หนุ่มป่วยโรคประหลาด เกือบตายเพราะหมอไม่รู้จักโรค!

หนุ่มป่วยโรคประหลาด เกือบตายเพราะหมอไม่รู้จักโรค!

หนุ่มเกือบตายเพราะป่วยเป็นโรคประหลาด กินไม่ได้ กินแล้วอาเจียนออกหมด ไปหาหมอที่โรงพยาบาลเอกชนตามสิทธิประกันสังคมแต่หมอไม่รู้เป็นโรคอะไร รักษาอยู่เป็นเดือนสุดท้ายบอกเป็นอาการทางจิตสั่งตัวเองป่วยเพราะไม่อยากไปทำงาน ก่อนตัดสินใจมาหาหมอที่ รพ.รามา ถึงได้รับการรักษาอย่างถูกกับโรค

(30 ก.ย. 66) ผู้ใช้ TikTok ชื่อบัญชี @boongbank ออกมาเล่าเรื่องราวอาการป่วยของแฟนหนุ่มของเธอ โดยระบุว่าเมื่อวันที่ 8 เม.ย. 63 ช่วงที่ยังมีโรคโควิด-19 ระบาดหนัก แฟนของเธอกลับจากทำงานแล้วมีอาการแน่นหน้าอก อยากอาเจียน จึงไปหาหมอที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งซึ่งเป็นโรงพยาบาลตามสิทธิ์ประกันสังคม

หมอวินิจฉัยว่าน่าจะเป็นโรคกรดไหลย้อน จากนั้นจ่ายยารักษาตามอาการมา แต่ปรากฏว่ากินยาแล้วอาการไม่ดีขึ้น ไม่ว่าจะกินอะไรลงไปก็จะอาเจียนออกมาหมด หลังจากไปหาหมอครั้งแรก 1 สัปดาห์ แฟนของเธอก็กลับไปหาหมออีก โดยขอแอดมิตเพื่อให้น้ำเกลือ เนื่องจากกลัวว่าร่างกายจะไม่ไหวจนน็อกไป หมอที่โรงพยาบาลเอกชนดังกล่าวก็ลองส่องกล้องเพื่อตรวจอาการ แต่ก็ไม่พบว่าสาเหตุของอาการผิดปกตินั้นมาจากไหน

แฟนของเธอนอนให้น้ำเกลือดูอาการอยู่ราว 2-3 วัน แต่พอหาสาเหตุไม่เจอก็กลับมาอยู่บ้าน ก็ยังคงกินอะไรไม่ได้ทั้งสิ้น ทำได้แค่จิบน้ำทีละน้อยเพื่อประทังชีวิต ยาที่หมอให้มาก็กินไม่ได้ จนร่างกายซูบผอม ตอนนั้นครอบครัวพยายามช่วยทุกอย่าง ทั้งทางวิทยาศาสตร์ ไปหาหมอตามนัดและหมอก็ส่งต่อให้หมออีกหลายคนช่วยตรวจหาสาเหตุ และทางความเชื่อต่างๆ จนเพื่อนมาเยี่ยมที่บ้านเห็นสภาพร่างกายแล้วตกใจ แนะนำให้เข้ากรุงเทพไปหาหมอที่ รพ.รามาธิบดี ตอนแรกเธอและแฟนกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายเพราะเป็นโรงพยาบาลนอกสิทธิ์ประกันสังคม เพื่อนๆ ก็บอกว่าให้ไป เรื่องค่าใช้จ่ายเพื่อนๆ จะช่วยกันออกเอง

หลังจากนั้นเธอพยายามเดินเรื่อง จนโรงพยาบาลเอกชนที่เดิมทำเรื่องส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลรามาธิบดีภายใต้สิทธิประกันสังคมได้เป็นที่สำเร็จ โดยเธอบอกว่าหมอคนสุดท้ายที่แฟนเธอถูกส่งตัวไปหาในโรงพยาบาลเอกชนดังกล่าว ตรวจแฟนเธอด้วยการเอาไม้กดลิ้นมากดส่องดูโคนลิ้น แล้วบอกว่า “ญาติต้องทำใจนะครับ คนไข้น่าจะมีภาวะป่วยจิต แสร้งป่วย อาจเพราะไม่อยากไปทำงานในช่วงโควิด”

หลังเธอย้ายแฟนเธอเข้ามารักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้รับการรักษาอย่างดี และได้รู้ว่าอาการทั้งหมดที่แฟนของเธอเป็นมานั้นคืออาการของโรคอะคาเลเซีย หรือโรคหูรูดหลอดอาหารไม่คลายตัว ซึ่งเป็นโรคที่เกิดขึ้นได้ยาก ตอนที่แฟนของเธอไปรักษา หมอที่ตรวจให้เพิ่งเคยเจอเคสนี้มาแค่ 3 เคสเท่านั้น

หลังจากนั้นแฟนของเธอก็เข้าทำการผ่าตัดครั้งแรก ตอนนั้นแฟนเธอป่วยมาได้นานประมาณ 2 เดือน น้ำหนักลดลงไป 15 กิโลกรัม ผ่าตัดอยู่นานก่อนออกมานอนห้องไอซียูเนื่องจากระหว่างผ่าเกิดแก๊สรั่วจนตัวบวม แต่ตอนนั้นเธอไม่ได้โกรธคุณหมอ เพราะคุณหมอที่รักษาผ่าตัดให้นั้นดูแลใส่ใจเคสอย่างดี

หลังผ่าตัดอาการของแฟนเธอก็ดีขึ้น กลืนข้าวได้บ้างแล้วแต่ต้องกินข้าวคำน้ำคำอยู่ คุณหมอเจ้าของไข้ติดต่อมาเป็นระยะเพื่อติดตามอาการ ก่อนมีความเห็นว่าต้องมีการผ่าตัดครั้งที่ 2 เพราะถึงแม้จะกลืนอาหารได้แล้ว แต่การกลืนยังไม่ดี คุณภาพชีวิตยังไม่ดี จึงมีการนัดผ่าตัดหลังผ่านการผ่าตัดครั้งแรกไปแล้วประมาณ 1 ปี

หลังการผ่าตัดครั้งที่ 2 อาการของแฟนของเธอนั้นก็ดีขึ้นตามลำดับ แต่มีอาการข้างเคียงที่เพิ่งมาเกิดหลังการผ่าตัดคือมีเหงื่อออกที่ซีกขวาข้างเดียว บางครั้งซีกขวาชุ่มไปด้วยเหงื่อ แต่ซีกซ้ายแห้งสนิท และมีอาการหน้ามืดในบางครั้ง ซึ่งยังหาสาเหตุไม่พบ แต่คุณหมอบอกว่าจะพยายามรักษาให้ได้

ส่วนของโรงพยาบาลเอกชนที่แรกที่เธอไปหานั้น เธอบอกว่าหลังทราบว่าแฟนของเธอป่วยเป็นโรคอะคาเลเซีย ทางผู้อำนวยการโรงพยาบาลได้โทรกลับมาขอโทษ พร้อมทั้งขอร้องเธอและแฟนไม่ให้ร้องเรียนโรงพยาบาล

ข่าวที่เกี่ยวข้อง