อึ้ง! เด็กไทยเผชิญสารพัดปัญหา ทั้งบูลลี่ - สิ่งเสพติด และสุขภาพจิต

sureeporn.t
อึ้ง! เด็กไทยเผชิญสารพัดปัญหา ทั้งบูลลี่ - สิ่งเสพติด และสุขภาพจิต

มท.–สสส.–SIY สานพลัง 47 อปท.ต้นแบบ จัดมหกรรม “Learn เล่น เห็น Local” หนุนพลังคนรุ่นใหม่และคนรุ่นใหญ่ ออกแบบสร้างความเปลี่ยนแปลงท้องถิ่น กมธ.พัฒนาการเมืองฯ เตรียมเสนอเปิด 3 พื้นที่ เพิ่มส่วนร่วมเด็กและเยาวชน

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และมูลนิธินวัตกรรมสร้างสรรค์สังคม (SIY) จัดมหกรรม “Learn เล่น เห็น Local” แสดงผลงานขับเคลื่อนระบบสนับสนุนการมีส่วนร่วมของสภาเด็กและเยาวชนในท้องถิ่นทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมา

อึ้ง! เด็กไทยเผชิญสารพัดปัญหา ทั้งบูลลี่ - สิ่งเสพติด และสุขภาพจิต

นายสุรพล เจริญภูมิ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กล่าวว่า การให้สิทธิเด็กมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น เป็น 1 ใน 4 ของสิทธิเด็ก ตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก รัฐบาลไทยให้ความสำคัญผ่านกลไกพัฒนาเครือข่ายเด็กและเยาวชนทุกระดับ โดยเฉพาะสภาเด็กและเยาวชน เพื่อเปิดให้มีพื้นที่สร้างการสื่อสารเชิงบวก แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความคิดสร้างสรรค์ เป็นภารกิจที่มีความสำคัญกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) 

สอดคล้องกับ พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 ที่กำหนดให้องค์การบริหารส่วนตำบลและเทศบาล มีภารกิจส่งเสริมสภาเด็กและเยาวชนให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้นอกห้องเรียน ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีส่วนร่วมเสนอแนะนโยบายร่วมกับ อปท. พัฒนาชุมชน  

อึ้ง! เด็กไทยเผชิญสารพัดปัญหา ทั้งบูลลี่ - สิ่งเสพติด และสุขภาพจิต

● เด็กไทยเผชิญสารพัดปัญหา 

จากรายงานสถานการณ์เด็กและเยาวชน ปี 2566 พบ 6 สถานการณ์สำคัญที่ต้องใส่ใจมากขึ้น

1. ผลกระทบจากโควิดยังส่งผลให้ครอบครัวเปราะบางไม่สามารถพ้นวิกฤติ เด็ก เยาวชนในครอบครัวเหล่านี้เกิดปัญหาหลายอย่างซ้อนทับกัน

2. วัยรุ่น/เยาวชน สนใจสร้างรายได้มากขึ้น เพราะแรงกดดันทางเศรษฐกิจของครัวเรือน แต่การมีงานดี รายได้ดี เป็นเรื่องยากสำหรับเยาวชนส่วนใหญ่

3. เด็ก เยาวชนในระบบการศึกษายังไม่ได้รับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นในโลกยุคใหม่

4. วัยรุ่น/เยาวชนมีภาวะเครียด ซึมเศร้า เสี่ยงฆ่าตัวตายมากขึ้น แต่บริการด้านสุขภาพจิตมีจำกัด ไม่เพียงพอ

5. ความรุนแรงในเด็กและเยาวชนมีมากขึ้น รูปแบบซับซ้อนขึ้น

6. เด็กรุ่นใหม่ฝันถึงสังคมที่เอื้อให้เติบโตและพัฒนาศักยภาพอย่างก้าวกระโดด แต่ไม่มีช่องทางให้สื่อสารพูดคุยในระดับนโยบาย อีกทั้งการสำรวจสถานการณ์เด็กและเยาวชนในท้องถิ่นต้นแบบ ปัญหาที่พบบ่อยคือ ความไม่เข้าใจระหว่างวัยในครอบครัว ปัญหาการล้อเลียน/บูลลี่ สิ่งเสพติดในชุมชน การติดเกมและอบายมุขต่าง ๆ รวมถึงสุขภาพกายและใจที่เกิดจากไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสมกับวัย  

อึ้ง! เด็กไทยเผชิญสารพัดปัญหา ทั้งบูลลี่ - สิ่งเสพติด และสุขภาพจิต

น.ส.ณัฐยา บุญภักดี ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว สสส. กล่าวว่า จากการสำรวจความคิดเห็น น้อง ๆ มองว่า “การมีส่วนร่วม” คือ ได้ร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ และลงมือทำในกิจกรรมที่สนใจด้วยการเปิดโอกาส สนับสนุนและช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ที่ไว้วางใจ สสส. ร่วมกับ สถ. SIY และภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อนงานหลายด้าน ทั้งพัฒนาชุดความรู้พร้อมใช้ เครื่องมือทำงานพัฒนาเยาวชน

