ชาวบ้านโต้ อช.ทับลานบิดเบือน! คนอยู่มาก่อนประกาศพื้นที่อุทยานฯ

ชาวบ้านโต้ อช.ทับลานบิดเบือน! คนอยู่มาก่อนประกาศพื้นที่อุทยานฯ

คนพื้นที่ขอพูดบ้าง! ชาวบ้านในเขตป่าทับลานโต้อุทยานแห่งชาติฯ บิดเบือน-ชี้นำสังคมล้ม One Map ยืนยันคนอยู่มาก่อนที่จะมีการประกาศพื้นที่อุทยาน ในปี 2524 แต่กลายเป็นต้องมีคดีสู้กับรัฐหาว่ารุกป่า วอนกระแส #Saveทับลาน เห็นใจคนที่เดือดร้อนจริงๆ

(9 ก.ค. 67) จากกรณีของโครงการ One Map ที่จะประกาศใช้แนวเขตที่วัดที่ดินกรมอุทยานปี 2543 เพื่อวางเขตแนวของป่าทับลานใหม่ ที่จะส่งผลให้อุทยานแห่งชาติต้องคืนพื้นที่ราว 265,286 ไร่ ให้กับ สปก. จนเกิดเป็นกระแสต่อต้านเนื่องจากมีความกังวลว่าหากมีการประกาศเขตแนวใหม่จะเปิดช่องให้นายทุนเข้ามาฮุบเอาที่ดินไปหาประโยชน์ได้ เพราะที่ สปก. นั้นสามารถเปลี่ยนมือผู้ถือครองได้ รวมถึงมีความกังวลว่าจะเป็นการนิรโทษกรรมนายทุนที่มีคดีรุกป่าคงค้างอยู่กับทางอุทยานแห่งชาติฯ จนเกิดเป็นแฮชแท็ก #Saveทับลาน ขึ้นมา

ก่อนที่จะมีคนที่ทำงานด้านสิทธิชุมชนและสิทธิในที่ดินทำกิน ออกมาชี้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นที่ทับลานนั้นซับซ้อนเกินกว่าที่จะมองว่าเป็นเรื่องของนายทุนรุกป่าเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีปัญหาเรื่องการประกาศเขตป่าและพื้นที่อุทยานฯ ทับซ้อนกับที่อยู่ที่กินเดิมของชาวบ้าน ที่เป็นปัญหาคาราคาซังมาตั้งแต่ปี 2524 หรือกว่า 40 ปีมาแล้ว

(ข่าวที่เกี่ยวข้อง: #Saveทับลาน เสียงแตก NGO ชี้ปัญหาซับซ้อนกว่าเรื่องนายทุน)

ชาวบ้านโต้ อช.ทับลานบิดเบือน! คนอยู่มาก่อนประกาศพื้นที่อุทยานฯ

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่พูดคุยกับชาวบ้านในพื้นที่ บ้านไทยสามัคคี หมู่ 1 คุ้มคลองกระทิง ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา และพื้นที่ บ้านทรัพย์เจริญ หมู่ที่ 4 ต.บ้านราษฎร์ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ทับซ้อนกับพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติ ต่างก็บอกตรงกันว่าขอให้กระแสสังคมเห็นใจคนในพื้นที่ที่ต่อสู้เรื่องที่ดินทำกินของตนเองมานานหลายสิบปีด้วย

นายพรภิรมย์ กล้าหาญ อายุ 63 ปี ชาวบ้านทรัพย์เจริญ หมู่ที่ 4 ต.บ้านราษฎร์ ที่บอกว่า ตัวเองอยู่อาศัยทำกินในพื้นที่แห่งนี้ ซึ่งเดิมทียังเป็นชุมชนบ้านราษฎร์ ที่อยู่ในเขตตำบลโนนสมบูรณ์ อ.เสิงสาง ก่อนที่จะได้แยกตัวออกมาเป็นตำบลบ้านราษฎร์ และเป็นหมู่บ้านทรัพย์เจริญเมื่อปี พ.ศ. 2528 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งตอนนั้นชาวบ้านก็อาศัยทำกินบริเวณนี้กันอยู่ก่อนแล้ว ไม่ได้มีสภาพเป็นป่าไม้แต่อย่างใด

