วาสนา นาน่วม เผย ทหารไทยพร้อมรบทุกฤดู! กองทัพยัน F-16 - Gripen บินทิ้งระเบิดได้แม้ฝนตกหนัก

ข่าวเวิร์คพอยท์
วาสนา นาน่วม เผย ทหารไทยพร้อมรบทุกฤดู! กองทัพยัน F-16 - Gripen บินทิ้งระเบิดได้แม้ฝนตกหนัก

วาสนา นาน่วม เผย ทหารไทยพร้อมรบทุกฤดู! กองทัพยัน F-16 - Gripen บินทิ้งระเบิดได้แม้ฝนตกหนัก หลังเขมรคิดว่าทหารไทยไม่สู้ฝน-ทิ้งระเบิดไม่แม่น ย้ำพร้อมปกป้องอธิปไตยเต็ม 100% แม้ยึดสันติวิธีและกฎหมายระหว่างประเทศ

(15 มิ.ย. 69) วาสนา นาน่วม นักข่าวสายทหาร รายงานว่า กองทัพไทยยันพร้อมรบทุกฤดู! หลังสะพัดกระแสข่าวฝั่งกัมพูชาประเมิน "ทหารไทยไม่สู้ฝน" คิดว่าฝนตกหนักแล้วระบบนำวิถีจะคลาดเคลื่อน (Error) เครื่องบินรบไทยจะทิ้งระเบิดไม่แม่นยำ ย้ำกองทัพพร้อมปกป้องอธิปไตยไทยเต็ม 100% แม้ยึดมั่นในสันติวิธีและกฎหมายระหว่างประเทศ

พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผู้ช่วย ผบ.ทอ.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลข่าวสารสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา (JIC) ให้สัมภาษณ์ว่า หน่วยงานด้านความมั่นคงได้จัดเตรียมแผนเผชิญเหตุรองรับทุกสถานการณ์ ทั้งในมิติการทหาร การรักษาความปลอดภัยของประชาชน และการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดน โดยมีการฝึกซักซ้อมและทบทวนแผนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้กำลังพลสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพ

พร้อมยืนยันด้วยว่า กองทัพไทยมีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจตลอดเวลา ทั้งด้านกำลังพล ยุทโธปกรณ์ การข่าว การเฝ้าตรวจ และการบูรณาการความร่วมมือระหว่างเหล่าทัพ โดยประเทศไทยยึดมั่นในสันติวิธีและกฎหมายระหว่างประเทศมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม ในฐานะรัฐอธิปไตย ประเทศไทยมีสิทธิโดยชอบธรรมในการป้องกันตนเองตามมาตรา 51 แห่งกฎบัตรสหประชาชาติ หากเกิดสถานการณ์ที่กระทบต่ออธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน หรือความปลอดภัยของประชาชน

“หากมีความจำเป็น กองทัพไทยพร้อมปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มขีดความสามารถ ภายใต้กรอบกฎหมาย หลักความจำเป็น หลักความได้สัดส่วน และหลักกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง ขอให้มั่นใจว่าหน่วยงานด้านความมั่นคงและกองทัพไทย ติดตามสถานการณ์ชายแดนอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง และได้เตรียมมาตรการรองรับทุกสถานการณ์ไว้แล้ว โดยเป้าหมายสำคัญของประเทศไทยคือการรักษาสันติภาพ ควบคู่กับการปกป้องอธิปไตย ผลประโยชน์ของชาติ และความปลอดภัยของประชาชนสูงสุด” พล.อ.อ.ประภาส กล่าว

ส่วนกรณีที่มีข่าวสะพัดบริเวณชายแดนว่า ทหารกัมพูชาพร้อมที่จะสู้รบแม้ในห้วงฤดูฝน เพราะมองว่าทหารไทยไม่สู้ฝน ไม่อึด และจะอาศัยความได้เปรียบจากการคุ้นเคยสภาพภูมิประเทศในการบุกเข้าโจมตีเพื่อยึดคืนพื้นที่บางจุดในห้วงฝนตก โดยประเมินว่าฝ่ายไทยจะเสียเปรียบเพราะไม่คุ้นเคยกับการรบกลางสายฝน อีกทั้งมองว่าหากฝนตกหนักเครื่องบินรบของไทยอาจจะไม่สามารถบินขึ้นปฏิบัติการได้ หรือหากบินได้ประสิทธิภาพและความแม่นยำจะลดลงจากสภาพอากาศที่ส่งผลให้ระบบคำนวณเกิดความหักเห (Error) จนทำให้ทิ้งระเบิดไม่แม่นยำนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ พล.อ.อ.ประภาส ยืนยันหนักแน่นว่า เครื่องบินรบ F-16 และ Gripen ของกองทัพอากาศไทย สามารถบินขึ้นปฏิบัติภารกิจโจมตีทางอากาศได้ในหน้าฝนอย่างไม่มีปัญหา และสายฝนไม่ได้ทำให้ระบบอาวุธหรือเครื่องบินเสียหายจนใช้งานไม่ได้โดยอัตโนมัติ แม้สภาพอากาศที่เลวร้ายอาจจะลดประสิทธิภาพบางด้านลงไปบ้างเพียงเล็กน้อย และเพิ่มข้อจำกัดด้านความปลอดภัยในการบินตามหลักสากล

พร้อมกันนี้ยังตอกกลับว่า ในความเป็นจริงฝ่ายกัมพูชาเองก็ไม่ได้มีความพร้อมที่จะทำศึกสงครามในช่วงฤดูฝนขนาดนั้น เพราะต้องประสบปัญหาใหญ่ในเรื่องการเคลื่อนย้ายและลำเลียงอาวุธยุทโธปกรณ์เข้าสู่พื้นที่สมรภูมิท่ามกลางฝนตกชุกและสภาพพื้นดินที่อ่อนนุ่มเช่นเดียวกัน

ขอบคุณข้อมูล : Wassana Nanuam

ข่าวที่เกี่ยวข้อง