้มิดชิด
และ “ฉีด” วัคซีนเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยลดความเสี่ยงโรครุนแรงและการนอนโรงพยาบาลได้ 80–90% โดยควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสม3
สิ่งที่ต้องระวังไม่ได้มีแค่ยุง
กรมควบคุมโรคยังเตือนว่า เมื่อเริ่มมีไข้ สิ่งสำคัญคือสังเกตอาการและดูแลตัวเองให้ถูกต้องดังนี้
- สังเกตอาการ หากมีไข้สูงเกิน 2 วัน ร่วมกับอาการผิดปกติ เช่น ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา อาเจียน ปวดท้อง หรือมีจุดเลือดออก ควรรีบพบแพทย์
- หลีกเลี่ยงการซื้อยารับประทานเอง โดยเฉพาะยากลุ่ม NSAIDs และยาชุด ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนและเลือดออก

จาก 5 เขต สู่การป้องกันก่อนป่วย
หากมองเพียงตัวเลข เด็ก ป.4 จำนวน 1,132 คน อาจเป็นกลุ่มเล็กเมื่อเทียบกับประชากรหลายล้านคนของกรุงเทพฯ แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าขนาดของโครงการ คือ วิธีคิดที่อยู่เบื้องหลังจากเดิมที่การรับมือไข้เลือดออกมักถูกมองผ่านภาพของการควบคุมโรคเมื่อพบผู้ป่วย วันนี้กรุงเทพมหานครกำลังต่อเติมการป้องกันให้ครบขึ้นอีกชั้น ตั้งแต่ไม่ให้ยุงเกิด ไม่ให้ยุงกัด ไปจนถึงการสร้างภูมิคุ้มกันก่อนป่วย
และแทนที่จะเริ่มด้วยโครงการขนาดใหญ่ทั้งเมือง กทม. เลือกเริ่มจาก 5 เขต ติดตามผลจริง ทั้งด้านความปลอดภัย ผลลัพธ์ และความคุ้มค่า ก่อนนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจว่าจะขยายต่อไปอย่างไร
นี่อาจเป็นความหมายของคำว่า “ป้องกันก่อนป่วย” ที่จับต้องได้มากกว่าคำรณรงค์ เพราะสำหรับเมืองใหญ่ การดูแลสุขภาพของผู้คนอาจไม่ใช่เพียงการเตรียมโรงพยาบาลให้พร้อมเมื่อคนป่วย แต่รวมถึงการทำทุกทางที่เหมาะสม เพื่อให้คนมีโอกาสเดินไปถึงโรงพยาบาลน้อยลงตั้งแต่แรก
วันนี้ จุดเริ่มต้นอยู่ที่เด็ก ป.4 ใน 5 เขต แต่หากข้อมูลจากโครงการนำร่องนำไปสู่การขยายผลสู่ 50 เขตในอนาคต เพราะการรับมือโรคที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่การเก่งขึ้นเมื่อโรคมาถึง แต่คือการเตรียมเมืองให้พร้อม ก่อนที่โรคจะมีโอกาสมาถึงผู้คน
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- 1) กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับกรุงเทพมหานคร ติดตามสถานการณ์โรคไข้เลือดออกอย่างใกล้ชิด เน้นเฝ้าระวังเข้มข้นและควบคุมโรคในพื้นที่ที่มีการระบาด https://www.ddc.moph.go.th/brc/news.php?deptcode=&news=59854
- 2) กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?deptcode=brc&news=59216&news_views=751
- 3) สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย. คำแนะนำการให้วัคซีนป้องกันโรคสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ พ.ศ. 2569 ฉบับประชาชน
ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นสำหรับประชาชนเป็นการทั่วไปโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการให้ข้อมูลเท่านั้น ข้อมูลนี้ไม่ควรถูกนำไปใช้เพื่อวินิจฉัยหรือรักษาปัญหาสุขภาพหรือโรคใด ๆ
C-ANPROM/TH/QDE/0896: Sep 2026




