อ.นิติศาสตร์ มช. มองปมฉาวสมรักษ์กับสาว 17 ผู้ชายถูกกล่าวหา แต่เรากำลังฆ่าหญิงสาว

อ.นิติศาสตร์ มช. มองปมฉาวสมรักษ์กับสาว 17 ผู้ชายถูกกล่าวหา แต่เรากำลังฆ่าหญิงสาว
(17 ธ.ค.66) รศ.สมชาย ปรีชาศิลปกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โพสต์ข้อความลงในเพจ “ศูนย์วิจัยฯ มหาวิทยาลัยหน้าบางแห่งหนึ่ง” ระบุหัวข้อว่า ผู้ชายถูกกล่าวหา แต่เรากำลังฆ่าหญิงสาว
รศ.สมชาย ระบุว่า ผู้ชายคนนั้นถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศต่อหญิงสาวที่ยังเป็นเยาวชน คำถามที่ควรเกิดขึ้นก็คือว่าเขาได้กระทำผิดต่อกฎหมายตามที่ถูกกล่าวอ้างหรือไม่ เขาควรต้องตกเป็นวัตถุแห่งการสืบค้นหาความจริง (object of investigation) เช่น เขาได้กระทำการอย่างไร เขารู้และมีเจตนาในการกระทำดังกล่าวหรือไม่ เขาเคยมีประวัติในลักษณะดังกล่าวมาก่อนหรือไม่ เป็นต้น
แต่ดูราวกับว่าผู้คนจำนวนไม่น้อยต่างหันความสนใจไปสู่การสืบค้นว่าผู้หญิงถูกข่มขืนจริงหรือไม่ รูปร่างหน้าตาและประวัติของเธอเป็นอย่างไร (ภาพถ่ายในชุดว่ายน้ำ ภาพเที่ยวเตร่สถานที่ยามค่ำคืน กระจายไปทั่วสื่อสมัยใหม่) เธอเคยกระทำการในลักษณะเช่นนี้มาก่อนหรือไม่ เป็นต้น คำถามต่อเหตุการณ์จึงได้เปลี่ยนไปจาก “ผู้ชายคนนั้นได้ข่มขืนหรือไม่” กลายเป็นคำถามใหม่ว่า “ผู้หญิงถูกข่มขืนจริงหรือไม่” อันทำให้หญิงสาวกลายมาเป็นวัตถุแห่งการสืบค้นของกระบวนการนี้ (women are object of the process)
นิติศาสตร์แนวสตรีนิยม (Feminist Jurisprudence) เสนอความเห็นมานานแล้วว่ากฎหมายไม่เป็นกลางทางเพศหากเอียงเข้าหาเพศชายเป็นสำคัญ แม้จะได้มีความพยายามในการปรับแก้กฎหมายที่เป็นลายลักษณ์อักษรเกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง แต่ความรู้สึก ความเข้าใจในการเผชิญกับความยุ่งยากที่เกิดขึ้นผ่านกฎหมายก็ยังคงอยู่ภายใต้แนวความคิดที่เอนเอียงทางเพศ
ข้อสรุปที่ปรากฏขึ้นกับเหตุการณ์ในขณะนี้ก็คือ แม้ผู้ชายคนนั้นถูกกล่าวหา แต่สังคมกลับกำลังเข่นฆ่าหญิงสาวลงอย่างเลือดเย็น
อย่างไรก็ตาม เมื่อโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่มีการแชร์ต่อไป และมีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์เข้ามาคอมเมนต์อย่างกว้างขวาง โดยความเห็นแยกออกเป็น 2 แนวทาง ส่วนหนึ่งเห็นด้วยให้เป็นหน้าที่กระบวนการยุติธรรม ไม่ควรไปทำร้ายเหยื่อ เพราะแค่โดนละเมิดทางเพศ ก็เหมือนตกนรกทั้งเป็นแล้ว แต่ก็ยังมีการสะท้อนความเห็นต่างว่า บางคนก็เอาคำว่าเยาวชนเป็นเกราะ จะกล่าวหาใครก็ควรมีพยานหลักฐานชัดเจน ไม่แปลกที่ฝ่ายหญิงจะถูกตรวจสอบไปด้วย ถ้าเชื่อทั้งหมดในสิ่งที่ฝ่ายหญิงพูด อันนี้สิแปลก ควรต้องให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย




