เปิดสถิติเด็กถูกล่วงละเมิดทางเพศมากขึ้น ส่วนใหญ่ฝีมือคนในครอบครัว

เครือข่ายด้านสิทธิเด็ก เปิดเผยสถานการณ์เด็กถูกล่วงละเมิดทางเพศเพิ่มมากขึ้น ส่วนใหญ่ถูกคนในครอบครัวกระทำ แต่มีเด็กเข้าแจ้งขอความช่วยเหลือน้อย
(15 ม.ค. 67) มูลนิธิเด็ก เยาวชน และครอบครัวมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล และเครือข่าย ถอดบทเรียนจากเด็กนักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ถูกครูล่วงละเมิดทางเพศ โดยมีการข่มขู่คุกคาม ในช่วงการต่อสู้คดี ต่อมาศาลจังหวัดมุกดาหารพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตรุ่นพี่ 2 คน และครู 2 คน เนื่องจากมีหลักฐานเชิงประจักษ์
ข้อมูลจากกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พบว่าในช่วงปี 2564- 2566 มีข้อมูลเด็กที่แจ้งเข้ามาขอความช่วยเหลือเพียง 1,020 กรณีเท่านั้น
นางมยุรี อึ้งตระกูล หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดขอนแก่น และอดีตหัวหน้าบ้านพักเด็ก จ.มุกดาหาร เปิดเผยว่า จากการทำงานช่วยเหลือเด็กพบว่าแต่ละจังหวัดมีสถิติเด็กถูกล่วงละเมิดทางเพศไม่เท่ากัน เช่นที่ จ.ขอนแก่นพบเด็กถูกล่วงละเมิดทางเพศมากขึ้น โดยส่วนใหญ่เด็กถูกล่วงละเมิดทางเพศจากคนในครอบครัว นอกจากนี้ยังพบว่า เกือบทุกเคสเด็กเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย เนื่องจากคนในสังคมเริ่มไม่เพิกเฉยต่อปัญหา
แต่ขณะเดียวกันยังมีจำนวนเด็กอีกจำนวนมาก ที่ตกเป็นเหยื่อแต่ไม่กล้าขอความช่วยเหลือ ขณะที่การทำงานของกระทรงงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งบ้านพักเดผ้ก มีหน้าที่เป็นสถานแรกรับเด็กที่ประสบแญหา โดยมีระยะเวลาดูแล 90 วันในการดูแลสุขภาพกาย สภาพจิตใจ และสร้างกำลังใจ เพื่อให้เด็กที่ถูกกระทำมีสภาพจิตใจที่ดีขึ้น ก่อนเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองพยาน โดยจากข้อมูลพบว่าในช่วงที่เกิดปัญหา เด็กไม่กล้าแจ้งผู้ปกครอง เพราะด้วยคู่กรณีเป็นครูหรือผู้ใหญ่กว่า ดังนั้น จึงเสนอให้คนในครอบครัวมีทักษะการฟัง ทำให้เกิดความไว้วางใจในเรื่องเล็กๆ จนสามารถแรึกษาเรื่องใหญ่ได้
ด้านนางทิชา ณ นคร ที่ปรึกษามูลนิธิเด็ก เยาวชนและครอบครัว ระบุว่าแระเทศไทยได้ลงนามในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กของสหประชาชาติ ซึ่งรัฐบาลมีหน้าที่ให้การคุ้มครองสิทธิเด็กให้ปลอดภัยให้ปลอดภัยในชีวิตทั้งที่บ้าน โรงเรียน และสังคม ซึ่งปี 2567 รัฐบาลไทยลงนามอนุสัญญามานานกว่า 32 ปี แต่สถานการณ์พบว่าเด็กไทยยังมีความเสี่ยงถูกทำร้ายและล่วงละเมิดทางเพศมากขึ้นโดยเฉพาะในบ้าน และโรงเรียน ซึ่งที่โรงเรียนคนที่ละเมิดทางเพศเป็นครูส่วนใหญ่ เพราะด้วยการใช้ระบบอำนาจชายเป็นใหญ่ทั้งวัยและระบบการปกครอง ทำให้เด็กที่ตกเป็นเหยื่อไม่กล้าที่ขอความช่วยเหลือ
ด้านนางสาวจิราภรณ์ เพชรหนูเสด นักวิชาการยุติธรรมชำนาญการ สำนักงานคุ้มครองพยาน กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ระบุว่า เด็กที่ถูกกระทำจากความรุนแรงทางเพศ และกาย ตามหลักผกฎหมายคือผู้เสียหายคดีอาญา ซึ่งกระทรวงมีงบประมารในการเยียวยาตามพ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายเพื่อให้ญาติและเด็กพร้อมต่อสู้ และทำหน้าที่พยานในชั้นศาล
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ ระบุว่า กระทรวงศึกษาธิการ มีแนวทางในการจัดการปัญหาความรุนแรงทางเพศในโรงเรียน แต่ด้วยมีสมาชิกจำนวนมาก และส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในโรงเรียนขยายโอกาส โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ในพื้นที่ต่างจังหวัด เพราะมีระบบอำนาจนิยม
กระทรวงศึกษาทำได้เพียงตั้งรับปัญหา เมื่อเกิดเหตุการณ์ครูล่วงละเมิดหรือกระทำจะมีการประชุมคณะผู้บริหารในพื้นที่การศึกษา แต่มักจะพบว่าคนในองค์กรที่ทำผิด มักจะช่วยกันปกปิดเพื่อช่วยเพื่อน ซึ่งสิ่งที่ต้องปรับค่านิยมในเรื่องนี้ คือ ว่าตามกฎหมาย ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และพยายามปรับทัศนคติของบุคลากรในสถานศึกษาเพื่อไม่ให้ใช้วิธีปิดข่าว โดยหลังจากนี้หากเกิดเหตุ จะมีคำสั่งย้ายออกจากโรงเรียนพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อป้องกันไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน




