หนุ่มป่วยติดเตียงวอนขออย่าตัดสิทธิ์เกณฑ์ทหาร

หนุ่มกระดูกคอเคลื่อนป่วยติดเตียงขยับขาไม่ได้ แต่ไม่ยอมสละสิทธิ์การเกณฑ์ทหาร ร้องไห้วอน สัสดี-คณะกรรมการ ให้โอกาส
หลังจากปี 66 ที่ผ่านมาเกิดมีกระแสดราม่า หลังแม่เลี้ยงเดี่ยวต้องลากสังขารพาลูกพิการป่วยติดเตียงขึ้นรถฉุกเฉินอย่างทุลักทุเล ไปให้กรรมการดูสภาพถึงหน่วยตรวจเลือกทหารเกณฑ์ กลายเป็นเรื่องสะเทือนใจจนสังคมไทยรับไม่ได้ จึงมีการเปลี่ยนกฏเกณฑ์ขึ้น

ซึ่งในส่วนของ จ.สตูล วันนี้ (5 เม.ย.67 )มีการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ หรือเกณฑ์หารปี 67 ขึ้นในพื้นที่อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล ซึ่งมีนายณัชพล ทุ่งหว้า อายุ 26 ปี อยู่ 74/1 ม.8 ต.ทุ่งหว้า อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล เป็นผู้ป่วยติดเตียง ไม่สามารถเดินทางมาตรวจเลือกยังสถานที่ตรวจเลือกบริเวณหอประชุมที่ว่าการอำเภอทุ่งหว้าได้ ทางคณะกรรมการตรวจเลือกประจำ จ.สตูล นำโดย พ.ท.สมชาย ราชมะโรง ประธานคณะกรรมการตรวจเลือกฯพร้อมด้วย พ.อ.เฉลิมเกียรติ อังคพนมไพร สัสดีจ.สตูล และคณะ เดินทางไปตรวจเลือกฯนอกพื้นที่ ซึ่งห่างจากสถานที่ตรวจเลือกฯประมาณ 2 กม. เป็นผู้ป่วยติดเตียง เพราะพลัดตกลงในน้ำศีรษะกระทบของแข็งกระดูกคอเคลื่อน แขนขาอ่อนแรงไม่สามารถเดินได้

เมื่อคณะกรรมการเดินทางไปถึงที่บ้านพบน้องณัชพล นั่งอยู่บนเตียง โดยมีป้าคอยดูแล โดยคณะกรรมการตรวจเลือกฯ ได้นำแพทย์ไปตรวจร่างกายเพื่อที่จะตัดสิทธิ์ในการเกณฑ์ทหาร เมื่อน้องณัชพลทราบว่าถูกตัดสิทธิ์ถึงกับน้ำตาคลอ ได้ขอร้องไม่ให้ตัดสิทธิ์เพราะอยากสมัครเป็นทหารหลังจากหายป่วยแล้ว จึงกำหนดเป็นคนจำพวกที่ 3 คณะกรรมการฯจึงไม่ตัดสิทธิ และให้โอกาสรักษาตัวตามความประสงค์ของเจ้าตัว

โดยป้าของน้องณัชพล บอกว่าน้องเรียนจบปริญญาตรี โดยน้องได้เลี้ยงปูคอนโดและเดินไปเอาน้ำเค็มมาเลี้ยงปู เกิดพลัดตกน้ำหัวปักลงในน้ำทำให้เส้นเคลื่อน กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงแขนขาอ่อนแรงขยับร่างกายไม่ได้ แต่น้องมีความหวังอยากเป็นทหาร ดีใจที่ทางเจ้าหน้าที่ไม่ตัดสิทธิ์เพื่อให้หลานได้มีโอกาสในสิ่งที่เขารัก

นำโดย พ.ท.สมชาย ราชมะโรง ประธานคณะกรรมการตรวจเลือกฯ กล่าวว่าวันนี้ได้รับรายงานว่า มีผู้ป่วยติดเตียงไม่สามารถไปรับการตรวจเลือกได้ จึงลงมาดูที่บ้านพบว่าป่วยจริงจากอุบัติเหตุ เป็นผู้ป่วยติดเตียงไม่สามารถเข้ารับราชการทหารได้


แต่น้องเขาอยากเป็นทหาร เขาไม่อยากให้ตัดสิทธิ์ จึงต้องออกเป็นประเภทที่ 3 โรคที่ไม่หายได้ภายใน 30 วัน เปิดโอกาสให้น้องสามารถเดินเข้ามาสมัครในปีถัดไปได้ถ้าหาย ยังมีเวลาและให้โอกาสถึง 3 ครั้ง


สำหรับการตรวจเลือกทหารปีนี้เป็นไปด้วยดี ทั้งจังหวัดมีรายนี้เพียงรายเดียวที่ต้องลงไปตรวจสอบถึงบ้าน โดยอ.ทุ่งหว้าเปิดรับ 35 คน มีผู้มาสมัคร 22 คน จับใบดำใบแดง 13คน จากจำนวนผู้ที่ต้องจับ 70 คน ซึ่งการเกณฑ์ทหาร ได้อะไรหลายอย่างทั้งสวัสดิการ ความเป็นอยู่ ความรับผิดชอบการศึกษา เราต่อยอด กศน.ให้ เมื่อปลดประจำการ ก็ฝึกอาชีพให้รวมทั้งมีโควต้าสำหรับรับราชการทหารให้ด้วย ซึ่งการลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ผู้ป่วยและญาติมีความประทับใจและมีกำลังใจดีขึ้น




