"ป๋อง สุพรรณ"เล่าอีกมุมหนังคนละม้วน"พจน์ ท่าพระจันทร์"

"ป๋อง สุพรรณ"เล่าอีกมุมหนังคนละม้วน"พจน์ ท่าพระจันทร์" ย้ำไม่ได้ดิสเครดิต แต่ป้องภาพลักษณ์วงการ
(12ส.ค.69) ดร.เสมอ งิ้วงาม หรือ “ป๋อง สุพรรณ” เซียนพระเครื่องชื่อดัง ให้สัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์กับทีมข่าวเวิร์คพอยท์ กรณีข่าว“พจน์ ท่าพระจันทร์” โดยป๋อง สุพรรณ บอกว่า ข้อมูลบางส่วนที่ "พจน์ ท่าพระจันทร์" นำเสนอออกมาก่อนหน้านี้ยังไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่ตนได้รับจาก“มือที่สาม”ซึ่งเป็นผู้ที่รับฝากดูพระให้เจ้าของพระตั้งแต่แรก
ป๋อง สุพรรณ ระบุว่า ตนเองไม่ได้รู้จักกับเจ้าของพระโดยตรง และไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์วันที่นำพระไปตรวจสอบ แต่ได้รับการติดต่อจากผู้ใหญ่ที่ตนเคารพ ซึ่งเป็นญาติกับเจ้าของพระ ได้ฝากให้ตนช่วยดูแลเรื่องนี้
สำหรับประเด็นแรกที่ ป๋อง สุพรรณ ระบุว่าข้อมูลไม่ตรงกัน คือ จำนวนครั้งที่เจ้าของพระนำพระไปให้พจน์ ท่าพระจันทร์ ตรวจสอบ ก่อนหน้านี้ฝั่งพจน์ มีการให้ข้อมูลในลักษณะว่าเจ้าของพระเคยเข้ามาใช้บริการหลายครั้งประมาณ 3 - 4 ครั้ง และแต่ละครั้งมีการนำพระเข้ามาเป็นจำนวนมาก แต่จากข้อมูลที่ ป๋อง สุพรรณ ได้รับจากมือที่สาม ระบุว่า เจ้าของพระนำพระชุดดังกล่าวไปให้พจน์ ตรวจสอบเป็นครั้งแรก และมีพระจำนวนแค่ 14 องค์ เท่านั้น
ต่อมาอีกประเด็นสำคัญคือจำนวนพระที่ถูกนำไปและจำนวนพระที่นำกลับมา ป๋อง สุพรรณ ยืนยันจากข้อมูลที่ตนได้รับว่า พระที่นำกลับมามีจำนวน 14 องค์ ซึ่งเหรียญหลวงปู่ทิม ที่ได้กลับมาเป็นเนื้อทองแดง
ป๋อง สุพรรณ ยังยืนยันอีกว่า เจ้าของพระมีพระทองคำอยู่เพียงองค์เดียว และก่อนนำไปให้พจน์ ตรวจสอบ เจ้าของพระมีภาพถ่ายพระองค์ดังกล่าวทั้งด้านหน้าและด้านหลังเก็บไว้เป็นหลักฐาน และอีกจุดที่ข้อมูลสองฝ่ายแตกต่างกันคือเรื่องที่เจ้าของพระแจ้งว่าพระ “หาย” หรือถูก “สลับ” ก่อนหน้านี้ฝั่งพจน์ มีการเผยแพร่คลิปเสียงของเจ้าของพระในลักษณะที่พูดถึงเรื่องพระหาย และมีการติดต่อขอคืนพระกัน ก่อนมีการตกลงซื้อขายกันภายหลัง
ป๋อง สุพรรณ บอกว่า จากข้อมูลที่ได้รับจากมือที่สาม เจ้าของพระให้ข้อมูลในอีกลักษณะหนึ่งว่า พระถูกสลับ และเมื่อพบว่าพระที่ได้กลับมาไม่ใช่องค์เดิม จึงมีการโทรศัพท์ติดต่อกลับไปเพื่อสอบถามและเคลียร์เรื่องดังกล่าว ซึ่งประเด็นนี้น่าสนใจว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากเจ้าของพระรับพระกลับไป โดยข้อมูลฝั่งพจน์ บอกว่า หลังจากเจ้าของพระนำพระกลับไป เจ้าของพระมีการติดต่อกลับมาในลักษณะว่า“พระหาย”ก่อนจะมีการพูดคุยและเคลียร์ปัญหากัน และต่อมามีการตกลงซื้อขายพระในจำนวนเงิน 9 ล้านบาท
ขณะที่ข้อมูลจากป๋อง สุพรรณ ซึ่งได้รับมาจากมือที่สาม ระบุลำดับเหตุการณ์อีกแบบว่า หลังเจ้าของพระนำพระกลับไป ได้มีการนำพระไปให้มือที่สามตรวจสอบอีกครั้ง ก่อนพบว่า พระที่กลับมาไม่ตรงกับองค์เดิม โดยเฉพาะมีเหรียญหลวงปู่ทิมเนื้อทองแดง ซึ่งเจ้าของพระยืนยันว่าไม่ใช่พระของตัวเอง ทั้งที่เดิมมีเหรียญทองคำอยู่เพียงองค์เดียวจึงเกิดข้อสงสัยว่าพระอาจถูกสลับ จากนั้นจึงมีการโทรศัพท์กลับไปพูดคุยกับพจน์ (จนเกิดเป็นที่มาของคลิปเสียงที่ ป๋อง สุพรรณ ปล่อย)
สำหรับเงินจำนวน 9 ล้านบาท ป๋อง สุพรรณ ระบุว่า มีการโอนเงินจำนวนดังกล่าวจริง แต่ไม่ขอยืนยันรายละเอียดว่าเป็นการซื้อขายในลักษณะใด โดยมองว่าประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าฝ่ายใดจะได้กำไรจากการซื้อขาย แต่อยู่ที่ที่มาของพระว่าเหตุใดพระที่นำไปตรวจสอบจึงกลับมาไม่ตรงกับองค์เดิม และเหรียญทองแดงองค์ที่เพิ่มขึ้นมานั้นมาจากไหน
ป๋อง สุพรรณ ยังย้ำว่า เรื่องดังกล่าวไม่เกี่ยวกับการแข่งขันทางการค้าในวงการพระ และตนไม่ได้ออกมาให้ข้อมูลเพราะมีความขัดแย้งหรือแข่งขันกับพจน์ แต่ต้องการให้สังคมได้รับทราบข้อเท็จจริงอีกด้านหนึ่ง เพราะเกรงว่าหากปล่อยให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน อาจทำให้คนในสังคมเสื่อมศรัทธาต่อวงการพระเครื่องโดยรวม
ทั้งนี้ ป๋อง สุพรรณ ยืนยันว่า ตนเองไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์และไม่ได้พบกับเจ้าของพระโดยตรง ข้อมูลส่วนใหญ่ที่นำมาเปิดเผยเป็นข้อมูลที่ได้รับจาก “มือที่สาม” ซึ่งเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับการดูพระตั้งแต่ต้น จึงขอให้แยกส่วนระหว่างข้อเท็จจริงที่ตนรับทราบกับข้อกล่าวหาที่ต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติม
ส่วนเจ้าของพระนั้น ป๋อง สุพรรณ ระบุว่า เป็นผู้ที่ไม่ต้องการมีเรื่องและยังไม่ได้ตัดสินใจดำเนินคดี โดยก่อนหน้านี้ตนเคยแนะนำให้แจ้งความ แต่เจ้าของพระไม่ต้องการทำลายอนาคตหรือสร้างปัญหาให้ใคร และกำลังรอดูว่าพระจะถูกนำกลับคืนมาอย่างไร
สรุปแล้วตอนนี้ “เหรียญเสมาหลวงปู่ทิม 8 รอบ เนื้อทองคำลงยา” อยู่กับ พจน์ ท่าพระจันทร์ จากการถูกเช่าไปในราคา 9,000,000 บาท ขณะที่เหรียญหลวงปูjทิม เนื้อทองแดงที่สลับมายังคงอยู่กับเจ้าของพระ




