เปิดกฎหมายคุ้มครอง “เสือโคร่ง” เจ้าแห่งพงไพร

รู้จัก “เสือโคร่ง” เจ้าป่าแห่งพงไพร ที่ปัจจุบันอยู่ในภาวะเสี่ยงสูญพันธ์ เป็น 1 ในสัตว์ที่ติดบัญชีแดงของ IUCN และ CITES พร้อมเปิดข้อกฎหมายคนที่ล่าหรือมีเสือโคร่งในครอบครองมีโทษทั้งจำคุกและปรับ!
เสือโคร่งสัตว์นักล่าที่ไม่ว่าใครได้เห็นก็รู้สึกหวาดผวากับความดุร้ายของมัน แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นก็ยังคงมีข่าวการลักลอบขายหรือครอบครองลูกเสือโคร่งมาให้เห็นกันบ่อยครั้ง จากความเชื่อเรื่องที่ว่าเสือโคร่งหรือชิ้นส่วนของเสือโคร่งเป็นเครื่องเสริมบารมีของผู้ที่ครอบครอง บางคนก็เชื่อว่าเนื้อหรือเครื่องในของเสือสามารถนำไปประกอบอาหาร ทำเมนูเปิบพิสดารต่างๆ รวมทั้งเชื่อว่ามีสรรพคุณในการบำรุงร่างกายด้วย
สำหรับเสือโคร่ง ในการจำแนกประเภททางชีววิทยาแล้ว นับว่าเป็นสัตว์ที่มีความใกล้ชิดกับแมวที่เป็นสัตว์เลี้ยงยอดฮิตของยุคปัจจุบัน โดยที่มันจัดเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม อยู่ในอันดับของสัตว์กินเนื้อ อยู่ในวงศ์เสือและแมว โดยแยกอยู่ในสกุลแพนเทอรา(Panthera) ซึ่งในสกุลนี้มีสัตว์อยู่ด้วยกัน 5 สายพันธุ์คือ เสือโคร่ง(P. tigris), สิงโต(P. leo), เสือจากัวร์(P. onca), เสือดาว(P. pardus), และเสือดาวหิมะ(P. uncia)

เสือโคร่งนับเป็นเสือพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีความยาวโดยเฉลี่ยจากหัวไปจนถึงโคนหาง 1.4–2.8 เมตร หางยาว 60–95 เซนติเมตร น้ำหนักตัว 130–260 กิโลกรัม มีขนลำตัวสีน้ำตาลเหลืองหรือเหลืองอมส้ม มีลายสีดำ พาดขวางตลอดทั้งลำตัวเป็นจุดเด่น ซึ่งลายเส้นนี้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เสือโคร่งแต่ละตัวจะมีลายไม่เหมือนกันเช่นเดียวกับลายนิ้วมือของมนุษย์ ส่วนหางมีแถบดำเป็นบั้ง ๆ หรือวงสีดำสลับน้ำตาล ปลายหางมีสีดำ
หางของเสือโคร่งมีความยาวประมาณครึ่งหนึ่งของลำตัว ใช้สำหรับการทรงตัวโดยเฉพาะเวลากลับตัวกระทันหัน นอกจากนี้แล้วการขยับของหางเสือโคร่งยังสามารถใช้บ่งบอกถึงอารมณ์ความรู้สึกเหมือนกับแมวบ้าน ใช้ในการสื่อสารกับเสือโคร่งตัวอื่น ขนใต้คาง คอ และใต้ท้องเป็นสีขาว ขนเหนือบริเวณตาเป็นสีขาวหรือเป็นแถบหรือเส้นสีดำพาดขวางเช่นกัน หลังใบหูมีสีดำและมีจุดสีขาวนวลอยู่ตรงกลาง อายุโดยเฉลี่ย 15–20 ปี
