โรคไอกรนคร่าชีวิตเด็กไปแล้ว 2 ราย ติดเชื้ออยู่กว่า 126 ราย

โรคไอกรนคร่าชีวิตเด็กไปแล้ว 2 รายที่ปัตตานี ติดเชื้ออยู่กว่า 126 ราย แพทย์กังวลในเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี
เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ของ "โรคไอกรน" ในจังหวัดปัตตานี น่ากังวลเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุด มีจำนวนผู้ป่วยไอกรนอยู่ที่ 126 ราย กระจายในหลายอำเภอ และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย แรกรายเป็นเด็กทารกอายุ 18 วัน อยู่ที่อำเภอเมืองปัตตานี และรายที่สอง เป็นเด็กเล็กอายุ 1 เดือน 28 วันเท่านั้น อยู่ที่อำเภอหนองจิก
โดยโรคไอกรน เป็นโรคติดต่อในระบบทางเดินหายใจชนิดหนึ่ง มีสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรีย บอร์เดเทลลา เพอร์ทัสซิส หลังติดเชื้อในช่วงแรก จะมีอาการคล้ายเป็นหวัด เช่น ไอ มีไข้ น้ำมูกไหล จากนั้น ผู้ป่วยจะมีอาการไอต่อเนื่องอย่างรุนแรง และมีเสียงไอที่เป็นเอกลักษณ์หรือเสียงดัง (ไอมีเสียงที่เกิดจากการหายใจลําบาก) ทารกและเด็กเล็ก จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้มากที่สุด ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
ส่วนการป้องกันโรคไอกรน ทำได้ด้วยการฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน แพทย์จะฉีดวัคซีนรวม คอตีบ บาดทะยัก ไอกรน โดยเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 7 ปี เริ่มฉีด 3 เข็มแรก เมื่อเด็กที่มีอายุ 2 เดือน , 4 เดือน , 6 เดือน และเข็มที่ 4 เมื่อเด็กมีอายุ 18 เดือน จากนั้น ควรฉีดวัคซีนกระตุ้น เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันหลังฉีด และในผู้ที่กําลังตั้งครรภ์ แพทย์จะแนะนําให้ฉีดวัคซีนในช่วงสัปดาห์ที่ 27 และ 36 ของการตั้งครรภ์ ซึ่งอาจช่วยปกป้องทารกจากโรคไอกรน ในช่วง 2-3 เดือนแรกหลังการคลอดอีกด้วย

นายแพทย์อนุรักษ์ สารภาพ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปัตตานี ให้สัมภาษณ์ว่า เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นจัดการควบคุมโรค แต่ปัญหาของจังหวัดปัตตานีคือ ความครอบคลุมของวัคซีน ทำให้การระบาดค่อนข้างจะรวดเร็ว จากที่ลงพื้นที่ทราบว่า ส่วนใหญ่คนในบ้านจะเป็นกันหมดและจะแพร่ไปที่เด็ก ซึ่งคนที่เป็นโรคไอกรน หากเป็นผู้สูงอายุหรือผู้ใหญ่ อาการที่แสดงออกมาจะไม่รุนแรงเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นเด็กอาการจะรุนแรง ซึ่งตอนนี้มีการกระจายไปทุกอำเภอ ในจังหวัดปัตตานีแล้ว
ขณะนี้ เจ้าหน้าที่จะเน้นการควบคุม คือการค้นหาโรคให้เร็ว และการฉีดวัคซีนในเด็ก รวมทั้งเน้นการฉีดวัคซีนในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดไปสู่เด็กแรกคลอด เนื่องจาก มีเด็กแรกคลอด 18 วัน เสียชีวิตจากโรคนี้โดยได้รับเชื้อมาจากแม่ในช่วงตั้งครรภ์
ยอมรับว่า เจ้าหน้าที่กังวลโรคนี้ในเด็กเล็กที่มีอายุน้อยกว่า 1 ปี โดยที่ผ่านมา ทางจังหวัดปัตตานีมีความครอบคลุมของวัคซีนอยู่ที่ 40 เปอร์เซ็นต์ เมื่อมีการแพร่ระบาดจึงขยายรวดเร็ว แต่ปัจจุบันนี้วัคซีนมีเพียงพอเหลือเฟือสำหรับผู้ที่จะพาลูกหลานมารับวัคซีน เพราะได้รับการสนับสนุนมาจากทางกระทรวงสาธารณสุขเรียบร้อยแล้ว ยืนยันว่า ไม่มีปัญหาของการขาดแคลนของวัคซีนแล้ว จึงขอให้ประชาชนทุกคนพาบุตรหลานเข้ามารับวัคซีนได้โดยทันที