กิจกรรมสร้างเสริมสุขภาวะและทักษะชีวิต พัฒนาศักยภาพบุคลากรท้องถิ่นให้สามารถทำงานกับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ จนเกิดกระบวนการ "เด็กคิด เด็กทำ เด็กนำ ผู้ใหญ่หนุน" ท้องถิ่นต้นแบบที่ดำเนินงานด้านสภาเด็กและเยาวชนได้ดี เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนมีพื้นที่ส่งเสียงความต้องการและทำงานร่วมกับผู้ใหญ่ที่เป็นกลไกท้องถิ่น เช่น

สำรวจปัญหาและความต้องการของเด็กและเยาวชนในตำบลทุกปี เพื่อจัดทำแผนพัฒนาเด็กและเยาวชน ป้องกันและแก้ปัญหาต่าง ๆ ส่งเสริมการเรียนรู้ การทำกิจกรรมสร้างสรรค์ หลายแห่งสามารถจัดตั้งเป็นกองทุนเพื่อเด็กและเยาวชน เป็นความยั่งยืนของการพัฒนาเด็กและเยาวชนในระดับพื้นที่

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ปัจจุบันเยาวชนมีความตื่นตัวทางการเมืองและประเด็นสาธารณะมากขึ้น แต่ส่วนใหญ่ยังรู้สึกว่าเสียงที่สะท้อนไปยังไม่ถูกรับฟังอย่างเพียงพอ ทั้งในรั้วโรงเรียนและสังคมโดยรวม

อึ้ง! เด็กไทยเผชิญสารพัดปัญหา ทั้งบูลลี่ - สิ่งเสพติด และสุขภาพจิต

กมธ. พัฒนาการเมืองฯ จึงร่วมกับฝ่ายวิชาการ เช่น 101 PUB ภาคประชาสังคม เช่น มูลนิธิ SIY และตัวแทนสภาเด็กและเยาวชน เตรียมจัดทำข้อเสนอในการแก้กฎหมาย-กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อเปิด “พื้นที่” ให้เยาวชนมีส่วนร่วมมากขึ้นใน 3 พื้นที่

1. ปลดล็อกให้เยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมใน “พื้นที่เดียวกัน” กับผู้ใหญ่โดยตรง อาทิ การปรับเกณฑ์เรื่องอายุขั้นต่ำในการมีส่วนร่วมทางการเมือง เช่น อายุขั้นต่ำในการลงสมัครรับเลือกตั้งระดับชาติ หรือท้องถิ่น ประเทศที่เป็นประชาธิปไตยมักมองว่าหากมีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง ก็ถือว่าอายุมากพอที่จะมีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งเช่นกัน แต่ในไทยแม้สามารถเลือกตั้งได้ตั้งแต่อายุ 18 ปี แต่ต้องรอถึงอายุ 25 ปีจึงจะลงสมัครเป็น สส. หรือ สมาชิกสภาท้องถิ่น และอายุ 35 ปี จึงจะสมัครเป็นผู้บริหารท้องถิ่นได้  

2. ออกแบบ “พื้นที่พิเศษ” สำหรับเยาวชน ให้เป็นสะพานเชื่อมที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นระหว่างเยาวชนกับกลไกทางการเมือง หรือทางนโยบาย เช่น ปฏิรูปสภาเด็กและเยาวชน ให้ยึดโยงกับเยาวชนมากขึ้น รวมถึงเพิ่มอำนาจในการผลักดันนโยบายผ่านการเสนอร่างกฎหมายไปที่สภาฯ หรือผ่านการมีโควต้าตั้งกระทู้ถามและเสนอแนะรัฐมนตรีที่ต้องมาตอบในสภาเยาวชน

3. เปิด “พื้นที่สถานศึกษา” ให้นักเรียน มีส่วนร่วมออกแบบการศึกษาและกติกาในโรงเรียนมากขึ้น ผ่านการส่งเสริมประชาธิปไตยในห้องเรียน เปิดให้นักเรียนมีส่วนร่วมประเมินคุณภาพการศึกษาที่ได้รับ ทั้งประเมินครูเพื่อให้เกิดการประเมินแบบรอบทิศ รวมถึงตรวจสอบมาตรฐานบริการในโรงเรียน เช่น หนังสือเรียน คอมพิวเตอร์ ห้องน้ำ ซึ่งขณะนี้ ได้ตั้งคณะทำงานที่เป็นตัวแทนจากหลายพรรค หลายภาคส่วน เพื่อศึกษาและจัดทำข้อเสนอโดยละเอียด และผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป จึงขอเชิญชวนเยาวชนและประชาชน ร่วมแสดงความ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง