ตายายร้อง อพยพเหมือนกันแต่ไม่ได้เงินเยียวยา

ตายายที่ อ.บ้านกรวด ร้องอพยพหนีภัยสู้รบเหมือนกัน แต่กลับลงทะเบียนรับเงินเยียวยาไม่ได้ เหตุเจ้าของบ้านลงทะเบียนตัดหน้า วอนภาครัฐตรวจสอบช่วยเหลือ

(8 ต.ค. 68) นายประสาน  อายุ 71 ปี และนางจันที  อายุ 65 ปี  สองสามีภรรยา  ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ อ.ละหานทราย  จ.บุรีรัมย์   แต่พาลูกหลานไปเช่าบ้านหลังหนึ่งใน  ตำบลบึงเจริญ  อ.บ้านกรวด  เป็นที่พักอาศัยเพื่อประกอบอาชีพรับจ้างอยู่ใน อ.บ้านกรวด มานานกว่า 4 ปี ได้ออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้ความช่วยเหลือ

เนื่องจากช่วงที่ทหารไทยกับทหารกัมพูชา  มีการสู้รบกันบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา  เมื่อช่วงวันที่ 24 – 28  ก.ค.68  ที่ผ่านมา  ก็ได้รับผลกระทบต้องพาลูกหลานอพยพหนีกระสุนปืนใหญ่จากการปะทะ   ไปอาศัยอยู่กับลูกที่ต่างจังหวัดนานร่วมเดือน    แต่ไม่สามารถไปลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยา กรณีผู้ประสบภัยที่ได้รับผลกระทบจากภัยอันเนื่องมาจากการกระทำของกองกำลังจากนอกประเทศ   ตามที่ ครม.มีมติอนุมัติโอนเงินเยียวยาครอบครัวละ 5,000 บาทได้

เนื่องจากเจ้าของบ้านหรือผู้ที่ให้เช่าบ้าน   ได้ไปลงทะเบียนรับเงินเยียวยาแล้ว   หากไปลงอีกก็จะเป็นการลงทะเบียนซ้ำซ้อน   แต่ก็อยากได้รับการเยียวยาช่วยเหลือเหมือนกัน   เพราะครอบครัวก็ได้รับผลกระทบและเดือดร้อนไม่ต่างจากครอบครัวอื่น  

นางจันที   และนายประสาน   สองตา ยาย  บอกว่า  จากกรณีดังกล่าวก็อยากให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามาสำรวจ ตรวจสอบข้อเท็จจริง  ว่าครอบครัวมีการอพยพจริงหรือไม่   และอยากให้พิจารณารับลงทะเบียนเพิ่มเพื่อรับเงินเยียวยาช่วยเหลือเหมือนกับครอบครัวอื่นเช่นกัน  เพราะปัจจุบันตายาย ก็อายุมากแล้วไม่ได้ทำงาน  มีหน้าที่เลี้ยงหลาน ให้ลูกหลานไปทำงานหาเงินมาเลี้ยงดู

ทั้งนี้ทีมข่าวได้สอบถามไปยังทางอำเภอ   ก็ชี้แจงว่า  ตามหลักเกณฑ์ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของบ้าน หรือผู้ที่เช่าบ้านหรือเช่าห้องพักอาศัย  ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ  หากอพยพจริงก็สามารถลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยาได้  เพราะหลังจากลงทะเบียนก็จะมีการทำประชาคมเพื่อรับรองว่าข้อมูลที่ลงเป็นข้อมูลจริงหรือไม่   ก่อนจะส่งรายชื่อไปยังส่วนกลาง    แต่กรณีนี้ก็ต้องมีการตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

แท็ก:ชายแดน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตายายร้อง อพยพเหมือนกันแต่ไม่ได้เงินเยียวยา | Workpoint News