มฟล.ชี้แจงกรณีฟ้อง "ดร.เค็ง" ผู้ป่วยจิตเวช ให้ชดใช้หนี้ทุนการศึกษากว่า 10 ล้านบาท

มฟล.ร่อนหนังสือชี้แจงกรณีฟ้อง ดร.เค็ง ให้ชดใช้หนี้ทุนการศึกษากว่า 10 ล้านบาท ด้าน บก.ลายจุด โพสต์ขอโทษผู้บริหารมหาวิทยาลัยที่พาดพิง
จากกรณีที่ทางนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด ได้โพสต์เรื่องราวของ "ดร.เค็ง" ที่ได้รับทุนการศึกษาจากกระทรวงวิทย์ฯและมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จนสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาเอก แต่ในระหว่างเรียนอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ดร.เค็ง ก็เริ่มมีอาการป่วยทางจิตเวชมาตั้งแต่ปี 2551 และมีอาการเพิ่มขึ้นตามลำดับ และต่อมาในปี 2554 อาการเริ่มเข้าขั้นวิกฤติ มีอาการหูแว่วและจิตเวชเต็มรูปแบบ จนต้องมีการนำตัวไปรักษาใน รพ.จิตเวช นานเกือบเดือน มีใบรับรองแพทย์จาก รพ.ในอังกฤษยืนยัน แต่ก็ได้รับการรักษาจนมีอาการดีขึ้นจนสามารถกลับมาเรียนจนจบ ป.เอก
และต่อมา ดร.เค็ง ก็กลับมาทำงานที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง แต่ด้วยความเครียดจากหลายอย่างทำให้อาการทางจิตเวชกลับมากำเริบ มีอาการหูแว่ว พูดคนเดียว บางครั้งก็ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ดร.เค็ง เริ่มเขียนอีเมลล์ถึงผู้บริหารมหาวิทยาลัย วิพากษ์วิจารณ์การบริหารงาน บางครั้งก็วิจารณ์การเมือง และเริ่มวิตกกังวลว่าอาการของตนเองจะเป็นอันตรายกับคนอื่น จึงพยายามส่งหนังสือลาออกให้ผู้บริหาร และให้ทางมหาวิทยาลัยตรวจสอบเรื่องการชดใช้หนี้ทุนการศึกษา แต่ระหว่างที่รอการตรวจสอบเรื่องทุน มหาวิทยาลัยก็มีหนังสือแจ้งสิ้นสภาพการทำงานออกมา และภายหลังก็ได้มีการฟ้องร้องกันเกิดขึ้น โดยทางมหาวิทยาลัยฟ้องร้องให้ ดร.เค็ง ชดให้หนี้ทุนการศึกษา เป็นเงินกว่า 10 ล้านบาท ดร.เค็ง ต้องต่อสู้คดีโดยลำพังในศาลปกครอง ในขณะที่เธอยังอยู่ในสภาพที่แม้ดีขึ้นแต่ไม่ปกติ ยังมีอาการซึมเศร้าอยู่ เธอต่อสู้ว่าเธอไม่ได้หนีทุน แต่เพราะเธอป่วย ซึ่งมิใช่การกระทำของตนเอง ซึ่งในระเบียบของกระทรวงวิทย์ฯ ได้มีข้อยกเว้นการใช้ทุนหากเจ็บป่วยจนไม่สามารถทำงานได้ แต่ ม.แม่ฟ้าหลวง สู้ในประเด็นว่าเธอลาออกและไม่ทำงานใช้ทุน และศาลรับพิจารณากรณีเพียงได้ใช้ทุนหรือไม่ แต่ไม่ได้พิจารณาว่าป่วยหรือไม่ป่วย เธอแพ้คดีในศาลปกครองชั้นต้น และอยู่ระหว่างการอุทธรณ์
ซึ่งในการโพสต์ในครั้งแรกของ บก.ลายจุด ได้พาดพิงไปถึงผู้บริหารมหาวิทยาลัยด้วยความเข้าใจผิดว่ามีส่วนในทำให้ ดร.เค็ง ลาออก แต่ภายหลังปรากฏว่าความจริงไม่ได้เป็นดังที่โพสต์ จึงต้องออกมาโพสต์ขอโทษที่พาดพิง และยอมรับผิดในความผิดพลาดดังกล่าวในทุกรูปแบบ และกล่าวเรียกรัองให้กระทรวงวิทย์ มฟล. และ ดร.เค็ง เปิดเวทีกลางเพื่อพูดคุยและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยล่าสุดกรรมมาธิการ อว. ก็เสนอให้ ดร.เค็ง และผู้บริหาร ม.แม่ฟ้าหลวง เข้าชี้แจงที่สภาในวันที่ 14 ธ.ค. ที่จะถึงนี้
(4 ธ.ค.66) ด้านมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้ทำหนังสือชี้แจงเกี่ยวกับเหตุการดังกล่าว มีเนื้อหาว่า...