ชาวบ้านโต้ อช.ทับลานบิดเบือน! คนอยู่มาก่อนประกาศพื้นที่อุทยานฯ

จนกระทั่งเกิดปัญหากรณีกลุ่มผู้มีความเห็นต่างทางการเมืองหรือ คอมมิวนิสต์ และทางรัฐบาลในขณะนั้น ได้ประกาศจัดสรรที่ดินทำกินให้แก่กลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย หรือ ผรท. เมื่อปี พ.ศ.2528 รายละ 15 ไร่ จากนั้นก็เกิดปัญหากรณีข้อพิพาทเรื่องของการประกาศพื้นที่ทับซ้อนระหว่างพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานและพื้นที่ทำกินดั้งเดิมของชาวบ้านมาโดยตลอด

กระทั่งในปี พ.ศ.2543 ก็ได้มีการออกสำรวจแนวเขต เพื่อที่จะหาทางออกร่วมกัน เตรียมกำหนดแนวเขตที่ชัดเจน เพื่อให้สิ้นสุดปัญหา และได้มีการฝังหลักแนวเขตปี พ.ศ.2543 ที่ทำการสำรวจเอาไว้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และปัจจุบันแนวเขตดังกล่าวก็ยังคงตั้งอยู่ที่จุดเดิม สภาพพื้นที่ป่าก็ยังคงความอุดมสมบูรณ์ ในขณะที่พื้นที่ทำการเกษตรของชาวบ้านก็ยังใช้ทำกินกันอยู่เรื่องมา โดยไม่มีการขยายพื้นที่เพิ่มเติมแม้แต่น้อย เพราะทุกคนต่างยึดเอาแนวเขตนี้เป็นแนวเขตของป่าอุทยานแห่งชาติทับลานและพื้นที่ทำกินโดยทั่วกัน

ที่ผ่านมาชาวบ้านในพื้นที่จำนวนมากต้องอาศัยทำกินในพื้นที่ โดยที่ไม่มีกรรมสิทธิ์อย่างแท้จริง อีกทั้งยังมีปัญหาเรื่องพิพาทกรณีการประกาศพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานทับซ้อนมาโดยตลอด ทำให้หมู่บ้านแห่งนี้เสียโอกาสและเสียผลประโยชน์ที่ควรจะได้ในด้านการพัฒนาหลายด้าน เพราะมีข้อจำกัดจากข้อระเบียบหลายส่วนของหน่วยงานรัฐทำให้ชาวบ้านแห่งนี้เข้าไม่ถึงความช่วยเหลือของหน่วยงานราชการ ซึ่งเมื่อมีการเตรียมนำเรื่องการเพิกถอนแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลานในส่วนที่เกิดปัญหายืดเยื้อมานาน ในฝั่งจังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดปราจีนบุรีในครั้งนี้ จึงถือเป็นเรื่องที่ดีเพราะชาวบ้านแห่งนี้จะได้มีสิทธิในที่ดินทำกินของตัวเองและได้สิทธิประโยชน์ที่ควรจะได้เสียที

และยืนยันว่าชาวบ้านทรัพย์เจริญแห่งนี้เป็นชาวบ้านที่อยู่อาศัยทำกินด้วยความถูกต้อง ไม่ได้เป็นการบุกรุกพื้นที่ป่า หรือเป็นกลุ่มนายทุนอย่างแน่นอน  ชาวบ้านอยู่มาก่อน สภาพก็เป็นที่ดินทำกิน ไม่ใช่เป็นสภาพป่าไม้อุดมสมบูรณ์ ฉะนั้นวาระกรรมที่พากันพูดว่า “เฉือนป่าทับลาน” นั้น ในพื้นที่บ้านทรัพย์เจริญแห่งนี้มันไม่ใช่

ชาวบ้านโต้ อช.ทับลานบิดเบือน! คนอยู่มาก่อนประกาศพื้นที่อุทยานฯ

ทางด้านนายกิตฌพัฒน์ จ้ายนอก อายุ 42 ปี หนึ่งในชาวบ้านที่ถูกฟ้องดำเนินคดี ได้พาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ดูหลักเขตของอุทยานแห่งชาติ และเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ตนและชาวบ้านในพื้นที่ตอนนี้นั้นได้รับผลกระทบจากประกาศปี 2524 ที่มีการประกาศทับพื้นที่ชุมชนทั้งอยู่อาศัยและการประกอบอาชีพ

โดยในความเป็นจริงแล้วชาวบ้านในพื้นที่นี้เริ่มตั้งชุมชนมาตั้งแต่ช่วงประมาณปี 2500 มีหลักฐานทั้งการตั้งหมู่บ้าน ตั้งวัด และตั้งโรงเรียน ที่ตั้งโดยกองทัพภาคที่ 2 โดยใช้ชื่อหมู่บ้านว่าไทยสามัคคีเพื่อเป็นการต่อต้านภัยคุมคามจากกลุ่มคอมมิวนิสต์ในสมัยนั้น โดยปู่ของตนนั้นได้ย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ตั้งแต่ปี 2503 ก่อนที่จะสืบทอดต่อกันมาจนถึงรุ่นของตนคือรุ่นที่ 3 แล้ว 

นายกิตฌพัตน์ กล่าวต่อว่า ตนอยากเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับชาวบ้านที่ถูกทางอุทยานประกาศเขตพื้นที่ทับพื้นที่ชุมชนกว่า 90 หมู่บ้าน ในพื้นที่ 5 อำเภอ ถึงแม้ว่ากระแสสังคมจะมองว่าตนและชาวบ้านในพื้นที่นั้นเป็นผู้บุกรุก แต่ส่วนใหญ่กว่า 90 เปอร์เซ็นต์นั้นจะเป็นชาวบ้านที่อยู่อาศัยมาแต่ก่อนแล้ว ส่วนนายทุนนั้นจะมีอยู่ประมาณ 5-10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ตนและชาวบ้านนั้นไม่ต้องการให้ออกเป็นโฉนดที่ดินขอแค่เพียง สปก.เอาไว้อยู่อาศัยและทำกินเท่านั้นเอง

ชาวบ้านโต้ อช.ทับลานบิดเบือน! คนอยู่มาก่อนประกาศพื้นที่อุทยานฯ

เช่นเดียวกับ นางปิ่นแก้ว เหิมขุนทด ชาวตำบลไทยสามัคคีที่เป็นอีกคนที่ถูกอุทยานแห่งชาติทับลานดำเนินคดีเช่นกัน โดยนางปิ่นแก้วเล่าว่าตนมีที่ดินอยู่ประมาณ 4 ไร่ เป็นที่ที่ตกทอดมาจากคุณพ่อ ซึ่งท่านย้ายเข้ามาอยู่ในพื้นที่ตั้งแต่ช่วงปี 2500 มีเอกสารสิทธิ์ ภบท.5 ซึ่งตนมีหลักฐานการเสียภาษีบำรุงท้องที่เรื่อยมา จนกระทั่งในปี 2524 ได้มีการประกาศให้พื้นที่บริเวณตำบลไทยสามัคคีเป็นพื้นที่อุทยาน ต่อมาในปี 2555 ตนนั้นถูกอุทยานฯทับลานฟ้องร้อง ซึ่งปัจจุบันนี้ตนก็ยังคงต้องไปขึ้นศาลและจะไปขึ้นศาลอีกครั้งในวันที่ 19 กันยายน นี้

ชาวบ้านโต้ อช.ทับลานบิดเบือน! คนอยู่มาก่อนประกาศพื้นที่อุทยานฯ

การที่ถูกดำเนินคดีมา 12 ปี สร้างความเดือดร้อนให้ตนมาก ทั้งเสียเวลา เสียเงินในการเดินทางไปมาเพื่อขึ้นศาล นับแล้วหลักแสน ตนนั้นอยากให้ทางรัฐบาลดำเนินการประกาศปี 2543 ซึ่งเป็นประกาศที่กันพื้นที่ชุมชนออกจากป่า เนื่องจากหลักฐานเอกสารรวมไปถึงหลักที่แสดงเขตพื้นที่อุทยานปี 43 นั้นก็แสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่าชาวบ้านนั้นอยู่อาศัยมาก่อนอุทยานจะประกาศเสียอีก

ทางด้านนายสมบูรณ์ สิงกิ่ง นายก อบต.ไทยสามัคคี กล่าวว่า จากกรณีที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ได้รับฟังความคิดเห็นจากชาวบ้านในพื้นที่ที่มีส่วนได้ ส่วนเสีย ตามมาตรา 8 ตามกฎหมายอุทยานแห่งชาติ ก็ทำให้ชาวบ้านรู้สึกตื่นตัวกันมาก เพราะเรื่องนี้จะเกี่ยวเนื่องกับมติ ครม. เมื่อวันที่ 14 มี.ค. 66 ซึ่งให้อุทยานฯ กันพื้นที่ออกตามแผนที่วันแมพ แต่หลังจากที่ทางนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานฯ ได้พยายามนำข้อมูลเพียงด้านเดียวมาให้ข่าวชี้นำสังคมให้เกิดความคล้อยตาม เพื่อไม่ให้มีการกันพื้นที่กว่า 2 แสนไร่นี้ออกไปจากเขตอุทยานฯ นั้น ก็ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่รู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างมาก

ความจริงนั้นการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน เมื่อปี 2524 เป็นการประกาศเขตทับที่อยู่อาศัยของประชาชน จำนวน 97 ชุมชน ที่ตั้งรกรากอยู่มาก่อนนานแล้ว นับว่าเป็นการประกาศเขตอุทยานทับซ้อนชุมชนมากที่สุดในประเทศไทยเลยก็ว่าได้ ซึ่งเรื่องนี้ทางอุทยานแห่งชาติ และนักอนุรักษ์ ต้องยอมรับก่อนว่าเป็นเรื่องจริง แต่การให้ข่าวของนายชัยวัฒน์ฯ ทำให้เกิดการบิดเบือนจากความเป็นจริงดังกล่าว 

ชาวบ้านโต้ อช.ทับลานบิดเบือน! คนอยู่มาก่อนประกาศพื้นที่อุทยานฯ

ทั้งนี้พื้นที่ที่ มติ ครม.ให้กันออกไปกว่า 2 แสนไร่นี้ ไม่มีสภาพความเป็นป่าหลงเหลืออยู่อีกแล้ว ที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติ เมื่อปี 24 นั้น มีวัตถุประสงค์ด้านความมั่นคง เพื่อต้องการควบคุมพื้นที่ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ดังนั้นจึงมีการเร่งรีบประกาศเขตอุทยานแห่งชาติออกมาจำนวนมากถึง 20 แห่ง ในปีเดียว โดยยึดตามภาพทางอากาศเป็นหลัก ไม่มีเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ลงพื้นที่มาสำรวจอย่างทั่วถึงแต่อย่างใด ทำให้เกิดการทับซ้อนพื้นที่ชุมชนจำนวนมาก 

กระบวนการกันพื้นที่มีการดำเนินการอย่างเป็นขั้นเป็นตอนจนเสร็จแล้ว ถ้าไม่เชื่อชาวบ้าน ไม่เชื่อผู้นำอย่างตน ก็ไปดูข้อมูลของผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งทำสรุปไว้อย่างละเอียดและดีมาก แต่ถ้ายังยืนยันว่าจะไม่กันออกมา ชาวบ้านก็จะถูกลิดรอนสิทธิ์ที่ทำมาหากิน เพราะจะทำอะไรก็ไม่ได้ ติดขัดข้อกฎหมายของอุทยานฯ ไปหมด ถึงแม้ว่าจะบอกว่ามีมาตรา 64 ของกฎหมายอุทยานฯ แต่เมื่อชาวบ้านจะไปไถที่ทำการเกษตร หรือจะปลูกบ้านเรือน ก็จะถูกเจ้าหน้าที่อุทยานฯ จ้องที่จะจับกุมดำเนินคดีต่อเนื่อง ถ้าตามใดที่ยังเป็นเขตอุทยานฯ วิถีชีวิตของชาวบ้านก็จะเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน จึงขอความเป็นธรรมให้กับชาวบ้านด้วย

"เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย" #saveทับลาน หลายฝ่ายเริ่มหยิบยกข้อมูลมาโต้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง