รวบตึงทุกเงื่อนไข คนใช้ “ดิจิทัล วอลเล็ต” ต้องอ่านก่อน!

มาแล้วเงื่อนไขการใช้งาน “ดิจิทัล วอลเล็ต” เติมเงินหมื่นเข้ากระเป๋า กระตุ้นการจับจ่ายของประชาชน เริ่มลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้ 1 สิงหาคมนี้
(24 ก.ค. 67) กระทรวงการคลัง นำโดย นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมกันแถลงความคืบหน้าของโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัล วอลเล็ต
โดยโครงการดังกล่าวจะเริ่มให้ประชาชนทั่วไปลงทะเบียนได้ในวันที่ 1 สิงหาคม เป็นต้นไป ส่วนร้านค้าที่ต้องการสมัครเข้าร่วมโครงการคาดว่าจะเปิดให้ลงทะเบียนได้ในวันที่ 1 ตุลาคม
ซึ่งรัฐบาลคาดหวังว่าโครงการดิจิทัลวอลเล็ตนี้ จะสามารถสร้างพายุหมุนทางเศรษฐกิจได้ 4 ลูกด้วยกัน คือ
พายุหมุนลูกที่ 1 กระตุ้นการใช้จ่ายระหว่างประชาชนกับร้านค้าขนาดเล็ก เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ระดับฐานราก เกิดขึ้นพร้อมกันทุกอำเภอทั่วประเทศ และช่วยบรรเทาความเดือดร้อน ลดภาระค่าใช้จ่ายแก่ประชาชน
พายุหมุนลูกที่ 2 กระตุ้นการใช้จ่ายระหว่างร้านค้าขนาดเล็กกับร้านค้าขนาดใหญ่
พายุหมุนลูกที่ 3 กระตุ้นการใช้จ่ายระหว่างร้านค้าขนาดใหญ่กับร้านค้าขนาดใหญ่ ต่อยอดกำลังซื้อ การบริโภค หรือสร้างโอกาสในการลงทุนเพื่อประกอบอาชีพ และ
พายุหมุนลูกที่ 4 การใช้จ่ายของประชาชนแต่ละคนจะส่งผลต่อการหมุนเวียนของกิจกรรมทางเศรษฐกิจเป็นทวีคูณ ช่วยฟื้นฟูภาคการผลิตของประเทศ และสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจในภาพรวม
สำหรับเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการและเงื่อนไขการใช้วงเงินฯ คือ
คุณสมบัติของประชาชนที่จะเข้าร่วมโครงการ
- เป็นประชากรที่มีที่อยู่ในทะเบียนบ้าน
- มีสัญชาติไทย
- มีอายุตั้งแต่ 16 ปี บริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ปิดรับลงทะเบียน (15 กันยายน 2567)
- ไม่เป็นผู้มีรายได้เกิน 840,000 บาท สำหรับปีภาษี 2566
- ไม่เป็นผู้ที่มีเงินฝากกับธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจรวมกันเกิน 500,000 บาท*
- ไม่เป็นผู้ที่อยู่ระหว่างต้องโทษจำคุกในเรือนจำ
- ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในมาตรการ/โครงการอื่น ๆ ของรัฐ
- ไม่เป็นผู้ฝ่าฝืนเงื่อนไขของมาตรการ/โครงการอื่น ๆ ของรัฐ
(*คุณสมบัติเรื่องเงินฝาก จะตรวจสอบข้อมูลเงินฝาก 6 ประเภท ได้แก่ (1) เงินฝากกระแสรายวัน (2) เงินฝากออมทรัพย์ (3) เงินฝากประจำ (4) บัตรเงินฝาก (5) ใบรับเงินฝาก และ (6) ผลิตภัณฑ์เงินฝากในชื่อเรียกอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกับข้อ (1) – (5) ทั้งนี้ เงินฝากดังกล่าวให้หมายความถึงเฉพาะเงินฝากที่อยู่ในรูปสกุลเงินบาทเท่านั้น และไม่รวมถึง เงินฝากในบัญชีร่วม และเป็นเงินฝาก ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567)

กำหนดการเข้าร่วมโครงการ
- ประชาชนทั่วไปที่ใช้สมาร์ตโฟน จะเปิดให้ลงทะเบียนรับสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชั่น “ทางรัฐ” ระหว่างวันที่ 1 ส.ค. - 15 ก.ย. 2567 โดยประชาชนสามารถลงทะเบียนผู้ใช้งานแอปพลิเคชั่นทางรัฐไว้ก่อนได้เพื่อความสะดวก
- ประชาชนกลุ่มที่ไม่มีสมาร์ตโฟน** ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมการให้เข้าร่วม โครงการฯ ได้ในระยะต่อไป โดยจะให้มีการลงทะเบียนและยืนยันตัวตนผ่านช่องทางที่กำหนด ระหว่างวันที่ 16 ก.ย. – 15 ต.ค. 2567 จะต้องมีการตรวจสอบคุณสมบัติ สถานะบุคคล และที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน เช่นเดียวกับกลุ่มผู้มีสมาร์ตโฟน
- การลงทะเบียนร้านค้า ในเบื้องต้นกำหนดไว้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม เป็นต้นไปซึ่งจะมีการแถลงข่าวเพิ่มเติม เพื่อแจ้งเกี่ยวกับคุณสมบัติของร้านค้า ช่องทางและวิธีการสมัครเข้าร่วมโครงการฯ และเงื่อนไขอื่น ๆ ให้ทราบต่อไป
(**ส่วนของการใช้จ่ายเงินในโครงการของประชาชนที่ไม่มีสมาร์ตโฟนอยู่ระหว่างการพิจารณาให้ใช้สิทธิผ่านบัตรประจำตัวประชาชน แต่การใช้จ่ายผ่านช่องทางนี้จะทำได้ในวงแคบกว่า จึงแนะนำให้ลงทะเบียนผ่านสมาร์ตโฟนหากทำได้)
การลงทะเบียนรับสิทธิจะทำผ่านแอปพลิเคชั่น “ทางรัฐ” เท่านั้น โดยสามารถดาวน์โหลดได้ทาง Google Playstore และ Apple Appstore ไม่มีการลงทะเบียนผ่านทางลิงก์หรือ SMS ใดใดทั้งสิ้น
(บทความที่เกี่ยวข้อง: ลงทะเบียน “ทางรัฐ” ง่ายๆ ไม่พลาดเงินดิจิทัลวอลเล็ต)

ข้อกำหนดในการใช้จ่ายเงินในโครงการฯ
จะเริ่มใช้จ่ายเงินในโครงการได้ในช่วงไตรมาสที่ 4(ตุลาคม-ธันวาคม)ของปี 2567 โดยมีเงื่อนไขการใช้งานดังต่อไปนี้
- การใช้จ่ายระหว่างประชาชนกับร้านค้า : ประชาชนจะสามารถใช้จ่ายได้กับร้านค้า ขนาดเล็ก รวมถึงร้านสะดวกซื้อขนาดเล็ก โดยไม่รวมห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีก-ค้าส่งสินค้าขนาดใหญ่ระดับประเทศ และระดับท้องถิ่น และในการซื้อสินค้า หากประชาชนมีที่อยู่ตามทะเบียนบ้านในอำเภอใด ก็ต้องซื้อสินค้าจากร้านค้า ในอำเภอเดียวกันเท่านั้น และต้องซื้อขายแบบพบหน้า (Face to Face) เท่านั้น
- การใช้จ่ายระหว่างร้านค้ากับร้านค้า : ร้านค้าทุกประเภทสามารถซื้อขายสินค้าระหว่างกันได้ **และไม่มีการกำหนดเงื่อนไขว่าต้องเป็นการซื้อขายแบบพบหน้า (Face to Face) จึงซื้อขายสินค้าระหว่างกันได้ แม้จะอยู่ต่างพื้นที่
- สินค้าทุกประเภทสามารถเข้าร่วมโครงการฯ ได้ ยกเว้นสินค้า Negative List ได้แก่ สลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ กัญชา กระท่อม พืชกระท่อม ผลิตภัณฑ์กัญชา และกระท่อม บัตรกำนัล บัตรเงินสด ทองคำ เพชร พลอย อัญมณี น้ามันเชื้อเพลิง ก๊าซธรรมชาติ เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องมือสื่อสาร(กระทรวงพาณิชย์อาจพิจารณาแก้ไขปรับปรุงรายการสินค้า Negative List เพิ่มเติมได้) ทั้งนี้ การใช้จ่ายภายใต้โครงการฯ จะไม่รวมถึงบริการต่าง ๆ
ประชาชนที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเตรียมการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ได้ที่เว็บไซต์ www.digitalwallet.go.th หรือพิมพ์เป็นภาษาไทยว่า www.กระเป๋าเงินดิจิทัล.รัฐบาล.ไทย หรือ สามารถสอบถามผ่านศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (Call Center) สายด่วน โทร. 1111 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป





