ผู้ใหญ่ใจดีแห่ช่วย “น้องจูน” ยอดบริจาคพุ่งทะลุ 1.4 ล้านบาท

ข่าวเวิร์คพอยท์
ผู้ใหญ่ใจดีแห่ช่วย “น้องจูน” ยอดบริจาคพุ่งทะลุ 1.4 ล้านบาท

ผู้ใหญ่ใจดีแห่งบริจาคช่วย “น้องจูน” เด็กหญิงลูกครึ่ง ไทย-บาห์เรน วัย 10 ขวบ ครอบครัวยากไร้ ตอนนี้ยอดบริจาคพุ่งทะลุ 1.4 ล้านบาทแล้ว

(30 มี.ค. 67) จากกรณีที่ ด.ญ.ณิชานันท์ หรือ น้องจูน เด็กหญิงลูกครึ่งไทย-บาห์เรนวัย 10 ขวบ ที่อยู่กับยายตั้งแต่คลอดเนื่องจากแม่ไปทำงานที่ประเทศบารห์เรนแล้วมีสามีเป็นชาวบาห์เรนจนเกิดตั้งท้องขึ้น เมื่อท้องแก่ใกล้คลอดก็ถูกส่งกลับมาคลอดยังประเทศไทย หลังจากที่คลอดน้องจูนแล้วแม่ก็ออกไปทำงานและหายหน้าไปไม่สามารถติดต่อได้ ปล่อยให้ยายต้องดูแลน้องจูนมาลำพัง ส่วนยายเองก็มีอาชีพรับจ้าง อาศัยเงินผู้สูงอายุกับบัตรคนจนเดือนละ 900 บาท มาใช้จ่ายค่ากินค่าอยู่ค่าเช่าบ้านค่าน้ำค่าไฟ

โดยน้องจูนก็เป็นเด็กนักเรียนชั้น ป.2 กำลังจะขึ้น ป.3 ในเทอมหน้านี้ น้องจูนเป็นเด็กนิสัยดีเรียนดี สอบได้เกรด 4 ทุกวิชา เป็นเด็กขยันในแต่ละวันก่อนไปโรงเรียนจะปั่นจักรยานไปขอข้าวที่วัดมากินในมื้อเช้าก่อนไปโรงเรียน จากนั้นในช่วงเพลก็จะปั่นจักรยานจากโรงเรียนไปรับกับข้าวจากวัดเช่นเดิมเพื่อเตรียมมาไว้เป็นมื้อเย็น หากวันไหนไม่มีกับข้าวหรืออาหารต่างๆจากวัดสองยายหลานก็จำต้องกินข้าวกับกล้วยสุกคนละลูก โดยทั้งสองอาศัยบ้านเช่าใน ตำบลคณฑี อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ในราคาเดือนละ 800 บาทค่าน้ำค่าไฟอีกเดือนประมาณ 300 บาท

ขณะที่นางทองเหลือง อายุ 62 ปี หรือยายไก่ ยายของน้องจูนเล่าให้ฟังว่า ด้วยฐานะที่ยากจนรับจ้างทั่วไป ไม่มีเงินพอที่จะใช้จ่ายก็ต้องให้หลานไปขอข้าวที่วัดมากิน ตนตั้งใจจะให้เรียนแค่ ป. 4 เพราะตนไม่มีเงินส่งให้หลานเรียน แต่หลานเองก็อยากจะเรียนให้จบ ป. 6 ก็ยังไม่รู้จะหาเงินไหนมาส่งเรียน ตนอยากให้ช่วยเหลือแค่ข้าวที่จะมากินกันในบ้านและมีเงินส่งหลานเรียนให้จบก็พอ ไม่ขออะไรมากขอแค่นี้จริงๆ

