ทัวร์ลงฉ่ำ!!! หนุ่มโพสต์อวดเหยียบน้ำตาล ลั่นแรงน้ำตาลที่กินกัน ต้องผ่านส้นเท้ากูก่อน

ทัวร์ลงฉ่ำ!!! หนุ่มโพสต์อวดเหยียบน้ำตาล ลั่นแรงน้ำตาลที่กินกัน ต้องผ่านส้นเท้ากูก่อน ด้านน้ำตาลมิตรผลโร่แจง
(29 เม.ย.67) ทำเอาผู้บริโภคถึงกลับส่ายหน้า เมื่อเพจเฟซบุ๊ก โรส ได้แคปโพสต์ของพนง.รายหนึ่งที่ทำงานโรงงานน้ำตาล ที่ระบุว่า “ก่อนที่สูสิพากันได้กินน้ำตาลอยู่สุมื้อนี่ กะต้องผ่านส้นตีนกูหนิล่ะก่อน55555”
โดยเพจโรสได้ระบุข้อความว่า อ้าวอีนั่งนี่ แล้วคือ มิตรผล #น้ำตาลผ่านส้นตีน
หลังจากที่โพสต์มีคนเข้ามาคอมเมนต์
- อวสานมิตรผล
- รู้ผลเลย ณ บัดนี้
- มีโอกาสโดนฟ้อง 99%
- ได้งานใหม่เรียบร้อย
- ทั้งตีนทั้งไม้กวาด
ล่าสุดน้ำตาลมิตรผล ออกเอกสารชี้แจงว่า สืบเนื่องจากกรณีที่มีการโพสต์ภาพการบรรจุน้ำตาลที่ไม่ได้มาตรฐานลงบนสื่อสังคมออนไลน์เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2567
ทั้งนี้ เมื่อโรงงานฯ ได้รับทราบเหตุการณ์ดังกล่าว ก็มิได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด โดยได้เร่งให้ฝ่ายผลิตน้ำตาลและฝ่ายควบคุมคุณภาพของโรงงานฯ ดำเนินการตรวจสอบระบบการผลิตและบรรจุของน้ำตาลดังกล่าวโดยละเอียดทันที
ซึ่งจากผลการตรวจสอบ โรงงานฯ ขอเรียนชี้แจงว่า 1.ห้องที่อยู่ในภาพดังกล่าว เป็นห้องบรรจุน้ำตาลที่อยู่ในระหว่างการปิดปรับปรุง ตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา โดยภาพน้ำตาลที่เห็นคือน้ำตาลที่ค้างอยู่ในท่อบรรจุ ซึ่ง ณ วันที่มีการเผยแพร่ภาพ โรงงานฯ อยู่ระหว่างดำเนินการทำความสะอาดห้องและขนย้ายน้ำตาลทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการผลิตเอทานอลเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ และป้องกันมิให้กลับไปสู่กระบวนการบริโภค
2.กระบวนการผลิตน้ำตาลของโรงงาน ฯ เป็นระบบปิดที่ใช้เครื่องจักรอัตโนมัติตลอดทั้งกระบวนการ ภายใต้อุณหภูมิความร้อนสูง 65-100°C นอกจากนี้ กระบวนการผลิตและบรรจุสินค้ายังได้รับการรับรองมาตรฐานสากล GMP&HACCP และ FSSC 22000 จึงมั่นใจได้ว่ามีความสะอาด ปราศจากการปนเปื้อนตลอดทั้งห่วงโซ่การผลิตและมีการควบคุม ตรวจสอบการขนส่ง เคลื่อนย้าย การจัดเก็บอย่างถูกสุขลักษณะ ด้วยการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อตามระยะความถี่ที่เหมาะสม
โรงงานฯ ขอแจ้งให้ทราบว่าการเผยแพร่ภาพการบรรจุน้ำตาลที่ไม่ได้มาตรฐานนั้น เป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง จึงขอความร่วมมือทุกท่านงดนำเสนอ เผยแพร่ หรือส่งต่อข้อมูลและภาพดังกล่าวเพื่อป้องกันมิให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในสังคม
สุดท้ายนี้ โรงงานฯ ขอเรียนยืนยันถึงมาตรฐานและการควบคุมการผลิตน้ำตาลทุกประเภท ซึ่งเป็นไปตามหลักมาตรฐานสากล และคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคเป็นอันดับแรก





