"การบินไทย" แจงแล้วเครื่องดื่มร้อนหกใส่ผู้โดยสาร ขอรับผิดชอบค่ารักษา พร้อมเยียวยา

"การบินไทย"แจงแล้วเครื่องดื่มร้อนหกใส่ผู้โดยสาร ขอรับผิดชอบค่ารักษา พร้อมเยียวยา สั่งสอบพนักงานที่เกี่ยวข้องตามระเบียบ
(10ธ.ค.66) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ขอแสดงความเสียใจเป็นอย่างยิ่งกรณีผู้โดยสารบนเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ ไปยังเชียงใหม่ประสบเหตุเครื่องดื่มร้อนหกรดจนเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บต้องเข้ารับการรักษาตัว
การบินไทย ระบุต่อไปว่า โดยบริษัทฯ มิได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและอยู่ระหว่างประสานผู้โดยสารเพื่อรับทราบรายละเอียด ติดตามอาการบาดเจ็บและการรักษาพยาบาลของผู้โดยสารอย่างใกล้ชิด โดยบริษัทฯ ยินดีรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล รวมถึงนำเสนอมาตรการเยียวยาให้ผู้โดยสารท่านที่ประสบเหตุพิจารณาต่อไป
การบินไทย ระบุอีกว่า ในส่วนของการตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ บริษัทฯ อยู่ระหว่างดำเนินการตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง และจะประสานแจ้งผู้โดยสารถึงความคืบหน้าเป็นระยะ และจะได้นำข้อเท็จจริง ปัญหา ข้อบกพร่องที่พบมาปรับปรุงการให้บริการเพื่อมิให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ต่อผู้โดยสารท่านอื่นในอนาคตต่อไป
"บริษัทฯ รู้สึกเสียใจและขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารในครั้งนี้" การบินไทย ระบุ
สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวได้รับการเปิดเผยจากผู้โดยสารรายหนึ่งที่โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า วันนี้ผมเดินทางมาที่เชียงใหม่ กับสายการบินไทย ตามปกติ แต่แล้ว ตั้งแต่เช็กอินที่ตู้ ที่นั่งบนเครื่องเต็มหมด ได้ที่นั่งตรงกลาง (56J) ไม่สามารถขยับเปลี่ยนที่นั่งได้
ผู้โดยสารรายนี้ ระบุต่อไปว่า ระหว่างเดินทางบนเครื่องบิน แอร์ TG ก็เสิร์ฟกาแฟ แต่แปลกใจที่ปกติ เวลาเดินทางจะเห็นเขาวางใส่ถาดเสิร์ฟทีละแก้ว แต่ครั้งนี้ เขาเพิ่งเทใส่แก้วร้อน ๆ หลาย ๆ แก้วแล้ว หยิบให้ผู้โดยสาร ระหว่างที่แอร์ส่งแก้วกาแฟให้ผู้โดยสารติดริมหน้าต่าง ซึ่งยื่นมือมารับตรงกลางที่ผมนั่งอยู่ กาแฟแก้วนั้นหลุดจากมือแอร์และหกใส่ตัวและแขนผม ซึ่งร้อนมาก ผู้โดยสารข้าง ๆ ผมขยับตัวให้ผมออกไปล้างตัว อีกคนหนึ่งยกมือไหว้ขอโทษผม
