"ชัยวัฒน์" ซัดเดือดกลุ่มออฟโรดอ้างแจกของ รร. แต่ขับรถแช่ลำธาร-บินโดรนกลาง "ทุ่งใหญ่นเรศวร"

ข่าวเวิร์คพอยท์
"ชัยวัฒน์" ซัดเดือดกลุ่มออฟโรดอ้างแจกของ รร. แต่ขับรถแช่ลำธาร-บินโดรนกลาง "ทุ่งใหญ่นเรศวร"

"ชัยวัฒน์" ซัดเดือดกลุ่มออฟโรดอ้างแจกของ รร. แต่ขับรถแช่ลำธาร-บินโดรนกลาง "ทุ่งใหญ่นเรศวร" จี้เจ้าหน้าที่หากปล่อยผ่านเจอ ม.157 แน่ ลั่นอย่าใช้ความใจบุญทำลายธรรมชาติ!

(4 มิ.ย. 69) นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ได้โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ วิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมของกลุ่มออฟโรดกลุ่มหนึ่งอย่างรุนแรง โดยระบุว่าพฤติกรรมดังกล่าวเรียกว่า “ขาดสำนึก” พร้อมขอบคุณเพจ Aeromechx ที่ช่วยเผยแพร่ภาพพฤติกรรมของกลุ่มออฟโรดนี้ ที่ขับรถยนต์ลงไปแช่ในลำธารและบินโดรนกลาง “ทุ่งใหญ่นเรศวร” ผืนป่ามรดกโลก โดยอ้างว่าเดินทางมาแจกสิ่งของให้แก่โรงเรียนบ้านเกาะสะเดิ่ง แต่พฤติกรรมดังกล่าวนั้นขัดต่อกฎหมายป่าไม้อย่างชัดเจน และได้ย้ำเตือนว่า “อย่าเอาความใจบุญ มาเป็นใบเบิกทาง ในการทำลายธรรมชาติครับ”

สำหรับทุ่งใหญ่นเรศวร มีสถานะเป็น “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า” (Wildlife Sanctuary) ระดับมรดกโลกของยูเนสโก ซึ่งถูกควบคุมด้วยกฎหมายพิเศษที่เข้มงวดมาก คือ พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 แม้สังคมจะเข้าใจและชื่นชมในความตั้งใจนำอุปกรณ์การเรียนไปแจกเด็ก ๆ แต่การเอารถยนต์ลงไปในน้ำและการบินโดรนส่วนตัว ถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายและทำลายระบบนิเวศอย่างร้ายแรง

เนื่องจากกฎหมายระบุไว้ชัดเจนว่า การขับขี่ยานพาหนะลงไปในลำธารหรือพื้นที่ธรรมชาติที่ไม่มีเส้นทางรถยนต์อย่างเป็นทางการ ถือเป็นการขับรถออกนอกเส้นทางที่เจ้าหน้าที่กำหนด มีความผิดฐาน "กระทำการใด ๆ ให้เป็นอันตราย หรือเสื่อมสภาพแก่ธรรมชาติ ดิน หินกรวด ทราย หรือทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ" โดยน้ำหนักของรถยนต์หลายตันจะกดทับลงบนพื้นกรวดและทรายใต้น้ำ ทำลายชั้นดินและที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตในน้ำขนาดเล็ก ทั้งยังเสี่ยงต่อการมีคราบน้ำมัน คราบจาระบี หรือสารเคมีจากตัวรถรั่วไหลลงสู่แหล่งน้ำ ซึ่งสายน้ำแห่งนี้คือ "น้ำต้นทุน" ที่สัตว์ป่าทุกตัวในป่ามรดกโลกต้องใช้ดื่มกิน

นายชัยวัฒน์ ยังได้ส่งคำเตือนไปยังเจ้าหน้าที่รัฐว่า ต่อให้กลุ่มท่องเที่ยวจะทำหนังสือขอเข้าพื้นที่อย่างถูกต้อง แต่เจ้าหน้าที่หน้างาน "ไม่มีสิทธิ์อนุญาต" ให้เอารถลงไปขับในลำธารหรือตั้งแคมป์กลางน้ำเด็ดขาด หากเจ้าหน้าที่คนไหนเซ็นยินยอมหรือปล่อยผ่าน จะมีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ทันที

นอกจากนี้ พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามรดกโลกยังถูกจัดเป็นพื้นที่อ่อนไหวสูงสุดและเป็น เขตห้ามบินเด็ดขาด (No Fly Zone) การจะนำโดรนขึ้นบินได้มีเงื่อนไขที่ผ่านยากมาก โดยทางเพจ Aeromechx ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า หัวหน้าอุทยานฯ ไม่มีอำนาจอนุมัติ หากจะบินโดรน ต้องทำหนังสือล่วงหน้า 15-30 วัน ส่งตรงถึง "อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช" ส่วนกลาง ณ กรุงเทพมหานคร เป็นผู้ลงนามอนุมัติเท่านั้น

ที่สำคัญ ไม่มีช่องทางกฎหมายให้บินเพื่อความบันเทิง กรมอุทยานฯ จะออกใบอนุญาตให้เฉพาะกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ หรือการศึกษาวิจัยจริง ๆ เท่านั้น ไม่มีนโยบายออกใบอนุญาตให้บินโดรนเพื่อการท่องเที่ยว ทำคอนเทนต์ส่วนตัว หรือถ่ายภาพรีวิวรถยนต์เด็ดขาด หากฝ่าฝืนจะมีความผิดตามมาตรา 24 และ 25 ห้ามบังคับอากาศยานไร้คนขับโดยไม่ได้รับอนุญาต และฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงาน มีโทษปรับและดำเนินคดีตามระเบียบทันที

ในช่วงท้าย นายชัยวัฒน์ ระบุว่า ความตั้งใจดีในการช่วยเด็กนักเรียนในถิ่นทุรกันดารเป็นสิ่งประเสริฐ แต่ต้องแยกแยะให้ออกระหว่างการทำบุญกับการทำลายป่า ถ้าอยากเข้าไปช่วยชุมชน ต้องเคารพเจ้าของบ้าน ซึ่งก็คือผืนป่าและสัตว์ป่าที่นี่ด้วย การขับรถลุยน้ำแช่ลำธารป่าต้นน้ำและการบินโดรนรบกวนสัตว์ป่า จึงเป็นพฤติกรรมที่ไร้จิตสำนึกอย่างยิ่ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง