"แจงปัญหาชาวบ้านร้องบ่อขยะล้นเมืองสุไหงโก-ลก"

กรณีปัญหาศูนย์กำจัดขยะมูลฝอย เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ที่มีขยะจำนวนมากสร้างความเดือดร้อนให้ชุมชน ส่งกลิ่นเหม็น ขยะปลิวว่อนตามกระแสลม และมีนกรบกวน วอนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือชาวบ้าน
(1พ.ย.66) หลังจากที่ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านชุมชนอริศรา ว่าได้รับผลกระทบจากบ่อทิ้งขยะของเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ที่ปัจจุบันมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งที่ได้รับผลกระทบหนักสุดเป็นชุมชนอริศรา ซอย 17 ถ.ประชาวิวัตน์ ต.สุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส

เนื่องจากอยู่ใกล้บ่อขยะเพียง 1 กิโลเมตร ขยะส่งกลิ่นเหม็นรบกวนอย่างรุนแรง บางช่วงที่กระแสลมแรงขยะที่เป็นถุงพลาสติกก็ปลิวว่อนเข้าสู่ชุมชน ยิ่งช่วงฝนตกกลิ่นเหม็นก็จะแรงขึ้นเป็น 2 เท่า
ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่พบกับ นางอัญชลี ยะโลมพันธ์ ประธานชุมชนอริศราที่อาศัยอยู่ในชุมชนอริศรา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าได้ร้องเรียนไปเมื่อครั้งที่แล้ว เรื่องขยะที่มันสูงเป็นภูเขา บอกว่าตอนนี้คันดินเราไม่มี อยากให้ทางหน่วยงานช่วยสนับสนุนการสร้างคันดินเพื่อให้กลบขยะลงไปได้ อีกปัญหาคือพบว่าตอนนี้มีนกจำนวนมากเพราะว่าแหล่งอาหารนกคือกองขยะ แต่ถ้าเราสร้างคันดินขึ้นมาให้มันสูงเพื่อกลบขยะลงอัดลงไป ข้อโซ่ห่วงอาหารนก ก็จะลดลง ก็จะไม่แพร่พันธุ์และจะไม่ได้นำเชื้อโรคเข้าไปในเมือง
นอกจากนี้ นางอัญชลี ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ต้องขอขอบคุณสื่อที่ช่วยกระจายข่าวให้ ซึ่งตอนนี้ได้ข่าวมาว่าทางเทศบาลฯ ได้งบประมาณมาเพื่อจะจัดสรรสิ่งแวดล้อมแล้ว ขอบคุณหน่วยงานหลายๆ หน่วยงาน ที่เห็นความสำคัญในสิ่งแวดล้อมของพื้นที่

ด้าน นางสุชาดา พันธ์นรา นายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโก-ลก บอกถึงการแก้ปัญหาบ่อขยะให้กับชาวบ้านที่ร้องเรียนว่า ตอนนี้ได้รับเพิ่มงบประมาณในการเพิ่มประสิทธิภาพบ่อขยะ ได้รับการ อนุมัติจากสภาฯ (สภาเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก) เรียบร้อยแล้ว ในช่วงปีนี้ 2566 และยังมีอีกโครงการหนึ่งที่เราต้องการมากก็คือ เรื่องงบประมาณแนวป้องกันดิน แต่คนละส่วนกับงบการเพิ่มประสิทธิภาพบ่อขยะ อยากได้แนวป้องกันดินจากบ่อขยะ เพราะมีปัญหาเรื่องฝนตกแล้วน้ำจากกองขยะจะไหลไปที่ของชุมชน ตรงนี้ได้มีการตั้งงบประมาณล้านกว่าบาท ที่จะทำแนวคันดิน เพื่อบล็อกน้ำเสียจากขยะเข้ามาในเขตพื้นที่ชุมชน แต่ก็คงต้องรอคอยเพราะว่าได้ยื่นไปทั้งหมด 3 ครั้งแล้ว ผ่านสภาฯไปแต่ก็ยังไม่ได้รับการสนับสนุน
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ไปพบกับ นายอับดุลมุตตอเล็บ นิยมเดชา ประธานสภาเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก เปิดเผยเรื่องการแก้ปัญหาบ่อขยะว่า เรื่องดังกล่าวต้องคอยเข้าสภา เพราะทุกอย่างอยู่ที่สภาไม่ใช่อยู่ที่ตนเอง ซึ่งอันไหนที่จำเป็นก็ผ่านอยู่แล้ว ทุกอย่างต้องสืบเสาะก่อนเหมือนบ่อขยะ เงินไม่ใช่น้อยๆ เป็นร้อยๆ ล้าน เราต้องสืบก่อนว่ามีความจำเป็นของชาวบ้านหรือไม่ ถ้ามีความจำเป็นก็ให้ผ่าน ก็ไม่มีอะไรก็จบไป

ส่วนงบประมาณโครงการบำบัด แต่เราก็ต้องตรวจสอบก่อนว่าต้องสมทบเท่าไหร่ ต้องจ่ายยังไง แล้วอยู่ๆ ได้ผ่านเลยเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วเราต้องตรวจสอบขั้นตอนก่อน เมื่อตรวจสอบแล้วมันจำเป็นจริง ๆ มันไม่ใช่ความต้องการ ถ้ามันเหม็นมากเป็นเรื่องจำเป็นก็ให้ผ่านไปก็จบ ส่วนเงิน 10% สมทบกับส่วนกลาง 10% ก็ให้ผ่านอยู่แล้ว
สำหรับในส่วนของบคันดินเป็นคนละส่วนกัน ต้องมีการยื่นญัตติเข้ามาเพิ่มเติมต้องรอดูว่าในส่วนของเทศบาลนี้ จะมีประชุมในครั้งหน้าเดือนพฤศจิกายน จะมีการยื่นญัตติขอคันดินตัวนี้เข้ามาหรือไม่ นอกจากนี้ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่าถ้าหากมีการประชุมในครั้งหน้า เดือนพฤศจิกายน ก็จะเชิญผู้สื่อข่าวเข้าร่วมรับฟังในการประชุมในครั้งนี้ด้วย