ผู้ใหญ่ใจดีแห่ช่วย “น้องจูน” ยอดบริจาคพุ่งทะลุ 1.4 ล้านบาท

หลังจากที่เป็นข่าวไปแล้ว ผู้สื่อข่าวกลับไปดูที่บ้านอีกครั้ง พบว่าทั้ง 2 ยายหลานไปงานบวชเพื่อนบ้านที่วัด เพื่อนบ้านจึงไปตามกลับมา โดยทางผู้สื่อขอทราบว่ามีผู้บริจาคมาช่วยเท่าไหร่ แต่เนื่องจากเป็นวันเสาร์ทางธนาคารหยุดทำการ เพื่อบ้านจึงขอดูบัตรประจำตัวประชานเพื่อสอบถามไปที่สายด่วนของธนาคาร แต่ยายไก่บอกว่าบัตรประจำประชานนำไปจำนำไว้เพื่อแลกข้าวสารมากิน ทางผู้สื่อข่าวจึงต้องให้เงินไปไถ่บัตรประจำตัวประชาชนคืนมา และเมื่อสอบถามไปที่สายด่วนธนาคารแล้วปรากฏว่าทางปลายสายไม่สามารถบอกจำนวนได้ โดยขอให้ไปติดต่อที่ธนาคารแทน

โดยวันนี้มีผู้ใจบุญชื่อนางกมลพรรณ สุนทรยิ้ม แม่ภรรยาของนายมนต์ชัย รุ่งชาญชัย เจ้าของโรงสีสิงโตทองไรซ์ ได้เดินทางไปเยี่ยมพร้อมนำข้าวสารไปมอบให้ด้วย โดยนางกมลพรรณ ได้สอบถามความเป็นอยู่พร้อมเข้าไปดูภายในบ้านเช่า พบว่าภายในบ้านไม่มีข้าวของมีค่าใดๆ จึงได้มอบข้าวสารให้ 1 กระสอบ สร้างดีใจให้กับน้องจูนอย่างมาก ถึงกับนั่งกอดกระสอบข้าวสารไว้แน่น และกล่าวขอบคูณโดยนางกมลพรรณ บอกว่าต่อไปนี้ไม่กลัวว่าจะไม่มีข้าวกินอีกแล้ว หมดเมื่อไหร่ขอให้บอกจะส่งข้าวสารมาให้ทันที

ผู้ใหญ่ใจดีแห่ช่วย “น้องจูน” ยอดบริจาคพุ่งทะลุ 1.4 ล้านบาท

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ขับรถเป็นระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร ไปที่ อ.คลองขลุง เพื่อนำสมุดบัญชีธนาคารไป อัพเดทยอดเงินบริจาค โดยให้จูนเป็นคนอัพเดทสมุด ซึ่งปรากฏว่าต้องอัพเดทสมุดบัญชีหลายหน้า หลังจากที่อัพเดทแล้วน้องจูนงงกับตัวเลข โดยยายไก่ได้เข้ามาช่วยดูก็งงอีกคน ผู้สื่อข่าวจึงให้น้องจูนค่อยอ่านที่ละหลัก ปรากฏว่ายอดเงินที่ผู้ใจบุญบริจาคมามียอดพุ่งไปถึง 1,437,484 บาท เมื่อยายไก่ทราบยอดเงินถึงกับยืนโงนเงนบอกว่าจะเป็นลมเพราะไม่คิดว่าจะมีเงินขนาดนี้มาก่อนในชีวิต โดยทั้งยายไก่และน้องจูนต่างกล่าวขอบคุณผู้ใจบุญทุกคนที่ช่วยเหลือมา โดยจะใช้เงินก้อนนี้ไปเพื่อเป็นทุนการศึกษาของน้องจูนเป็นอันดับแรก

โดยน้องจูนบอกว่าอยากจะเรียนหมอ เพราะจะได้มาดูแลรักษายาย เนื่องจากยายป่วยเป็นโรคความดันบางครั้งสูงถึง 200กว่า ส่วนเบาหวานเคยสูงถึง 400 กว่า จึงอยากเป็นหมอรักษายายให้หาย โดยขณะที่นั่งอยู่ในรถของผู้สื่อข่าวน้องจูนมีอารมณ์ดีมาก พูดคุย ยิ้ม หัวเราะตลอดเวลา บางครั้งก็บอกกับยายว่าวันนี้แฮปปี้ที่สุดเหมือนหมาที่มีเจ้าของคอยเลี้ยง เพราะที่ผ่านมาเหมือนหมาจรจัด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง