เศร้า!" ลูกพะยูน"หลงฝูงตายแล้ว ส่งซากชันสูตรถอดบทเรียน

ข่าวเวิร์คพอยท์
เศร้า!" ลูกพะยูน"หลงฝูงตายแล้ว ส่งซากชันสูตรถอดบทเรียน

เศร้า!" ลูกพะยูน"หลงฝูงตายแล้ว ส่งซากชันสูตรถอดบทเรียน หวังเป็นข้อมูลช่วยชีวิตในครั้งต่อไปหากเกิดขึ้นอีก

(28ส.ค.67) ที่ จ.ตรัง กรณีเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนล่าง (ศวอล.) เข้าช่วยเหลือ"ลูกพะยูน"ที่หลงฝูงในพื้นที่เกาะปอดะ ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยได้ขนย้ายมารักษาและอนุบาลที่สถาบันทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง

เศร้า!" ลูกพะยูน"หลงฝูงตายแล้ว ส่งซากชันสูตรถอดบทเรียน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า "ลูกพะยูน"ดังกล่าวเป็นเพศผู้ อายุประมาณ 1 - 2 เดือน ความยาว 102 ซม. น้ำหนัก 13.8 กิโลกรัม โดยแรกพบว่า"ลูกพะยูน"สภาพอ่อนแรงและตาจมลึกแสดงถึงภาวะขาดน้ำ แต่ยังสามารถยกหัวขึ้นหายใจได้ 

เศร้า!" ลูกพะยูน"หลงฝูงตายแล้ว ส่งซากชันสูตรถอดบทเรียน

จากตรวจสอบพบรอยบาดแผลบริเวณส่วนจมูกและหัวเล็กน้อย ร่างกายค่อนข้างผอม บริเวณตาซ้ายขุ่น ปอดมีความชื้นเล็กน้อย ลำไส้มีการบีบตัวและมีแก๊สจำนวนมาก โดยคณะแพทย์ฯ ได้ให้การอนุบาลดูแลตลอด 24 ชั่วโมง มีการป้อนนม หญ้าทะเลบด รวมถึงสารอาหารและยาต่าง ๆ มาตลอด 18 วัน ซึ่ง"ลูกพะยูน"มีอาการดีขึ้นตามลำดับ มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นกว่า 3 กิโลกรัม ว่ายน้ำเล่นร่าเริงขึ้น และมีความคุ้นเคยกับผู้ดูแลมากขึ้น 

ความคืบหน้าวันที่ 27 ส.ค. ที่ผ่านมา ทีมเจ้าหน้าที่ได้ทำการติดตามอาการของ"ลูกพะยูน"โดยการถ่ายภาพรังสีวินิจฉัยพบว่ามีแก๊สสะสมภายในทางเดินอาหารเพิ่มขึ้นจากปกติ ร่วมกับการสังเกตพฤติกรรมการว่ายน้ำ การดำน้ำและการกินอาหาร พบว่าลูกพะยูนน้อยมีอาการซึมลง การว่ายน้ำและเล่นกับเจ้าหน้าที่น้อยลง นอนลอยตัวตะแคงด้านซ้ายขึ้นเป็นส่วนใหญ่ 

ซึ่งเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการปรับเปลี่ยนการให้อาหารโดยการเพิ่มจำนวนมื้อของหญ้าบดละเอียด ส่วนของแผลที่ตาพบการหายของแผลดีขึ้น ทั้งนี้ยังต้องติดตามสังเกตอาการและพฤติกรรมของลูกพะยูนตลอด 24 ชั่วโมงอย่างใกล้ชิด 

กระทั่งเวลาประมาณ 06.18 น. ของวันนี้(28ส.ค.) ลูกพะยูนมีอาการหายใจถี่และได้ตายลงในที่สุด ท่ามกลางการระดมช่วยเหลือของคณะแพทย์และเจ้าหน้าที่อย่าสุดกำลัง แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตลูกพะยูนเอาไว้ได้ 

ทั้งนี้ได้มีการผ่าชันสูตรร่างลูกพะยูนเพื่อค้นหาสาเหตุการตาย และทำรายงานไปยังกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ต่อไป รวมระยะเวลาการรับอนุบาลพะยูนน้อยทั้งสิ้นกว่า 18 วัน

สำหรับผลการผ่าชันสูตรซากลูกพะยูนเบื้องต้นพบลิ่มเลือดในปอด มีอาการตกเลือดที่ผนังช่องท้อง ทำให้ปอดมีปัญหา ส่งผลให้การหายใจมีปัญหา อย่างไรก็ตามทีมสัตวแพทย์ได้ส่งตัวอย่างเลือดและชื้นเนื้อเพื่อหาเชื้อโรค ไวรัส และความผิดปกติของเซลล์ ไปตรวจยังห้องปฏิบัติการ

เพื่อนำผลมาประกอบการหาสาเหตุการตายอีกครั้ง

ทั้งนี้แม้ว่าในการอนุบาลโภชนาการจะสมบูรณ์ขึ้น แต่การรับลูกพะยูนมาจากธรรมชาติอาจมีการติดเชื้อจากธรรมชาติมาด้วยหรือไม่ ประกอบกับลูกพะยูนมีอายุน้อยมาก เพียง 1 - 2 เดือน ซึ่งอยู่ในวัยทารกจำเป็นต้องอยู่กับแม่ตลอดก็เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเสียชีวิตเช่นกันและมีความเป็นไปได้ที่ลูกพะยูนจะป่วยตายจากการติดเชื้อมาจากธรรมชาติ    

ขณะที่ นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวว่า ได้รับรายงานการตายของลูกพะยูนจากทีมสัตวแพทย์ เบื้องต้นพบว่ามีอาการหายใจผิดปกติ ส่วนสาเหตุการตายที่ชัดเจนนั้นคงต้องรอผลจากทีมแพทย์ แต่เบื้องต้นตนสันนิษฐานว่าเป็นเรื่องเชิงสังคม เพราะถ้าเทียบกันคน พะยูนมีอายุน้อยมากและไม่ได้อยู่ในการดูแลของพ่อแม่ 

เศร้า!" ลูกพะยูน"หลงฝูงตายแล้ว ส่งซากชันสูตรถอดบทเรียน

นายทรงกลด กล่าวต่อไปว่า แพทย์บอกว่าต้องอนุบาลจนอายุ 2 ปี จึงจะปล่อยสู่ธรรมชาติได้ ซึ่งแม้จะมีเจ้าหน้าที่ช่วยดูแลอนุบาลให้นม แต่ก็มีจำนวนจำกัด และทางแพทย์บอกว่าพะยูนเป็นสัตว์สังคม การไม่ได้อยู่กับฝูงอาจส่งผลต่อสภาพจิตใจและการดำรงชีวิต ทำให้เกิดความเหงา ไม่คุ้นชินกับสิ่งแวดล้อม เพราะไม่เป็นไปตามวิถีธรรมชาติ แต่สำหรับมิติของการช่วยเหลือดูแล การอนุบาล เชิงวิชาการได้ทำอย่างเต็มที่แล้ว มีการระดมกันมาทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค 

นายทรงกลด กล่าวอีกว่า หลังจากนี้จะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการหรือไม่นั้น คงต้องรอผลการตรวจหาสาเหตุการตายที่ชัดเจนก่อน รวมทั้งข้อมูลจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาคที่สอดคล้องต้องกัน และแม้เราจะเสียลูกพะยูนไปแล้ว แต่เราต้องสามารถถอดบทเรียนได้เพื่อองค์ความรู้ในการดูแลต่อไปเพราะในอนาคตย่อมมีโอกาสเกิดได้อีก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เศร้า!" ลูกพะยูน"หลงฝูงตายแล้ว ส่งซากชันสูตรถอดบทเรียน | Workpoint News