บยสส.3 เปิดเวทีสัมมนา “สื่อสารอย่างไรให้เท่าเทียม: สิทธิของ LGBTQIAN+ กับการเปิดรับของสังคม”

ข่าวเวิร์คพอยท์
บยสส.3 เปิดเวทีสัมมนา “สื่อสารอย่างไรให้เท่าเทียม: สิทธิของ LGBTQIAN+ กับการเปิดรับของสังคม”

บยสส.รุ่นที่ 3 เปิดเวทีสัมมนาสาธารณะ “สื่อสารอย่างไรให้เท่าเทียม: สิทธิของ LGBTQIAN+ กับการเปิดรับของสังคม” ชวนสร้างความเข้าใจให้สังคมเปิดรับความหลากหลายอย่างเท่าเทียม

(22 เม.ย. 67) เมื่อวันที่ 20 เม.ย. ที่ผ่านมา ผู้เข้าอบรมหลักสูตรผู้บริหารยุทธศาสตร์การสื่อสารมวลชนระดับสูง (บยสส.) รุ่นที่ 3 และสถาบันอิศรา ได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาสาธารณะในหัวข้อ “สื่อสารอย่างไรให้เท่าเทียม: สิทธิของ LGBTQIAN+ กับการเปิดรับของสังคม”

โดยที่มาของเวทีดังกล่าว เนื่องจากผู้เข้าร่วมอบรมหลักสูตร บยสส.รุ่นที่ 3 นั้นเล็งเห็นถึงความสำคัญของการสร้างพื้นที่ให้กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศได้สื่อสารสะท้อนตัวตนสู่สาธารณะผ่านสื่อแขนงต่าง ๆ โดยสร้างความเข้าใจให้แก่สังคมว่าความหลากหลายทางเพศเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย เคารพในความแตกต่างหลากหลาย และส่งเสริมสังคมที่ทุกคนมีศักดิ์ศรีและสิทธิอันเท่าเทียมกัน

พินิจ จารุสมบัติ ประธาน บยสส. รุ่นที่ 3 เปิดเผยว่า แม้ประเทศไทย จะเปิดรับความหลากหลายทางเพศ และมีความก้าวหน้าในแง่กฎหมายและการยอมรับสิทธิ ของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศมากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก แต่ก็ยังพบว่ามีการเลือกปฏิบัติและความเหลื่อมล้ำในหลาย ๆ เรื่อง เช่น การถูกปฏิเสธโอกาสในการทำงาน ไม่ได้รับการดูแลด้านการรักษาพยาบาลอย่างเหมาะสม การถูกกีดกันจากสิทธิสวัสดิการจากรัฐ และการเป็นเหยื่ออาชญากรรมจากความเกลียดชัง

บยสส.3 เปิดเวทีสัมมนา “สื่อสารอย่างไรให้เท่าเทียม: สิทธิของ LGBTQIAN+ กับการเปิดรับของสังคม”

การจัดงานสัมมนาสาธารณะในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศได้สะท้อนความคิดและมุมมองสู่สาธารณะ เพื่อให้สังคมไทยรวมถึงสื่อมวลชนรวมมีความรู้ความเข้าใจต่อประเด็นความหลากหลายทางเพศ ในฐานะเพื่อนมนุษย์ที่มีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกับทุกคน

ทางด้าน ชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ผู้อำนวยการหลักสูตรฯ กล่าวว่า สถาบันอิศรา และผู้เข้าร่วมอบรมฯ เล็งเห็นถึงความจำเป็นที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเสริมสร้างความเข้าใจ ในภาคประชาชน เพื่อให้ผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศได้รับสิทธิที่เท่าเทียมและเป็นที่ยอมรับ ได้รับโอกาสและการปฏิบัติอย่างเหมาะสมเท่าเทียม อันจะนำไปสู่สังคมที่มีความเข้าใจซึ่งกันและกัน ขณะเดียวกันก็จะช่วยปลดล็อกศักยภาพของกลุ่ม LGBTQIA+ เกิดเป็นพลังบวกร่วมกันสร้างสรรค์สังคมต่อไป

ในวงสัมมนาในครั้งนี้ นอกจากผู้เข้าอบรมฯ แล้ว ยังมีตัวแทนกลุ่มหลากหลายทางเพศทั้งภาคประชาสังคม ศิลปิน และนักแสดง เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้วย

ณชเล บุญญาภิสมภาร รองประธานมูลนิธิเครือข่ายเพื่อนกระเทยเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า ได้มีโอกาสทำงานกับครอบครัวที่มีบุตรหลานหลากหลายเพศ พบว่าพ่อแม่มักมีความรู้สึกว่าตนเองทำอะไรผิดถึงมีลูกเป็นเพศหลากหลาย ขณะที่ลูกเองก็รู้สึกว่าตนเองต้องทำหลายสิ่งหลายอย่างให้มากหรือล้นเกินกว่าคนอื่น เพื่อให้ได้รับการยอมรับ ทางมูลนิธิฯ ก็มีหนังสือคู่มือชื่อ “บ้านนี้มีความหลากหลาย” เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในครอบครัว

สำหรับเรื่องงานสื่อนั้น 20 ปีที่ตนทำงานเรื่องสิทธิความหลากหลายทางเพศมาต้องเริ่มจาำไม่ตั้งสมมติฐานว่าทุกคนจะต้องเหมือนกันกับเรา ต้องมีทัศนคติว่าคนมีความแตกต่าง มีความเฉพาะและมีชีวิตของตัวเอง การสื่อสารก็จะเป็นการสื่อสารด้วยความเคารพ เช่น เราเป็นผู้หญิงข้ามเพศ ก็ควรถามเราว่าอยากให้เรียกว่าอะไร บางคนยังไม่เปลี่ยนชื่อ ชื่อยังเป็นผู้ชายก็อาจไม่อยากให้เรียกชื่อนั้นก็ได้ เป็นต้น สื่อต้องเรียนรู้ความแตกต่างหลากหลาย อย่าใช้คำนี้ไปครอบทุกอย่าง และต้องเห็นความหลากหลายเรื่องคนข้ามเพศ ที่ไม่ได้มีแค่ผู้หญิง ผู้ชาย แต่มี non-binary ด้วย เป็นเรื่องที่เราต้องรู้เท่าทัน เพราะโลกเดินมาไกลมาก

บยสส.3 เปิดเวทีสัมมนา “สื่อสารอย่างไรให้เท่าเทียม: สิทธิของ LGBTQIAN+ กับการเปิดรับของสังคม”

ทางด้านธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล และเป็นผู้กำกับภาพยนตร์และซีรีส์ชื่อดัง มองว่าการสื่อสารอย่างเท่าเทียมและความเปลี่ยนแปลงจะเกิดได้จริง จะต้องเปลี่ยนที่ทัศนคติของคนในสังคม โดยเฉพาะในสถาบันการศึกษา ซึ่งเป็นสถาบันที่สำคัญที่สุดในการสร้างความเข้าใจเรื่องความเท่าเทียมในสังคมไทย โดยเฉพาะผู้ใหญ่อย่างครูที่จะต้องเปิดกว้างกับนักเรียนด้วยความเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์

นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า แม้ว่าร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมจะเข้าสู่ขั้นตอนทางสภา และดูมีความคืบหน้ารวดเร็ว แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสร้างความเข้าใจแก่สังคมให้มองว่ามนุษย์เท่ากัน เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่เราทุกคนควรได้แต่กำเนิด ซึ่งจะเกิดขึ้นได้นั้นต้องมาจากการหล่อหลอมของสถาบันการศึกษา

สำหรับเรื่องการทำงานของสื่อ ธัญญ์วารินมองว่าปัจจุบันคนทำสื่อมีความตระหนักกับประเด็นเหล่านี้มากขึ้น เมื่อสื่อมีการเรียกหรือคำพูดที่ไม่เหมาะสมจะมีการฟีดแบ็คจากสังคมทันที และหวังว่าเมื่อมีการสื่อสารถึงตัวละครที่มีความหลากหลายทางเพศ จะมีการใส่ความเป็นมนุษย์เข้าไปมากกว่าการสร้างภาพจำบางอย่างดังที่เคยมีมาในอดีต ซึ่งปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้นมาก และในส่วนตัวแล้วนั้นจะต่อสู้จนถึงวันที่ไม่มีคำว่าซีรีส์วาย LGBTQIAN+ เพราะทุกคนเท่ากันหมด โดยไม่ต้องตัดสินว่าคนอื่นมีรสนิยมทางเพศแบบไหน เพราะเป็นเรื่องส่วนบุคคล

ขณะที่ รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น นักแสดงดังบอกว่าตนเติบที่ประเทศสวีเดน และเห็นความแตกต่างในเรื่องของการยอมรับความหลากหลายที่ต่างกันระหว่างที่ประเทศไทย และที่ต่างประเทศ โดยมองว่าการปฏิบัติของประเทศไทยยังมีความย้อนแย้งอยู่กับกฎหมายสมรสเพศเดียวกันที่กำลังพิจารณาอยู่ในชั้นของวุฒิสภา

โดยในต่างประเทศให้การยอมรับและมีจุดยืนที่ชัดเจน เช่น ตำรวจ แพทย์ นักการเมือง ที่มีจากหลากหลายอาชีพก็สามารถแสดงออกได้ รวมถึงเรื่องการท่องเที่ยว การรับรองบุตร ที่สามารถเปิดรับสิทธิในเรื่องนี้ โดยมองว่าเรื่องของการเป็นบุคคลข้ามเพศเป็นเรื่องของรสนิยมทางเพศที่เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเรื่องแปลก ถือเป็นการให้เกียรติทางสังคม ต้องให้ความเคารพความเป็นมนุษย์ ซึ่งมีหลายประเทศให้การยอมรับและสนับสนุนในเรื่องนี้ และถ้าเลือกปฏิบัติอาจจะเสียโอกาสที่จะได้บุคลากรที่ดี ส่วนเรื่องความคิดเห็นเรื่องการสื่อสารอย่างไรนั้น มองว่าให้เน้นในเรื่องของความมีมารยาท นำมาใช้ในการสื่อสารทางสังคม

ส่วน ดารัณ ฐิตะกวิน นักแสดงรุ่นใหญ่ ที่ประชาชนคุ้นชื่อกับชื่อในวงการเดิมว่า รุ้งทอง ร่วมทอง เปิดเผยว่า ทัศนคติของสังคมคือเรื่องสำคัญโดยควรมองให้เป็นเรื่องปกติ และไม่ใช้เรื่องเพศในการนำทางชีวิตคู่ แต่ใช้ความเอื้ออาทร ความสบาย ความสุขที่อยู่ด้วยกัน ถ้าสนใจจะพัฒนาตัวเองมากกว่าการวิจารณ์คนอื่น ให้ทุกอย่างเป็นการใช้ชีวิต ทุกสิ่งคือธรรมชาติของมนุษย์ และนำพาไปสู่ความเป็นปกติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บยสส.3 เปิดเวทีสัมมนา “สื่อสารอย่างไรให้เท่าเทียม: สิทธิของ LGBTQIAN+ กับการเปิดรับของสังคม” | Workpoint News