เตือนหมูดิบมรณะ ก่อโรคหูดับ ทั้งประเทศเสียชีวิตแล้ว 19 ศพ

เตือนหมูดิบมรณะ ก่อโรคหูดับ ทั้งประเทศเสียชีวิตแล้ว 19 ศพ

สนง.ควบคุมโรคโคราช เตือนอย่าประมาท จะกินลาบก้อยหรือหมูย่างต้องทำให้สุกเท่านั้น หลังปีนี้เชื้อแบคทีเรียในหมูดิบทำคนไทยป่วยโรคหูดับแล้ว 436 ราย เสียชีวิต 19 ราย

(7 ต.ค. 66) นายแพทย์ทวีชัย วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 ถึง 25 กันยายน 2566 ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคไข้หูดับมากถึง 436 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 19 ราย ขณะที่สถานการณ์โรคไข้หูดับ ในเขตสุขภาพที่ 9 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 30 กันยายน 2566 พบผู้ป่วยโรคไข้หูดับ จำนวน 109 ราย และมีผู้เสียชีวิต 5 ราย ที่ จ.นครราชสีมา 4 ราย และ จ.ชัยภูมิ อีก 1 ราย เมื่อแยกผู้ป่วยเป็นรายจังหวัด พบว่า จ.นครราชสีมา มีผู้ป่วยไข้หูดับ 55 ราย ซึ่งในจำนวนนี้เสียชีวิต 4 ราย, จ.สุรินทร์ มีผู้ป่วย 11 ราย, จ.ชัยภูมิ มีผู้ป่วย 10 ราย เสียชีวิต 1 ราย และ จ.บุรีรัมย์ มีผู้ป่วย 3 ราย  

โดยอาชีพที่พบผู้ป่วยสูงสุดคือ เกษตรกร รองลงมาคือ รับจ้าง และทำงานบ้าน ตามลำดับ ซึ่งโรคไข้หูดับจากการกินหมูดิบ ลาบเลือดดิบ ก้อยดิบ หรือดื่มสุราร่วมกับกินอาหารสุกๆ ดิบๆ รวมถึง พ่อครัวแม่ครัว-ผู้ปรุงอาหารที่มีบาดแผล ไปสัมผัสเนื้อหมูหรือเลือดหมูดิบๆ ที่มีเชื้อแบคทีเรียสเตปโตค็อกคัส ซูอิส ปนเปื้อนอยู่

เชื้อนี้จะอยู่ในทางเดินหายใจของหมู และอยู่ในเลือดของหมูที่ติดเชื้อ ทำให้เสี่ยงติดเชื้อโรคไข้หูดับได้ และยังสามารถติดต่อผ่านทางบาดแผล รอยถลอก และทางเยื่อบุตา

เมื่อได้รับเชื้อโรคไข้หูดับเข้าไปแล้ว จะทำให้มีไข้สูงเฉียบพลัน มากกว่าหรือเท่ากับ 38 องศาเซลเซียส ปวดศีรษะ หนาวสั่น สับสนกระสับกระส่าย ปวดข้อ คอแข็ง หูหนวกหรือการได้ยินลดลงอย่างเฉียบพลัน ทรงตัวผิดปกติ หายใจลำบาก หัวใจเต้นเร็ว ความดันเลือดต่ำ มีจ้ำเลือดทั่วตัว ปวดตา ตาแดง หรือมองภาพไม่ชัด และอาจทำให้สูญเสียการได้ยินหรือที่เรียกว่าหูดับ จนถึงขั้นหูหนวกถาวรได้  

ดังนั้น ต้องรับประทานเนื้อหมูหรือเลือดหมูที่ปรุงสุกเท่านั้น โดยปรุงให้สุกผ่านความร้อนมากกว่า 70 องศาเซลเซียส ไม่ควรรับประทานหมูดิบร่วมกับการดื่มสุรา

ส่วนอาหารปิ้งย่าง ต้องมีอุปกรณ์คีบเนื้อหมูสุกและดิบแยกจากกัน ไม่ควรใช้ตะเกียบคีบหมูดิบ แล้วนำมารับประทาน ยึดหลัก “สุก ร้อน สะอาด” และเลือกซื้อเนื้อหมูจากแหล่งที่มีมาตรฐาน เชื่อถือได้ ไม่ควรซื้อจากแหล่งที่ไม่ทราบที่มาของหมู

สำหรับผู้ที่จะต้องสัมผัสหมูโดยตรง เช่น ผู้เลี้ยงหมู ผู้ทำงานในโรงฆ่าสัตว์ ชำแหละเนื้อหมู สัตวบาล สัตวแพทย์ ควรสวมรองเท้าบู๊ทยาง สวมถุงมือ สวมเสื้อที่รัดกุมระหว่างทำงาน ซึ่งหากมีบาดแผลต้องปิดแผลให้มิดชิด และล้างมือหลังสัมผัสกับหมูทุกครั้ง หากสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

ข่าวที่เกี่ยวข้อง