ผู้โดยสารรายนี้ ระบุอีกว่า ผมเข้าห้องน้ำ เอาน้ำประคบอยู่พักนึง จนแจ้งแอร์ว่ามียาไหมครับ ผมร้อนและแสบมากขึ้นเรื่อย ๆ เขาดูตกใจ เหมือนไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นมาก่อน บอกแค่ล้างน้ำไปค่ะ เรื่อย ๆ เลย แล้วเอามือกดที่ก๊อกให้ ผมก็เริ่มไม่มั่นใจแล้วว่ามันจะช่วยผมได้ไหม จนต้องถามเขาว่ามีน้ำแข็งไหมถึงเอามาให้ และกว่าเขาจะหายาให้ ผมทรมานมาก จนสั่น มึนหัวไปหมด พอได้ยามาทา ผิวหนังผมที่แดงก็พองออกแยกชั้นออกมา ซึ่งผมกลัว bleb มันแตกออกมาก ขอบคุณ อ.ก้อง ที่อยู่บนเครื่องบินลำนั้นกับผม
"ผมขอให้เขาช่วยเรียกอาจารย์มาช่วยเพราะผมเอาไม่อยู่แล้ว เริ่มปวดจนจะทนไม่ไหว ขอบคุณอาจารย์มากครับที่ช่วยประคบเย็นให้ผม ด้วยพื้นที่ที่ถูกน้ำร้อนหกใส่ ไม่สามารถจะประคบได้ทั่วถึงจริง ๆ สุดท้ายก็ถึงสนามบินเชียงใหม่ ผมรู้สึกจะไม่ไหวแล้ว สมองมันตื้อไปหมด แสบร้อนเอามากเลย" ผู้โดยสารรายนี้ ระบุ
ผู้โดยสารรายนี้ ระบุด้วยว่า ระหว่างออกจากเครื่องบิน แอร์ก็มาบอกผมว่า เนื่องจากไม่มีกล้องวงจรปิด ไม่รู้เห็นเหตุการณ์ ทางสายการบินไทย ไม่สามารถรับผิดชอบอะไรได้ และแจ้งให้ผมติดต่อค่าเสียหายจากผู้โดยสารคนข้าง ๆ นะคะ พอออกจากเครื่องบิน แอร์ส่งผมให้คนเข็นรถไปส่งห้องพยาบาล แล้วจากไป หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่สนามบินได้ดูแลเบื้องต้น และนำผมขึ้นรถ ambulance มาส่งที่ รพ สวนดอก ได้อย่างปลอดภัย (ผู้โดยสารที่นั่งข้างผมยกมือไหว้ขอโทษอยู่หลายรอบ และขึ้นมากับรถ ambulance ด้วย และอยู่ส่งผมจนปลอดภัยและออกจากห้องฉุกเฉิน)
"ขอบคุณ อ.นก ที่ส่งเฟลโลอองโคมาดูแลอย่างรวดเร็ว และตามมาดูอาการ ยืมเสื้อผู้ป่วยให้ผมใส่กลับมา ขอบคุณน้องเฟลโล่ onco และขอบคุณน้องโชกุน ลูกศิษย์ที่สอนมา แล้วบังเอิญได้เจอกันอีก ขอบคุณจริง ๆ ครับ" ผู้โดยสารรายนี้ ระบุ
ผู้โดยสารรายนี้ ระบุอีกด้วยว่า แต่อย่างไรก็ตามผมคิดว่ามาตรฐานสายการบินไทย ควรต้องปรับปรุง ทั้ง service mind มารยาท คำพูด และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ให้สมกับใช้ชื่อประเทศไทย มาเป็นชื่อสายการบิน ผมคงไม่ได้บอกว่าทั้งสายการบินนี้ไม่ดี แต่ผมคงเจอพนักงานแย่ๆของบริษัทนี้ ที่ทำให้ภาพลักษณ์ทั้งองค์กรแย่ไปด้วย
ผู้โดยสารรายนี้ ระบุทิ้งท้ายว่า ความรับผิดชอบของเหตุการณ์นี้ อยู่ตรงไหน พอผมออกจากเครื่องปุ๊บ คือคุณจบหน้าที่ของคุณแล้ว ผมผิดหวังจริง ๆ ครับ มากกว่านั้น คือตอนนี้ต้องไปทำแผลทุกวัน อาบน้ำโดนแผลไม่ได้ อย่างไรก็ดีฟาดเคราะห์ไปครับ Second degree burn ถ้าคุณไม่เคยโดนอย่างผม อย่าเลยครับ ขอให้ทุกคนอย่าได้เจอเหตุการณ์อย่างผม อย่าได้เจอแอร์ที่พูดจาแย่ๆและไม่มีความรับผิดชอบแบบนี้เลยครับ ปล.ที่ตัวว่าแดงแล้ว ที่แขนนี่พองนะครับ ร้องไห้
#ข่าวเวิร์คพอยท์23