ตามที่ปรากฎข่าวสารในสื่อสังคมออนไลน์ว่า มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงได้ยื่นฟ้อง ดร.เค็ง ซึ่งเป็นอาจารย์ที่เรียนจบในระดับปริญญาเอกที่ขอลาออกในขณะที่ยังไม่ครบเงื่อนไขการชดใช้ทุน โดยให้ชดใช้ทุนการศึกษานับสิบล้านบาท ทั้งที่ ดร.เค็ง เจ็บป่วยด้วยโรคจิตเวช นั้นมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงขอชี้แจงในกรณีนี้ ดังนี้
1. ดร.เค็ง เป็นพนักงานมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ตำแหน่งอาจารย์ สังกัดสำนักวิชาการจัดการได้เริ่มปฏิบัติงานที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2548 และต่อมาได้รับทุนรัฐบาล จากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงให้ไปศึกษาในระดับปริญญาเอก ณ University of Kent ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2551
2. ดร.เค็ง ได้กลับมาปฏิบัติงานที่มหาวิทยาลัยเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2556 และในระหว่างปฏิบัติงานได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นพนักงานของมหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2557 โดยให้มีผลเป็นการลาออกในวันที่ 1 กันยายน 2557 ซึ่งในการขอลาออกเป็นการแสดงเจตนาโดยสมัครใจของ ดร.เค็ง และเมื่อ ดร.เค็ง ยังคงแสดงเจตนาเดิมในการขอลาออกโดยได้รับทราบเงื่อนไขของการชดใช้ทุนแล้ว มหาวิทยาลัยจึงได้อนุญาตให้ลาออกตามความประสงค์ แต่ด้วยเงื่อนไขของสัญญาและระเบียบของกระทรวงการคลัง เมื่อ ดร.เค็ง ปฏิบัติงานเพื่อชดใช้ทุนการศึกษาไม่ครบถ้วนกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และมหาวิทยาลัย จึงมีความจำเป็นต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของสัญญา เพื่อเรียกให้ชดใช้ทุนการศึกษา ของกระทรวงวิทย์ฯจำนวน 630,207.46 บาท กับอีก 194,330 ปอนด์ และของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงจำนวน 726,305.94 บาท
3. ตามเงื่อนไขของสัญญารับทุน และหลักกณฑ์ปฏิบัติของกระทรวงการคลัง กำหนดให้สิทธิผู้รับทุนที่ไม่ต้องรับผิดชดใช้เงินทุนตามสัญญาเมื่อเป็นบุคคลวิกลจริต จิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ แต่ต้องแสดงหลักฐานทางการแพทย์จากโรงพยาบาลในสังกัดของรัฐ โดยให้แพทย์ผู้ทำการรักษาระบุว่าเหตุวิกลจริตและจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบดังกล่าว ทำให้ผู้ผิดสัญญาไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ แต่ทั้งนี้ ในระหว่างปฏิบัติงานให้กับมหาวิทยาลัยจนกระทั่งยื่นหนังสือลาออก ดร.เค็ง ไม่เคยจัดส่งเอกสารหลักฐานทางการแพทย์ว่าไม่สามารถปฏิบัติงานต่อไปได้ให้กับมหาวิทยาลัยได้รับทราบเลย โดย ดร.เค็ง ได้ยื่นเอกสารทางการแพทย์ต่าง ๆ ในชั้นพิจารณาของศาลปกครองเชียงใหม่แต่ล่วงเลยระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในสัญญาไปแล้ว
ศาลปกครองเชียงใหม่จึงได้พิจารณาและพิพากษาให้ ดร.เค็ง ชดใช้ทุนการศึกษาตามเงื่อนไขของสัญญา
4. ดร.เค็ง ได้ยื่นอุทธรณ์คดีต่อศาลปกครองสูงสุด เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2566 แต่เมื่อคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด การไกล่เกลี่ยในชั้นศาลนี้ไม่อาจทำได้ มหาวิทยาลัยจึงไม่อาจดำเนินการใด ๆ ในขณะนี้ได้
5. มหาวิทยาลัยได้ปฏิบัติต่อ ดร.เค็ง ด้วยเมตตาธรรมและคุณธรรมมาโดยตลอด โดยได้สนับสนุนและส่งเสริมให้ ดร.เค็ง ได้รับโอกาสไปศึกษาวิชาการในต่างประเทศตามที่ ดร.เค็ง ตั้งใจ
และขอยืนยันว่าในการพิจารณาเรื่องราวของ ดร.เค็ง มหาวิทยาลัยได้ดำเนินการภายใต้ขั้นตอนและหลักเกณฑ์ของกฎหมาย และระเบียบของทางราชการ แต่อย่างไรก็ดีหากศาลปกครองสูงสุดได้พิจารณาพิพากษาเป็นประการใด มหาวิทยาลัยก็พร้อมที่จะปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลทุกประการ




