เตรียมตั้งกรรมการสอบ ครูโรงเรียนสาธิตดังตบเด็กเพราะไม่เรียกแม่

ข่าวเวิร์คพอยท์
เตรียมตั้งกรรมการสอบ ครูโรงเรียนสาธิตดังตบเด็กเพราะไม่เรียกแม่

ผอ. โรงเรียนสาธิต ม.รามฯ ยอมรับคลิปครูตบหน้าเด็กเพราะเด็กไม่ยอมเรียกครูว่าแม่ เป็นเหตุที่เกิดขึ้นในโรงเรียนจริง ขณะนี้เรียกทั้ง 2 ฝ่ายมาพูดคุยสอบถามแล้ว และสั่งพักงานครูผู้ก่อเหตุแล้ว ส่วนบทลงโทษทางวินัย ฝ่ายวินัยของมหาวิทยาลัยเตรียมตั้งกรรมการสอบสวน

(28 ก.ย. 66) จากกรณีคลิปไวรัลเด็กนักเรียนชายถูกครูหญิงวัยกลางคนตบใบหน้าอย่างรุนแรงจนหน้ากากอนามัยที่สวมเอาไว้หลุด โดยคนโพสต์ซึ่งเป็นญาติของเด็กชายคนดังกล่าวระบุว่าสาเหตุมาจากที่ครูคนดังกล่าวบอกเด็กให้เรียกตนเองว่าแม่ แต่เด็กตอบไปว่า “ผมมีแม่คนเดียวครับ” จนครูเกิดโมโหลงมือไป แม้ในภายหลังเด็กชายจะยกมือขึ้นไหว้ขอโทษหลายครั้ง แต่ครูคนดังกล่าวยังต่อว่าต่อ และตบเข้าที่ใบหน้าของนักเรียนอีกที ก่อนที่จะมีคนมาช่วยแยกออกไป

ล่าสุดวันนี้ คุณเนย ณัฏฐ์ชนิตว์ ทีมข่าวเวิร์คพอยท์ ลงพื้นที่ไปยัง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง (ฝ่ายมัธยม) พูดคุยกับ นายธัชพล พลรัตน์ รองคณบดีฝ่ายโรงเรียนสาธิตฯ ฝ่ายมัธยม (ผู้อำนวยการโรงเรียน) ยอมรับว่าเหตุการณ์ตามคลิปนั้นเป็นเหตุที่เกิดในโรงเรียนของตนจริง โดยเกิดเมื่อวันที่ 14 มี.ค. ขณะที่โรงเรียนอยู่ในความดูแลของคณะผู้บริหารชุดเก่า

จากนั้นเมื่อวันที่ 21 ก.ย. ที่ผ่านมา เด็กนักเรียนคนดังลก่าวถูกครูคนเดิมใช้คำพูดต่อว่าให้เด็กรู้สึกเหมือนถูกด้อยค่า ทำให้นักเรียนคนดังกล่าวนำเรื่องที่เกิดขึ้นไปเล่าให้ทางผู้ปกครองฟัง ซึ่งผู้ปกครองก็เป็นครูที่อยู่ที่โรงเรียนสาธิต ม.รามฯ ด้วยเช่นกัน หลังจากนั้นตนได้เรียกนักเรียนและผู้ปกครองเข้ามาสอบถามถึงเหตุที่เกิดขึ้น

กระทั่งวัยที่ 26 ก.ย. ที่ผ่านมา ตนได้เรียกครูคนดังกล่าวเข้ามาสอบถาม ข้อมูลที่ได้พูดคุยกับทั้งสองฝ่ายนั้น ตนเองได้รวบรวมเพื่อที่จะส่งให้กับงานวินัยของมหาวิทยาลัยแล้ว และฝ่ายงานวินัย มหาวิทยาลัย จะตั้งกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริงหลังจากนี้ เพื่อหาข้อยุติให้เร็วที่สุด ส่วนสาเหตุที่ครูลงมือตบเด็กตนเองไม่สามารถบอกได้ ให้เป็นหน้าที่ของงานวินัย

สำหรับครูคนที่ปรากฏในคลิปนั้น เป็นครูสอนวิชาแนะแนว ซึ่งขณะนี้ตนเองได้สั่งพักงานแล้ว ส่วนผู้ปกครองของเด็กนักเรียนที่ถูกตบหน้านั้น ก็เป็นครูสอนอยู่ที่นี่เช่นเดียวกัน ทำให้เมื่อวานนี้ ตนเองได้เรียกทั้งสองฝ่ายเข้ามาพูดคุยร่วมกันในเบื้องต้น แต่ในเรื่องของการลงโทษทางวินัยนั้น ตนเองไม่สามารถตัดสินได้ จะต้องรอฝ่ายงานวินัยของมหาวิทยาลัยเป็นผู้ตัดสินต่อไป

ส่วนสภาพจิตใจของเด็กนักเรียนนั้น ตนเองได้มีการสอบถามซึ่งขณะนี้เด็กนักเรียนบอกว่าสบายดี และเข้มแข็งมากขึ้น เพราะมีทั้งเพื่อนร่วมชั้นเรียน และครูท่านอื่นๆ ให้กำลังใจ

ทั้งนี้ตนเองในฐานะผู้อำนวยการ ต้องขอโทษทางฝั่งของผู้ปกครองเด็กนักเรียน และนักเรียนที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น พร้อมกับมีการเรียกครูภายในโรงเรียนเข้ามาแนะแนวทางการปฎิบัติแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง