"เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย" #saveทับลาน หลายฝ่ายเริ่มหยิบยกข้อมูลมาโต้

ปมกระแสแฮชแท็ก #SAVEทับลาน กำลังเกิดความเห็นโต้เถียงระหว่างคนที่ "เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย" กับการใช้แนวเขตที่วัดที่ดินกรมอุทยานปี 2543 เพื่อกำหนดแนวเขตใหม่ แล้วนำไปเป็นแนวออกเอกสาร สปก.ในอนาคต ล่าสุดข้อมูลส่อแบ่งเป็น 3 กลุ่ม

แผนที่เปรียบเทียบระหว่างแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ปี 2524 และแนวเขตควบคุมอุทยานแห่งชาติทับลานปี 2543 ที่ใช้สัดส่วน 1:4000 ซึ่งพบว่าที่ดินกรมอุทยานแห่งชาติทับลาน 265,286 ไร่ ต้องถูกกันออกจากเขตอุทยานและส่งมอบที่ดินให้ สปก.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
- ทำความรู้จักอุทยานแห่งชาติทับลาน ว่าทำไมถึงควรจะอนุรักษ์ไว้ ก่อนถูกเพิกถอนพื้นที่ป่ากว่า 265,000 ไร่
- โซเชียลลุกฮือ! ลงชื่อค้านเพิกถอนป่าทับลาน 2.6 แสนไร่
- หน.อุทยานฯทับลาน แจงยิบปมปัญหาแผนที่ One Map
- เปลี่ยน "ป่าทับลาน" เป็น สปก. นิรโทษกรรมเหมาเข่งนายทุนรุกป่า?
จากแผนที่ที่เป็นเอกสารการประชุมกรมอุทยานฯครั้งที่ 1/2567 ได้กำหนดสีเป็นสัญลักษณ์ของที่ดินอุทยานฯที่ต้องส่งมอบให้ สปก. แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ
กลุ่ม 1 เนื้อที่ 58,582 ไร่ เนื้อที่ป่าอุทยานฯทับซ้อนกับที่ดินแนวเขตปฏิรูปในอ.วังน้ำเขียว อ.ครบุรี อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา โดยกรมอุทยานฯเสนอทางออก 3 แนงทางคือ ให้เพิกถอนคืน สปก., ให้กรมดำเนินตามมติ ครม.วันที่ 30 มิ.ย.2541 หรือ กรมอุทยานฯร่วมกับพนักงานปฏิรูปที่ดินตรวจสอบและจัดการให้เป็นไปตามแต่ละปัจเจกบุคคลเป็นรายๆไป
กลุ่มที่ 2 พื้นที่ทับซ้อนกับโครงการจัดสรรที่ดินทำกินแก่ราษฎรยากไร้ ซึ่งเป็นกลุ่มชาวบ้านที่เข้ามาทำกินก่อนที่จะมีการวัดแนวเขตอุทยานฯกว่า 20 ปี พื้นที่ 59,183 ไร่ ตั้งใน.อ.เสิงสาง อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา และอ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ซึ่งกลุ่มนี้ทางกรมอุทยานฯ เสนอแนวทางตามมติ ครม. วันที่ 30 มิ.ย. 2541 ซึ่งมีรายละเอียดว่า ให้กรมอุทยานฯจัดการแนวเขตที่ดินชัดเจน หากพบราษฎรได้เข้ามาครอบครองทำกินในที่ดินก่อนมีการประกาศเขตพื้นที่อุทยานฯให้ตรวจพิสูจน์สิทธิ์และกำหนดขอบเขตให้ชัดเจน โดยอนุญาตให้ชาวบ้านอยู่อาศัและทำกินได้ตามความจำเป็นในการดำรงชีวิต
และกลุ่มที่ 3 กลุ่มนายทุน ที่สร้างรีสอร์ทและบ้านพักตากอากาศ และกลุ่มประชาชนที่ถือครองโดยปกติ ในพิ้นที่ อ.วังน้ำเขียว อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา และ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี 152,072 ไร่ ในกลุ่มนี้กรมอุทยานฯเสนอเสนอเพิกถอนการครอบครองและดำเนินคดีนายทุน ส่วนประชาชนที่ถือครองให้ใช้หลักการพิจารณาตามมติ ครม.เหมือนกลุ่มที่ 2

ด้านนายภานุเดช เกิดมะลิ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียรระบุว่า หากแนววัดที่ดินอุทยานแห่งชาติทับลาน 2543 มีข้อกังวลจะเป็นการนิรโทษกรรมผู้ครอบครองที่ดินแบบเหมาเข่ง เพราะจากข้อมูลสำรวจพบว่า มีคดีบุกรุกพื้นที่ป่าทับลาน 493 คดี จำนวนที่ดิน 8,830 ไร่ ซึ่งมีทั้งชาวบ้านและนายทุน จึงแนะนำให้พิจารณาออกเอกสารตรวจเป็นรายๆไป

นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเรื่องเสือโคร่ง ที่ป่าอุทยานทับลานเป็นเสมือนบ้านหลังแรกจะได้รับผลกระทบ โดยข้อมูลจากสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขตดงพญาเย็น-เขาใหญ่ พบว่าปี 2561 สามารถบันทึกภาพเสือโคร่งโตเต็มวัย 30 ตัว และล่าสุดมีลูกเสือโคร่ง 6 ตัว

โดยเสือโคร่งใช้เส้นทาง 4 ป่า (เขาใหญ่ ดงพญาเย็น ทับลาน และปางสีดา)ในการเดินล่าสัตว์ หากประกาศเป็นเขต สปก. จะส่งผลดระทบต่อระบบนิเวศโดยเฉพาะจุดตรงเส้นทางหลวงหมายเลข 304 ที่มีรีสอร์ทและบ้านพักตั้งอยู่จำนวนมากในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน





