ไพโรไลซิส แก๊สโซลีน สารอันตรายก่อพิษต่อระบบร่างกาย

ทำความรู้จัก “ไพโรไลซิส แก๊สโซลีน” หรือไพแก๊ส สารอันตรายที่สามารถก่อพิษกับร่างกายได้หลายระบบ
กลายเป็น 1 ในอุบัติเหตุครั้งใหญ่ที่สุดของจังหวัดระยอง เมื่อมีรายงานข่าวขึ้นในช่วงสายของวันที่ 9 พ.ค. 67 เกิดการระเบิดของถังสารเคมี “ไพโรไลซิส แก๊สโซลีน” ของบริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด ภายในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง โดยไฟได้ไหม้ลามจนเกิดการระเบิดถังข้างเคียงตามมาอีกหลายระลอก ก่อให้เกิดกลุ่มควันสีดำสนิทลอยขึ้นฟ้า จนต้องมีการประกาศภาวะฉุกเฉิน อพยพคนออกจากพื้นที่ ท่ามกลางความวิตกของประชาชนว่าสารเคมีที่เกิดการเผาไหม้นั้นจะเป็นอันตรายต่อมนุษย์หรือไม่
ไพโรไลซิส แก๊สโซลีน หรือที่เรียกกันโดยย่อว่า ไพแก๊ส เป็นผลิตภัณฑ์พลอยได้จากกระบวนการผลิตโอเลฟินส์ ไพแก๊สมีส่วนผสมหลักเป็นสารอะโรเมติกส์และมีค่าออกเทนสูง จึงสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการนำไปเป็นส่วนผสมเพื่อเพิ่มค่าออกเทนในการผลิตน้ำมันเบนซิน อีกทั้งยังสามารถนำไพแก๊สไปเข้ากระบวนการแยกสารอะโรเมติกส์ออกจากสารประกอบอื่น ๆ ได้
ศูนย์เชี่ยวชาญโรคจากสารเคมีและการตอบโต้ด้านสาธารณสุขในอุบัติภัยสารเคมี กลุ่มงานอาชีวเวชกรรม รพ.เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จ.ระยอง ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า “ไพแก๊ส” นั้นเป็นสารผสม จึงก่อให้เกิดพิษต่อระบบหลายระบบในร่างกาย ทั้งระบบกาย หัวใจ และระบบประสาทอย่างรุนแรง
สำหรับผู้ที่สัมผัสกับสารเคมีดังกล่าว จะมีอาการ ปวดหัว คลื่นไส้ อาจกดทับประสาทถึงขั้นหมดสติ, ระคายเคืองต่อทางเดินอาหาร สำลัก หรืออาเจียน, ระคายเคืองต่อผิวหนัง เกิดการแพ้และคัน, ระคายเคืองต่อตาและจมูก อาจมีเลือดกำเดาไหล ซึ่งหากเกิดอาการผิดปกติหลังสัมผัสสาร ให้รับพบแพทย์ทันที
ในส่วนของการป้องกันตัวจากการสัมผัส “ไพแก๊ส” นั้น ทางโรงพยาบาลฯ แนะนำว่า หลังอพยพให้เปิดประตูหน้าต่างระบายอากาศ, สวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน, ถอดเครื่องนุ่งห่มล้างด้วยน้ำสะอาด, และล้างตาด้วยน้ำเกลือ

ขณะเดียวกัน รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความให้ความรู้เกี่ยวกับ “ไพแก๊ส” ไว้ว่า
“ถังเก็บ ไพโรไลซิส แก๊สโซลีน หรือไพแก๊ส เกิดไฟไหม้ ที่มาบตาพุดระยองนะครับ ไพโรไลซิสแก๊สโซลีน เป็นผลิตภัณฑ์พลอยได้จากกระบวนการผลิตโอเลฟินส์ ไพแก๊สมีส่วนผสมหลักเป็นสารอะโรเมติกส์และมีค่าออกเทนสูง จึงสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการนำไปเป็นส่วนผสมเพื่อเพิ่มค่าออกเทนในการผลิตน้ำมันเบนซิน อีกทั้งยังสามารถนำไพแก๊สไปเข้ากระบวนการแยกสารอะโรเมติกส์ออกจากสารประกอบอื่น ๆ
การเผาไหม้ของไฮโดรคาร์บอนกลุ่มอะโรมาติกพวกนี้นะครับก็หลักๆเลยก็จะได้คาร์บอนไดออกไซด์และไอน้ำแล้วก็จะมีเขม่าที่สูงมากเป็นเขม่าสีดำก็จะมีปัญหาในเรื่องของ PM 2.5 การระคายเคืองในระบบทางเดินหายใจดังนั้นต้องอพยพนะครับอย่างน้อย 1 กมและต้องใส่หน้ากากป้องกัน pm 2.5 เกรดนี้เท่านั้นนะครับ
ในส่วนการเผาไหม้ที่บริเวณโรงงานที่เก็บน้ำมันนี้นะครับ จะต้องระมัดระวังเรื่องก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ด้วย ตัวนี้เป็นตัวอันตรายนะครับมันจะไปบล็อกไม่ให้ฮีโมโกลบินขนถ่ายออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง ก็จะทำให้ถึงขั้นสลบแล้วเสียชีวิตได้นะครับ
ผู้ปฏิบัติงานต้องใส่หน้ากากที่มีถังออกซิเจนช่วย การดับเพลิงต้องใช้เคมีดับและใช้น้ำเพื่อเลี้ยงไม่ให้เพลิงขยายตัว และที่สำคัญต้องระมัดระวังเรื่องการระเบิดซ้ำ ทางโรงงานน่าจะมีระบบที่ระบายแรงดันออก เพื่อไม่ให้เกิดการระเบิด ขอเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ทุกคนครับ”
ที่มา:
https://productsandsolutions.pttgcgroup.com/th/products/olefins-detail/pyrolysis-gasoline-pygas