เสือโคร่งมีพฤติกรรมเป็นสัตว์ที่อยู่สันโดษ ไม่ได้รวมฝูงเหมือนสิงโตที่ญาติในสกุลเดียวกัน มันจะอยู่ด้วยกันแค่ช่วงของการจับคู่ผสมพันธุ์เท่านั้น โดยอายุที่พร้อมจะผสมพันธุ์ได้นั้นคือ 3–5 ปี ในช่วงที่พร้อมตัวเมียจะเป็นสัดทุก ๆ 50 วัน แม้จะได้ชื่อเป็นเจ้าป่าแต่เสือโคร่งเป็นสัตว์ที่ผสมพันธุ์เร็วมาก คือ ใช้เวลาเพียง 15 วินาทีเท่านั้น เมื่อเสร็จแล้วตัวผู้จะแยกจากไป และอาจไปผสมพันธุ์กับตัวเมียตัวอื่น ตัวเมียที่ปฏิสนธิแล้วจะตั้งท้องนานประมาณ 105–110 วัน คลอดลูกครั้งละ 1-6 ตัว และจะเลี้ยงลูกเองตามลำพังโดยไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ประมาณ 2 ปี

ข้อมูลจากเพจ “ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช” ระบุถึงลูกเสือโคร่งว่า
“ลูกเสือโคร่งเมื่อแรกเกิดมีน้ำหนักประมาณ 760-1,600 กรัม ลืมตาได้เมื่อมีอายุ 6-14 วัน หย่านมเมื่ออายุได้ประมาณ 3-6 เดือน เมื่ออายุได้ 11-12 เดือนก็พร้อมที่จะออกล่าเหยื่อพร้อมกับแม่ได้ แม่เสือจะปล่อยลูกให้หากินด้วยตัวเองเมื่อลูกเสืออายุได้ 18-24 เดือน
ลูกเสือโคร่งจะเรียนรู้การใช้ชีวิตกับแม่อยู่เป็นเวลา 2 ปี จึงจะออกหากินด้วยตัวเองได้ เมื่อเริ่มใช้ชีวิตด้วยตัวเอง เสือโคร่งหนุ่มจะต้องเดินทางเป็นระยะทางไกลเพื่อหาอาณาเขตของตัวเอง บ่อยครั้งที่มันขับไล่เสือโคร่งตัวผู้ที่อายุมากแล้วยึดอาณาเขตแทน สำหรับเสือโคร่งสาว มักจะมีพื้นที่หากินไม่ไกลไปจากของแม่เท่าใดนัก และบางครั้งพบว่าอาจใช้พื้นที่บางส่วนร่วมกันกับแม่ของตัวเอง”
นอกจากนั้นยังบอกอีกว่าการพรากเอาลูกเสือโคร่งไปขาย จะทำให้เสือโคร่งตัวดังกล่าวสูญเสียสัญชาตญาณสัตว์ป่า ทำให้มันอาจต้องอยู่ในกรงเลี้ยงไปจนสิ้นอายุขัย
สำหรับถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาตินั้น เสือโคร่งอยู่ตามป่าทึบสลับกับทุ่งหญ้าโล่ง ชอบว่ายน้ำและแช่น้ำมาก แตกต่างจากเสือพันธุ์อื่นๆ มีนิสัยหวงถิ่นมาก และจะใช้วิธีการ “สเปรย์” หรือหันก้นแล้วปัสสาวะออกมาเพื่อสร้างอาณาเขต เหมือนกับบรรดาแมวที่เป็นญาติห่างๆ ของมัน

นอกจากนี้เสือโคร่งวิ่งได้เร็วกว่า 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถใช้เวลาแค่ไม่กี่วินาทีกระโจนไปข้างหน้าในระยะทาง 500 เมตรได้ มันเป็นสัตว์ที่มองเห็นได้ทั้งในที่แจ้งและที่มืด จึงออกหากินได้ทั้งกลางวันและกลางคืน แต่ส่วนมากมันจะใช้เวลากลางวันไปกันการนอน และออกหากินในช่วงที่มีอากาศเย็นกว่า หากเหยื่อที่หมายตาเป็นสัตว์ตัวเล็กเสือโคร่งจะใช้วิธีขย้ำคอหอย แต่ถ้าเป็นสัตว์ตัวโตขึ้นมา เช่น เก้งหรือกวาง จะใช้วิธีกัดที่ท้ายทอยหรือบนหลัง นอกจากนี้มีรายงานว่าเสือโคร่งตัวที่ฉลาดมากๆ นั้นสามารถล่าลูกช้าง หรือช้างตัวเล็กได้เลยทีเดียว
บนโลกใบนี้ยังมีเสือโคร่งอยู่ที่สิ้น 6 ชนิดพันธุ์ย่อยคือ เสือโคร่งไซบีเรีย, เสือโคร่งเบงกอล, เสือโคร่งอินโดจีน, เสือโคร่งสุมาตรา, เสือโคร่งจีนใต้, และเสือโคร่งมลายู และสูญพันธุ์ไปแล้ว 3 ชนิดพันธุ์ย่อย คือเสือโคร่งแคสเปียน เสือโคร่งชวา และเสือโคร่งบาหลี จากการประมาณการใน พ.ศ.2558 คาดว่าประชากรทั่วโลกเหลือเพียง 3,062 ถึง 3,948 ตัว ในปัจจุบันอินเดียเป็นประเทศที่มีประชากรเสือโคร่งมากที่สุด ส่วนในไทย จากการสำรวจในปี 2565 เหลือเสือโคร่งตามป่าธรรมชาติเพียง 148-189 ตัวเท่านั้น สาเหตุที่ทำให้ประชากรเสือโคร่งลดน้อยลงแบบนี้ ก็มาจากฝีมือมนุษย์ ทั้งการล่า และการรุกล้ำถิ่นที่อยู่อาศัย
เสือโคร่งถูกระบุในบัญชีสัตว์ชนิดใกล้สูญพันธุ์ในบัญชีแดงขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ หรือ IUCN และมีชื่ออยู่ในบัญชีเลขที่ 1 (Appendix I) ตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือ CITES โดยสัตว์และพืชที่อยู่ในบัญชีที่ 1 นี้ หมายความว่าห้ามทำการค้าโดยเด็ดขาดเนื่องจากใกล้ที่จะสูญพันธุ์ ยกเว้นเพื่อทำการศึกษา วิจัย และเพาะพันธุ์ แต่ก็ต้องได้รับการยินยอมจากประเทศทั้งต้นทางและปลายทางเสียก่อนถึงจะส่งออกได้ โดยการส่งออกเพื่อการศึกษา วิจัย และเพาะพันธุ์ ที่ว่านี้ต้องคำนึงถึงความอยู่รอดของชนิดพันธุ์นั้นๆ ด้วย
สำหรับในประเทศไทย เสือโคร่งเป็น “สัตว์ป่าคุ้มครอง” ตาม พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ซึ่งมีการกำหนดโทษตามกฎหมายแยกเป็น
- การล่า การค้าตัว ซาก เสือโคร่งผิดกฎหมาย ผู้กระทำผิดมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ
- มีตัว หรือ ซากสัตว์เสือโคร่งไว้ในครอบครอง ผู้กระทำผิดมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ที่มา:
- https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%87
- https://www.wwf.or.th/what_we_do/conservation_of_tigers_khlong_lan_and_mae_wong/about_the_tiger/
- https://www.seub.or.th/bloging/knowledge/%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81-6-%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%82/
- https://www.facebook.com/prhotnews02/posts/pfbid02C5qgK5CGVnuinJcerFet5uVBWxGYxKPJpsN1t91M3ZhnmESHVUPhympM78HXce9Kl
- https://www.facebook.com/DNP.Wildlife/posts/pfbid0364awWBw3pQsZmj6cTmY6kzSKgJ4H6iDn9pZbAc1VNNHQijNiLmLVCXRY6rsNUqZol
- http://www.fio.co.th/south/law/11/111.pdf




